ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 6 มีคำพิพากษาจำคุก นายประทุม เกตุกิตติกุล อดีตผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) จังหวัดตาก เป็นเวลา 72 เดือน จากการนำรถยนต์ส่วนกลางของหน่วยงานไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตน และเบิกค่าเชื้อเพลิงรวมทั้งค่าบำรุงรักษารถโดยมิชอบ
สาระสำคัญของคำพิพากษา
เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2569 ศาลชั้นต้นพิพากษาในคดีหมายเลขดำ ที่ อท 101/2568 (หมายเลขแดง อท 23/2569) โดยอัยการสูงสุดเป็นโจทก์ฟ้องนายประทุมในข้อหาที่เกี่ยวกับการทุจริตในการใช้ทรัพย์สินราชการ ศาลเห็นว่าการกระทำของจำเลยเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172
คำพิพากษาระบุว่าการกระทำเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ศาลนับเป็นกระทงความผิดรวม 9 กระทง โดยเลือกลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ซึ่งนำมารวมโทษกัน หลังจากนำเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 มาพิจารณาแล้ว คงโทษจำคุกกระทงละ 8 เดือน รวมเป็นจำคุกทั้งสิ้น 72 เดือน
สถานะทางกฎหมายและการอุทธรณ์
คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เคยมีมติชี้มูลความผิดนายประทุมเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม พ.ศ.2567 และต่อมาในมติที่ประชุมครั้งที่ 46/2569 เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ.2569 คณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้พิจารณาและเห็นชอบที่จะไม่อุทธรณ์คำพิพากษาของศาลอาญาคดีทุจริตภาค 6
อย่างไรก็ดี คดีนี้ยังไม่ถึงที่สุดตามกระบวนการยุติธรรม เนื่องจากนายประทุมมีสิทธิยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาต่อศาลอุทธรณ์ได้ ดังที่ศาลและฝ่ายที่เกี่ยวข้องย้ำว่า "นายประทุม จึงยังเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่" จนกว่าจะมีคำพิพากษายุทธที่สิ้นสุด
ภาพรวมข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ข้อมูลจากคำพิพากษาระบุกรอบกฎหมายที่ศาลใช้พิจารณา ดังนี้
- พ.ร.ป. ป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172
- ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (หลักการรวมโทษ)
- ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 (เหตุบรรเทาโทษ)
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| ผู้ต้องหา | นายประทุม เกตุกิตติกุล (อดีต ผอ.สกสค.จ.ตาก) |
| พฤติการณ์ | นำรถยนต์ส่วนกลางไปใช้เพื่อส่วนตัว และเบิกค่าน้ำมัน-ค่าบำรุงรักษาโดยมิชอบ |
| คำพิพากษา | จำคุกรวม 72 เดือน (รวมโทษ 9 กระทง ลดโทษต่อกระทง 1/3) |
| สถานะคดี | คดียังไม่สิ้นสุด จำเลยสามารถยื่นอุทธรณ์ได้ |
ความหมายและผลกระทบเชิงท้องถิ่น
คดีที่ศาลพิพากษาครั้งนี้สะท้อนข้อกังวลต่อการบริหารทรัพย์สินของรัฐในระดับจังหวัด ซึ่งเป็นเรื่องที่ประชาชนทั่วไปให้ความสนใจโดยเฉพาะในมิติความโปร่งใสและการใช้ทรัพยากรของหน่วยงานสาธารณะ สำหรับผู้บริหารราชการและหน่วยงานในจังหวัดตาก คดีลักษณะนี้เป็นบทเรียนเกี่ยวกับการกำกับดูแลทรัพย์สินราชการ การตรวจสอบภายใน และการยึดหลักความรับผิดชอบต่อสาธารณะ
นอกจากนี้ การที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.เห็นชอบไม่อุทธรณ์คำพิพากษาในชั้นนี้ อาจมีความหมายเชิงยุทธศาสตร์การใช้ทรัพยากรขององค์กรตรวจสอบเพื่อให้กระบวนการยุติธรรมดำเนินไปตามขั้นตอน อย่างไรก็ตาม หากจำเลยใช้อำนาจยื่นอุทธรณ์ต่อศาลชั้นสูง คดีก็ยังจะต้องได้รับการพิจารณาในชั้นศาลต่อไป
สำหรับประชาชนทั่วไปที่ติดตามคดีนี้ คงต้องจับตาดูท่าทีของจำเลยหลังการพิพากษา และผลการอุทธรณ์หากมี เพื่อให้การประเมินสถานะความยุติธรรมในคดีที่เกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจและทรัพย์สินของรัฐเป็นไปอย่างรอบด้าน