วันที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2569 ที่สำนักงานตำรวจภูธรภาค 5 จังหวัดเชียงใหม่ พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 และ นายปิยพงศ์ ชูวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง แถลงข่าวการจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดรายสำคัญ โดยแบ่งเป็นสองคดีที่มีพื้นที่ปฏิบัติการในภาคเหนือ
สรุปคดีและของกลาง
ในการแถลงข่าว ผู้บังคับบัญชาแจ้งรายละเอียดของทั้งสองคดีดังนี้
- คดีที่หนึ่ง ยึดยาไอซ์น้ำหนักรวม 500 กิโลกรัม ผู้ต้องหา 3 คน ยานพาหนะ 2 คัน ตรวจยึดได้ในพื้นที่อำเภอเถิน จังหวัดลำปาง มูลค่าประเมินประมาณ 250 ล้านบาท
- คดีที่สอง ยึดยาบ้าจำนวนรวม 1,000,000 เม็ด ผู้ต้องหา 3 คน ยานพาหนะ 1 คัน เหตุเกิดในพื้นที่อำเภอบ้านธิ จังหวัดลำพูน และขยายผลเชื่อมโยงกับเครือข่ายรวมผู้ต้องหา 6 คน ยานพาหนะ 3 คัน โดยยาบ้าดังกล่าวจำหน่ายในพื้นที่จังหวัดลำพูนและเชียงใหม่
การใช้เทคโนโลยีและการขยายผล
พล.ต.ท.กฤตธาพลเปิดเผยว่า ผู้ต้องหาคดีไอซ์ทั้งสามคนรับสารภาพว่าเป็นผู้รับจ้างขนยา ได้ค่าจ้างประมาณ 400,000 บาท และมีกำหนดส่งต่อไปยังพื้นที่ภาคกลาง ส่วนคดียาบ้า เจ้าหน้าที่สามารถขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการเพิ่มเติมได้จากการสืบสวนสอบสวน ซึ่งผู้ต้องหาบางส่วนรับสารภาพว่าทำกิจกรรมลักษณะดังกล่าวมาแล้วหลายครั้ง
"เจ้าหน้าที่ใช้เครื่องมือระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) วิเคราะห์ติดตามและจับกุมขบวนการดังกล่าวได้"
นายปิยพงศ์กล่าวเสริมว่าการจับกุมเป็นผลจากการบูรณาการระหว่างตำรวจภูธรภาค 5 ปปส.ภาค 5 หน่วยทหาร และฝ่ายปกครอง โดยระบุเหตุแห่งความสำเร็จในการยึดของกลางว่าเกิดจากสองประเด็นหลัก
- การสกัดกั้นที่ด่านตรวจหลัก แต่ผู้ต้องหาพยายามใช้เส้นทางเลี่ยงผ่านอำเภอเวียงมอก มุ่งหน้าไปยังจังหวัดสุโขทัย ก่อนย้อนกลับมายังเส้นทางอำเภอเถิน
- การนำเทคโนโลยีและระบบ AI มาช่วยวิเคราะห์ติดตามเส้นทางและพฤติกรรมของผู้เกี่ยวข้อง
บริบทการปราบปรามในรอบปี
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในช่วงการปฏิบัติระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2568 ถึง 12 สิงหาคม พ.ศ. 2569 เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญรวมทั้งสิ้น 321 คดี ของกลางสำคัญที่ยึดได้รวมถึง:
| ประเภทยาเสพติด | ปริมาณที่ยึดได้ |
|---|---|
| ยาบ้า | 426,000,000 เม็ด |
| ไอซ์ | 10,850 กิโลกรัม |
| เฮโรอีน | 106 กิโลกรัม |
| เคตามีน | 1,300 กิโลกรัม |
| ฝิ่น | 460 กิโลกรัม |
นอกจากนี้มีการยึดทรัพย์สินมูลค่ารวมประมาณ 1,601 ล้านบาท จากการปฏิบัติการในช่วงเวลาดังกล่าว
ผลกระทบต่อพื้นที่และข้อพึงระวัง
การจับกุมครั้งนี้มีความสำคัญต่อความปลอดภัยของพื้นที่ภาคเหนือทั้งในเชิงการลดจำนวนสารเสพติดที่จะเข้าสู่ตลาดและการสะท้อนถึงแนวทางการทำงานของผู้บังคับใช้กฎหมายที่ปรับนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญและประชาชนยังคงตั้งคำถามเกี่ยวกับต้นทางของเครือข่าย การฟอกเงิน และการปิดช่องโหว่ของระบบการตรวจสอบ-สกัดกั้นตามเส้นทางคมนาคม โดยเฉพาะเส้นทางรองที่ผู้ลักลอบเลือกใช้
แนวทางต่อไป
เจ้าหน้าที่ระบุว่าจะเดินหน้าขยายผลเพื่อติดตามหาผู้ร่วมขบวนการที่อาจอยู่ในเครือข่าย จับกุมผู้เกี่ยวข้องเชิงลึก และติดตามเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติด ขณะที่หน่วยงานท้องถิ่นจะเพิ่มความเข้มงวดการตรวจจุดผ่านแดนและด่านตรวจในเส้นทางรองเพื่อสกัดกั้นเหตุซ้ำซ้อน
คดีทั้งสองขณะนี้อยู่ระหว่างกระบวนการสอบสวนและดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยเจ้าหน้าที่ยังไม่ได้ประกาศรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการตั้งข้อกล่าวหาเป็นรายบุคคลนอกจากจำนวนผู้ต้องหาและยานพาหนะที่ยึดได้