การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เดินหน้าขยายโครงข่ายโดยอนุมัติว่าจ้างที่ปรึกษาเพื่อจัดทำรายละเอียดการออกแบบและรายงานการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) สำหรับโครงการก่อสร้างรถไฟสายใหม่ 2 เส้นทาง ซึ่งหนึ่งในนั้นมีแนวเส้นทางผ่านจังหวัดชัยภูมิ ส่งสัญญาณการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งภาคตะวันออกเฉียงเหนือให้ขยับใกล้ความเป็นจริงมากขึ้น
ภาพรวมโครงการและระยะเวลาดำเนินการ
ที่ประชุมคณะกรรมการของ รฟท. เมื่อวันที่ 11 สิงหาคมที่ผ่านมา มีมติสั่งจ้างที่ปรึกษาให้ดำเนินการออกแบบเชิงรายละเอียดและจัดทำรายงาน EIA สำหรับโครงการรถไฟ 2 สาย ประกอบด้วยเส้นทางนครสวรรค์–บ้านไผ่ และเส้นทางจัตุรัส–ชัยภูมิ–หนองบัวลำภู โดยแผนงานที่เปิดเผยระบุไทม์ไลน์การดำเนินการดังนี้
- โครงการนครสวรรค์–บ้านไผ่: ระยะทางรวมประมาณ 304 กิโลเมตร คาดใช้เวลาการออกแบบประมาณ 450 วัน (ราว 15 เดือน) หลังจากที่ปรึกษาได้รับหนังสือสั่งเริ่มงาน
- โครงการจัตุรัส–ชัยภูมิ–หนองบัวลำภู: ระยะทางรวมประมาณ 230 กิโลเมตร ใช้เวลาการออกแบบราว 540 วัน (ประมาณ 18 เดือน)
ผลกระทบต่อชัยภูมิและโครงข่ายการขนส่ง
เส้นทางทั้งสองมีจุดผ่านและเชื่อมโยงจังหวัดชัยภูมิ ทำให้พื้นที่ได้รับประโยชน์โดยตรงจากการเชื่อมต่อกับเครือข่ายการขนส่งระดับภูมิภาค โดยเฉพาะเส้นจัตุรัส–ชัยภูมิ–หนองบัวลำภูที่จะพัฒนาเป็นทางรถไฟคู่ ซึ่งเหมาะสำหรับการรองรับทั้งการเดินทางของผู้โดยสารและการขนส่งสินค้า ขณะที่เส้นนครสวรรค์–บ้านไผ่ระบุการพัฒนาหลายรูปแบบ ทั้งทางระดับดิน ทางยกระดับ และอุโมงค์ในบางช่วง
การเชื่อมต่อเส้นทางดังกล่าวยังเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ขยายเครือข่ายตามแนวระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก (East–West Economic Corridor) ที่มุ่งเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างไทย ลาว และจีน โดยไม่ต้องผ่านกรุงเทพฯ ซึ่งอาจลดต้นทุนการขนส่งและเวลาเดินทางของสินค้าที่มุ่งสู่ตลาดต่างประเทศและภูมิภาคใกล้เคียง
รายละเอียดแนวเส้นทางที่เกี่ยวข้อง
เอกสารเบื้องต้นของ รฟท. ระบุจุดสถานีและลักษณะทางวิ่งของแต่ละเส้นทางอย่างชัดเจน ซึ่งเมื่อรวมกับข้อมูลเชิงพื้นที่จะช่วยให้การวางผังเมืองและการพัฒนาด้านโลจิสติกส์ในระดับท้องถิ่นง่ายขึ้น
| เส้นทาง | ระยะทางโดยประมาณ | ลักษณะโครงสร้าง | จังหวัดที่ผ่าน | จำนวนสถานี (ประมาณ) |
|---|---|---|---|---|
| นครสวรรค์–บ้านไผ่ | 304 กม. | ทางระดับดิน/ยกระดับ/อุโมงค์ | นครสวรรค์, เพชรบูรณ์, ลพบุรี, ชัยภูมิ, ขอนแก่น | ประมาณ 15 สถานี |
| จัตุรัส–ชัยภูมิ–หนองบัวลำภู | 230 กม. | ทางคู่ (upgrade สำหรับความจุสูง) | ชัยภูมิ, ขอนแก่น, หนองบัวลำภู | ประมาณ 22 สถานี |
ปัจจัยที่ต้องติดตาม
แม้ว่าการว่าจ้างที่ปรึกษาเป็นอีกขั้นตอนสำคัญในการผลักดันโครงการ แต่ยังมีประเด็นสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ การจัดทำ EIA ที่ต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม การเคลียร์พื้นที่ และการระดมทุนสำหรับการก่อสร้าง นอกจากนี้การกำหนดจุดเชื่อมต่อสถานีและการออกแบบสถานีให้สอดคล้องกับการพัฒนาเมืองจะเป็นตัวชี้ชะตาว่าพื้นที่ใดจะได้รับประโยชน์สูงสุด
สำหรับจังหวัดชัยภูมิ การมีเส้นทางรถไฟที่ผ่านเมืองและชุมชนสำคัญพร้อมสถานีหลายแห่งอาจเป็นโอกาสในการกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น ทั้งด้านการเกษตร การแปรรูปสินค้า การท่องเที่ยว และการจ้างงานภาคบริการ แต่ความสำเร็จขึ้นกับการประสานงานของหน่วยงานท้องถิ่นและการวางผังที่สอดคล้องกับแผนพัฒนาระดับภูมิภาค
แหล่งข่าวจากการรถไฟฯ ระบุว่า หลังจากอนุมัติการว่าจ้างที่ปรึกษา รฟท.ตั้งเป้าจะลงนามในสัญญาได้ภายในเดือนกันยายนนี้ ซึ่งเมื่อได้ที่ปรึกษาและแผนรายละเอียด จะเป็นช่วงเวลาที่ชัดเจนขึ้นสำหรับกรอบเวลาการก่อสร้างและงบประมาณที่ต้องใช้
บทสรุป: การเดินหน้าว่าจ้างที่ปรึกษาครั้งนี้เป็นสัญญาณเชิงบวกต่อการขยายเครือข่ายรถไฟในภาคอีสานตอนบนและการเชื่อมโยงกับแนวระเบียงเศรษฐกิจระหว่างประเทศ แต่เส้นทางจากแผนสู่การก่อสร้างจริงยังมีขั้นตอนด้านการวางผังสิ่งแวดล้อม การจัดการที่ดิน และการจัดสรรงบประมาณที่ต้องเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด