เมืองพัทยา — น.ส.ออ (นามสมมุติ) อายุ 34 ปี นำหลักฐานจากกล้องวงจรปิดเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา หลังจากพบภาพคนที่เชื่อว่าเป็นอดีตแฟนปีนเข้าอาคารพาณิชย์ที่ตนพักอาศัยและโรยตัวลงมาจากชั้น 4 ก่อนจะเดินลงมาที่ชั้น 2 แล้วเปิดประตูเข้าไปภายในห้องพัก ขณะที่ตัวเธอไม่ได้อยู่ภายในห้อง เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 07.00 น. วันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2569
หลักฐานจากกล้องและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
คลิปจากกล้องวงจรปิดภายในอาคารพาณิชย์ซึ่งผู้เสียหายนำมามอบให้ตำรวจเป็นหลักฐาน แสดงให้เห็นบุคคลต้องสงสัยห้อยตัวลงมาจากชั้น 4 แล้วเคลื่อนลงมายังชั้น 2 ก่อนจะเปิดประตูห้องพักของผู้เสียหาย แต่จากการตรวจสอบเบื้องต้นยังไม่พบว่ามีทรัพย์สินสูญหาย
ประวัติการคุกคามและความหวาดกลัวของผู้เสียหาย
ผู้เสียหายให้ข้อมูลต่อพนักงานสอบสวนว่าผู้ก่อเหตุเป็นอดีตแฟนหนุ่มที่คบหากันตั้งแต่วัยเด็ก แต่เลิกรากันไปนานแล้ว ในอดีตผู้ต้องสงสัยเคยถูกจำคุกในคดีเกี่ยวกับยาเสพติด หลังพ้นโทษออกมากลับมีการติดต่อและคุกคามอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเคยข่มขู่และมีการทำร้ายร่างกายจนผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บ แต่ที่ผ่านมาไม่ได้มาแจ้งความเพราะเห็นว่าเป็นอดีตคนรักและผู้เสียหายเองปัจจุบันมีครอบครัวใหม่ จึงไม่ต้องการกลับไปยุ่งเกี่ยว
ก่อนหน้านี้ผู้เสียหายได้เคยเข้าแจ้งความเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 หลังได้รับข้อความข่มขู่ว่าจะเข้ามาพังทรัพย์สินในร้านเสริมสวยที่ตนเองเป็นเจ้าของ แต่ผู้เสียหายระบุว่าคดียังไม่มีความคืบหน้า ทำให้เมื่อเกิดเหตุบุกรุกในครั้งล่าสุดจึงตัดสินใจนำหลักฐานกล้องวงจรปิดมามอบให้ตำรวจเพื่อขอให้ติดตามตัวและดำเนินคดี
"ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามตัวนายปอ มาดำเนินการตามกฎหมาย พร้อมขอให้เจ้าหน้าที่ช่วยดูแลความปลอดภัย"
การตอบรับจากตำรวจและการดำเนินการ
พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยาได้ประสานชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบพยานหลักฐานเพิ่มเติมที่เกิดเหตุ พร้อมให้การดูแลด้านความปลอดภัยแก่ผู้เสียหาย เนื่องจากผู้เสียหายอยู่ในอาการหวาดกลัว ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีในข้อหาบุกรุกและพิจารณาข้อหาอื่นที่เกี่ยวข้องหากพบหลักฐานเพียงพอ
- เวลาเกิดเหตุโดยประมาณ: 07.00 น. วันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2569
- สถานที่: อาคารพาณิชย์ที่พักอาศัยในเมืองพัทยา
- ผู้เสียหาย: น.ส.ออ (นามสมมุติ), อายุ 34 ปี
- ผู้ต้องสงสัย: นายปอ (นามสมมุติ), อดีตแฟน
ความเสี่ยงต่อธุรกิจท้องถิ่นและความปลอดภัยส่วนบุคคล
เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนปัญหาความไม่ปลอดภัยต่อผู้ประกอบการรายย่อย โดยเฉพาะกิจการที่เปิดเป็นร้านค้าและที่พักอาศัยในอาคารพาณิชย์ ซึ่งหากผู้กระทำผิดเข้าถึงพื้นที่ได้ง่าย และเจ้าของกิจการพบว่าการดำเนินคดียังไม่มีความคืบหน้า อาจกระทบต่อความเชื่อมั่นของลูกค้าและการดำเนินธุรกิจได้ ทั้งนี้การป้องกันเชิงกายภาพ เช่น การติดตั้งกล้องวงจรปิดให้ครอบคลุมและระบบล็อกที่แข็งแรง รวมถึงการประสานตำรวจท้องที่เมื่อตรวจพบการคุกคามเป็นมาตรการที่ควรได้รับการพิจารณาอย่างจริงจัง
| เหตุการณ์ | วันที่/เวลา |
|---|---|
| แจ้งความเบื้องต้นจากการข่มขู่ (ข้อความ) | 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 |
| บุกรุกโรยตัวเข้าตึกและเข้าไปในห้องพัก | ประมาณ 07.00 น. วันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2569 |
คำแนะนำและความคาดหวังต่อการปฏิบัติของหน่วยงาน
ในมุมมองประชาชนและผู้ประกอบการท้องถิ่น การที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามตัวผู้ต้องสงสัยและให้ความคุ้มครองชั่วคราวแก่ผู้เสียหายเป็นเรื่องจำเป็นเพื่อป้องกันเหตุรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นซ้ำ นอกจากนี้ การเร่งรัดกระบวนการสอบสวนเพื่อให้ผู้กระทำผิดรับผิดตามกฎหมายจะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับชุมชนและผู้ประกอบการที่อาจตกเป็นเป้าหมายของการคุกคามประเภทเดียวกัน
ทีมสืบสวนของ สภ.เมืองพัทยายังคงรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบรายละเอียดในคลิปกล้องวงจรปิดต่อไป เพื่อเตรียมออกหมายเรียกหรือติดตามตัวตามขั้นตอนของกฎหมาย
สำหรับประชาชนที่ประสบเหตุในลักษณะเดียวกัน ควรบันทึกหลักฐานไว้ทันที แจ้งความกับตำรวจท้องที่ และขอคำแนะนำในการขอการคุ้มครองชั่วคราว หากมีความเสี่ยงต่อการถูกทำร้ายร่างกายหรือถูกคุกคามอย่างต่อเนื่อง