เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ยื่นคำร้องต่อ กกต. ขอให้ตรวจสอบและพิจารณาฟ้องเอาผิดอดีตหัวหน้าพรรคกล้าธรรม คณะกรรมการสรรหา และคณะกรรมการบริหารพรรคในขณะนั้น จากกรณีที่พรรคมีมติรับรองและส่งนายก้องเกียรติ เกตุสมบัติ เป็นผู้สมัคร ส.ส.จังหวัดนครศรีธรรมราช ทั้งที่ถูกระบุว่ามีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย
สาระสำคัญของคำร้อง
คำร้องของนายศรีสุวรรณชี้ว่า นายก้องเกียรติ เคยถูกศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานีพิพากษาเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2542 คดีลักทรัพย์ (หมายเลขดำ 3747/2542 และหมายเลขแดง 3673/2542) ลงโทษจำคุกและปรับ โดยศาลลดโทษให้เหลือจำคุก 6 เดือน ปรับ 1,500 บาท และให้โทษจำคุกนั้นรอลงอาญา 2 ปี คดีถึงที่สุดแล้ว
ตามคำร้อง เหตุผลที่นำมาฟ้องร้องต่อ กกต. คือการที่พรรคกล้าธรรมยังมีมติส่งนายก้องเกียรติ ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. ทั้งการเลือกตั้งซ่อมเมื่อวันที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2568 ซึ่งผู้ถูกส่งได้รับเลือกตั้ง และการสมัครรับเลือกตั้งทั่วไปในช่วงการยุบสภาและการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 ทั้งที่ลักษณะคดีดังกล่าวเป็นเหตุให้มีสิทธิถูกเพิกถอนหรือมีลักษณะต้องห้ามมิให้สมัครรับเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
กระบวนการตรวจสอบและการวินิจฉัยของ กกต.
ตามข้อมูลที่ปรากฏ กกต. ได้มีการสืบสวนสอบสวนและออกคำวินิจฉัยเกี่ยวกับการสมัครของนายก้องเกียรติ โดยมีคำวินิจฉัยสองฉบับที่สำคัญในช่วงต้นปี พ.ศ. 2569 ดังนี้
- คำวินิจฉัยที่ 257/2569 ลงวันที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2569
- คำวินิจฉัยที่ 301/2569 ลงวันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
ทั้งสองคำวินิจฉัยระบุผลให้ตัดสิทธิการสมัครรับเลือกตั้งของนายก้องเกียรติ อย่างไรก็ตามในคำร้องของนายศรีสุวรรณได้ตั้งข้อสังเกตว่า ข้อเท็จจริงดังกล่าวยังไม่มีการแจ้งความดำเนินคดีเอาผิดต่อบุคคลในพรรคตามมาตรา 56 ประกอบมาตรา 120 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 หรือไม่ เพื่อดำเนินการในฐานะผู้มีหน้าที่รับผิดชอบต่อการส่งบุคคลซึ่งมีลักษณะต้องห้ามให้ลงสมัครรับเลือกตั้ง
ตารางไทม์ไลน์เหตุการณ์สำคัญ
| เหตุการณ์ | วันที่ (พ.ศ.) |
|---|---|
| คำพิพากษาคดีลักทรัพย์ของนายก้องเกียรติ | 16 ธ.ค. 2542 |
| เลือกตั้งซ่อม ส.ส. นครศรีธรรมราช เขต 8 | 27 เม.ย. 2568 |
| ยุบสภา | 11 ธ.ค. 2568 |
| เลือกตั้งทั่วไป | 8 ก.พ. 2569 |
| คำวินิจฉัย กกต. (ฉบับที่ 257) | 30 ม.ค. 2569 |
| คำวินิจฉัย กกต. (ฉบับที่ 301) | 9 ก.พ. 2569 |
ประเด็นกฎหมายและหน้าที่ของพรรคการเมือง
ปัญหาที่คำร้องหยิบยกขึ้นมาไม่ใช่เพียงเรื่องสถานะของผู้สมัครแต่ยังโยงถึงการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการสรรหาและคณะกรรมการบริหารพรรค ว่ามีการตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัครตามที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ หากพรรคการเมืองรับรองผู้สมัครที่มีลักษณะต้องห้าม อาจเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 ซึ่งมีบทลงโทษทั้งทางปกครองและทางอาญาต่อผู้ที่มีส่วนรับรองบุคคลดังกล่าว
“เพื่อขอให้ตรวจสอบและเอาผิด อดีตหัวหน้าพรรคกล้าธรรม คณะกรรมการสรรหา และคณะกรรมการบริหารพรรคทุกคน”
คำกล่าวในคำร้องสะท้อนความกังวลเรื่องการบังคับใช้กฎหมายและการรักษาความชอบธรรมของกระบวนการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของระบอบประชาธิปไตย
ความสำคัญทางการเมืองท้องถิ่น
สำหรับจังหวัดนครศรีธรรมราช กรณีนี้เป็นตัวอย่างที่ชี้ให้เห็นความเชื่อมโยงระหว่างคดีความส่วนบุคคลกับผลทางการเมืองในพื้นที่ หากข้อครหาถูกพิสูจน์ว่ามีการฝ่าฝืนกฎหมาย จะส่งผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชนในพรรคการเมืองและกระบวนการสรรหาตัวแทนของประชาชน
ขณะนี้ยังต้องติดตามการดำเนินการของ กกต. ว่าจะมีขั้นตอนการส่งเรื่องให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีหรือไม่ และหากมีการฟ้องร้องทางกฎหมายเกิดขึ้น ผลจะเป็นอย่างไรต่อบุคคลและพรรคการเมืองที่เกี่ยวข้อง
ทีมข่าวการเมืองจังหวัดนครศรีธรรมราชจะติดตามความคืบหน้าและรายงานเพิ่มเติมเมื่อมีเอกสารหรือคำวินิจฉัยใหม่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง