เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2569 ที่หอประชุมวิทยาลัยเทคนิคบึงกาฬ อำเภอเมือง จังหวัดบึงกาฬ นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี และในฐานะประธานกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เป็นประธานเปิดโครงการ BUENGKAN U-18 FUTSAL CHAMPIONSHIP SCHOOL LEAGUE 2026 ภายใต้ชื่อกิจกรรมว่า “เพื่อนกันมันส์โนแอล” ซึ่งมีเป้าหมายทำให้เด็กและเยาวชนมีพื้นที่ทำกิจกรรมที่สร้างสรรค์และปลอดปัจจัยเสี่ยง
กีฬาพัฒนาเด็ก เชื่อมครอบครัว ชุมชน และสถานศึกษา
ในพิธีดังกล่าว รองนายกรัฐมนตรีเน้นว่า การสร้างพื้นที่ให้เยาวชนได้เรียนรู้และลงมือปฏิบัติอย่างสร้างสรรค์เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนา ทักษะชีวิต และภูมิคุ้มกันจากปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ซึ่งมิใช่หน้าที่ของหน่วยใดหน่วยหนึ่งแต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันระหว่าง ครอบครัว สถานศึกษา ชุมชน ภาครัฐ และภาคเอกชน โดยใช้กีฬาฟุตซอลเป็นเครื่องมือหลักในการพัฒนา วินัยการทำงานเป็นทีม และการเคารพกติกา
“การลงนาม MOU สถานศึกษาปลอดบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และยาเสพติด จะต้องไม่เป็นเพียงพิธีการ แต่เป็นกลไกในการทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่องนำไปสู่การปฏิบัติจริง”
การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ในงานนี้มีสถานศึกษาจากจังหวัดเข้าร่วม จำนวน 8 แห่ง พร้อมภาคีเครือข่ายที่ทำงานด้านการป้องกันปัจจัยเสี่ยงสำหรับเด็กและเยาวชน โดยมีการกำหนดแนวทางการปฏิบัติร่วม เช่น การจัดกิจกรรมทางเลือก การให้ความรู้ และการออกแบบสภาพแวดล้อมในสถานศึกษาที่ปลอดภัย
ผลจากโครงการนำร่องและขยายผล
ผู้แทนจากกองทุน สสส. รายงานข้อมูลการขยายผลโครงการที่เริ่มนำร่องในปี พ.ศ. 2561 โดยใช้กีฬาฟุตซอลเป็นตัวขับเคลื่อน ซึ่งมีการเติบโตทั้งในด้านจำนวนทีมและผู้เข้าร่วมจนครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัด ขณะที่จังหวัดบึงกาฬส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขันจำนวน 12 ทีม ในส่วนของการประเมินผลชี้ให้เห็นความเป็นไปได้ในการเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงของเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการ
ข้อมูลการประเมินจากการจัดกิจกรรม SDN Futsal No-L Cup 2026 ซึ่งครอบคลุมเยาวชนจาก 11 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ระบุว่าในกลุ่มเยาวชนที่เคยมีพฤติกรรมเสี่ยงก่อนเข้าร่วมกิจกรรม จำนวนหนึ่งสามารถลดหรือเลิกพฤติกรรมเสี่ยงได้อย่างมีนัยสำคัญ ผลการประเมินชี้ว่าสัดส่วนผู้ที่มีประวัติเคยเสี่ยงก่อนเข้าร่วมอยู่ที่ร้อยละ 30.3 และในกลุ่มนี้มากกว่าร้อยละ 90 สามารถลดหรือเลิกพฤติกรรมดังกล่าวได้
| ตัวชี้วัด | จำนวน/สัดส่วน |
|---|---|
| สถานศึกษาเข้าร่วมลงนาม MOU | 8 แห่ง |
| ทีมที่บึงกาฬส่งเข้าร่วม | 12 ทีม |
| สัดส่วนเยาวชนที่มีพฤติกรรมเสี่ยงก่อนเข้าร่วม | 30.3% |
| ผู้ที่ลดหรือเลิกพฤติกรรมเสี่ยงในกลุ่มดังกล่าว | 90.5% |
ความคาดหวังจากหน่วยงานท้องถิ่น
นายสุรพล เจริญภูมิ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ กล่าวให้ความสำคัญกับการพัฒนาเยาวชนโดยใช้กีฬาเป็นเครื่องมือ ทั้งในมิติส่งเสริมสุขภาพและการปลูกฝังค่านิยม รวมถึงการพัฒนา วินัย และทักษะการอยู่ร่วมกับผู้อื่น โดยมองว่าโครงการนี้สามารถทำให้สถานศึกษาเป็นพื้นที่ปลอดภัยและเป็นต้นแบบที่ขยายผลสู่พื้นที่อื่นได้
ทั้งนี้ การนำ MOU ไปสู่การปฏิบัติจริงขึ้นอยู่กับการติดตามประเมินผล การมีส่วนร่วมของชุมชน และการจัดสรรทรัพยากรเพื่อสนับสนุนกิจกรรมเชิงปฏิบัติ เช่น โค้ช กิจกรรมฝึกทักษะชีวิต และการเฝ้าระวังสถานการณ์เสี่ยงภายในโรงเรียน
- การใช้กีฬาเป็นช่องทางพัฒนาเยาวชนทั้งด้านร่างกายและจิตใจ
- ความร่วมมือข้ามภาคส่วนเป็นกุญแจสำคัญต่อการยั่งยืนของโครงการ
- ต้องมีระบบติดตามประเมินผลเพื่อให้ MOU ไม่เป็นเพียงพิธีการ
โครงการ BUENGKAN U-18 FUTSAL CHAMPIONSHIP SCHOOL LEAGUE 2026 ถือเป็นตัวอย่างการประสานงานระหว่างภาครัฐ องค์กรสนับสนุน และสถานศึกษา เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ช่วยลดโอกาสการเกิดพฤติกรรมเสี่ยงในเยาวชน หากดำเนินการต่อเนื่องและมีการติดตามประเมินผล มาตรการเช่นนี้ย่อมส่งผลดีต่อการพัฒนาเยาวชนของจังหวัดและการขยายผลไปยังจังหวัดอื่น ๆ ต่อไป