จังหวัดชัยภูมิกำลังเผชิญกับภาวะ ภัยแล้งรุนแรงซึ่งส่งผลกระทบต่อการเกษตร ระบบประปาหมู่บ้าน และการใช้น้ำทั่วไปของประชาชนในวงกว้าง ข้อมูลล่าสุดชี้ว่าอ่างเก็บน้ำและเขื่อนขนาดกลาง–เล็กทั้งจังหวัดรวม 14 แห่ง มีปริมาณน้ำกักเก็บลดลงจากระดับปกติ จนปัจจุบันเหลือใช้งานได้ไม่เกิน ร้อยละ 37 ของความจุ
ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำที่ลดลงกระทบพื้นที่ไหนบ้าง
พื้นที่เทือกเขาภูแลนคาเป็นแหล่งรับน้ำสำคัญของจังหวัด แต่ข้อมูลจากพื้นที่ชี้ว่าปริมาณกักเก็บในหลายอ่างลดต่ำมาก ตัวอย่างที่สำคัญได้แก่อ่างเก็บน้ำในสายน้ำลำปะทาวที่แบ่งเป็นตอนบนและตอนล่าง ซึ่งปัจจุบันมีปริมาณน้ำอยู่ที่ประมาณร้อยละ 22 และร้อยละ 31 ตามลำดับ ขณะที่ปริมาณน้ำรวมทั้งสองแห่งถูกระบุว่ายังเหลือใช้ได้ไม่เกินร้อยละ 25
ส่วนอ่างเก็บน้ำอีกแห่งที่อยู่ในการติดตามอย่างใกล้ชิดคืออ่างเก็บน้ำช่อระกา ซึ่งถูกประเมินว่าอยู่ในสภาพแห้งขอดที่สุดในจังหวัด โดยปริมาณน้ำกักเก็บลดเหลือไม่ถึงร้อยละ 15 ทำให้ขณะนี้ไม่สามารถระบายน้ำลงมาช่วยพื้นที่การเกษตรบริเวณตำบลนาฝายและหมู่บ้านใกล้เคียงได้
ผลกระทบต่อชาวนาและชุมชนเมือง
สถานการณ์ฝนทิ้งช่วงยาวนานที่เชื่อมโยงกับภาวะเอลนีโญและอุณหภูมิอากาศสูง ทำให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวหลายรายเผชิญความเสียหายอย่างต่อเนื่อง มีรายงานความเสียหายนาข้าวยืนต้นตายสะสมเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ข้อมูลที่เผยแพร่ระบุว่าจะมีพื้นที่เสียหายตั้งแต่ระดับหลายหมื่นไร่ไปจนถึงหลายแสนไร่ในภาพรวมของจังหวัด
นอกจากผลกระทบด้านการเกษตรแล้ว ชุมชนเมืองจำนวนหนึ่งเริ่มมีปัญหาการขาดแคลนน้ำประปาอย่างจริงจัง ตัวอย่างเช่นหมู่บ้านหนองนกเขา ตำบลนาฝาย อำเภอเมืองชัยภูมิ ประสบปัญหาขาดน้ำประปาใช้ยาวนานใกล้เคียงเกือบ 3 เดือน เนื่องจากแหล่งน้ำดิบที่ใช้ผลิตน้ำประปาแห้งขอด บ่อบาดาล 2 จุดในหมู่บ้านเองก็หยุดให้ปริมาณน้ำ ทำให้ครัวเรือนหลายร้อยหลังคาต้องพึ่งพาการซื้อน้ำใช้
ความหวังจากพยากรณ์ฝนและความพร้อมของหน่วยงาน
ประชาชนยังเฝ้าจับตามาตรการและพยากรณ์อากาศที่ระบุว่าจะมีฝนตกหนักบริเวณจังหวัดในช่วงวันที่ 18-21 สิงหาคม หากฝนตกตามคาดจะช่วยบรรเทาสถานการณ์ แต่หากปริมาณฝนไม่เพียงพอหรือกระจุกตัวในพื้นที่อื่น ความรุนแรงของวิกฤตยังคงทวีขึ้นได้
ในภาวะฉุกเฉินเช่นนี้ การบริหารจัดการน้ำและการจัดลำดับความสำคัญการใช้น้ำเป็นสิ่งจำเป็น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องถูกเรียกร้องให้เร่งจัดเตรียมมาตรการรองรับทั้งด้านการช่วยเหลือฉับพลันแก่ชุมชนที่ขาดน้ำและการวางแผนระยะกลาง–ยาวเพื่อฟื้นฟูแหล่งน้ำ
- จำนวนอ่างเก็บน้ำที่ติดตาม: 14 แห่ง
- ปริมาณน้ำรวมเฉลี่ยที่ใช้ได้ปัจจุบัน: ไม่เกินร้อยละ 37
- อ่างช่อระกา: ปริมาณน้ำกักเก็บ ไม่ถึงร้อยละ 15
ข้อเสนอแนะแก่ประชาชนและหน่วยงาน
ในระยะสั้น ประชาชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นควรเตรียมมาตรการดังนี้
- จัดลำดับความสำคัญการใช้น้ำสำหรับอุปโภคบริโภคก่อนการเกษตร
- ส่งเสริมการนำน้ำกลับมาใช้ซ้ำและการอนุรักษ์น้ำภายในครัวเรือน
- ประสานขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานส่วนกลางเมื่อทรัพยากรท้องถิ่นไม่เพียงพอ
ในระยะกลาง–ยาว จำเป็นต้องมีการลงทุนฟื้นฟูแหล่งน้ำ การขุดเจาะแหล่งน้ำสำรองที่เหมาะสม และการวางแผนการเก็บกักน้ำเพื่อสร้างความมั่นคงด้านน้ำให้กับชุมชน
| อ่าง/เขื่อน (ตัวอย่าง) | ปริมาณน้ำกักเก็บ (โดยประมาณ) | สถานะ |
|---|---|---|
| เขื่อนลำปะทาว (ตอนบน) | ร้อยละ 22 | ลดลงมาก |
| เขื่อนลำปะทาว (ตอนล่าง) | ร้อยละ 31 | ลดลง |
| อ่างเก็บน้ำช่อระกา | ไม่ถึงร้อยละ 15 | วิกฤตแห้งขอด |
ภายใต้สถานการณ์ที่ยังไม่แน่นอน ประชาชนควรติดตามข้อมูลจากหน่วยงานราชการท้องถิ่นและกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมตัวรับผลกระทบต่อไป หากฝนไม่เกิดตามพยากรณ์ก็จำเป็นต้องเปิดช่องทางการให้ความช่วยเหลือฉุกเฉินเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนโดยเร็ว