เศรษฐกิจ ชัยภูมิ ชัยภูมิ (13)

ร.ฟ.ท.จ้างศึกษารถไฟ 2 สาย หนุนเชื่อมอีสาน-ภาคกลาง ผ่านจัตุรัส-ชัยภูมิ

การรถไฟแห่งประเทศไทยอนุมัติจ้างที่ปรึกษาศึกษาความเหมาะสม โครงการก่อสร้างรถไฟใหม่ 2 สาย วงเงินรวมศึกษากว่า 392 ล้านบาท หนึ่งในเส้นทางผ่านจัตุรัส-ชัยภูมิ-หนองบัวลำภู เพื่อเชื่อมการเดินทางและการขนส่งสินค้าระหว่างภาคกลางกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ร.ฟ.ท.จ้างศึกษารถไฟ 2 สาย หนุนเชื่อมอีสาน-ภาคกลาง ผ่านจัตุรัส-ชัยภูมิ
©ภาพประกอบ วราภรณ์ บุญมี / we-news.com

การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ได้อนุมัติว่าจ้างที่ปรึกษาเพื่อดำเนินการศึกษาโครงการก่อสร้างทางรถไฟใหม่ 2 เส้นทางเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ.2569 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรองรับการเดินทางและการขนส่งสินค้าระหว่างภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ หนึ่งในเส้นทางที่จะเชื่อมต่อผ่านจังหวัดชัยภูมิคือช่วง จัตุรัส-ชัยภูมิ-หนองบัวลำภู ซึ่งถูกกำหนดให้เป็นเส้นทางสำคัญในการเปิดพื้นที่การลงทุนและเชื่อมโยงภาคอีสานตอนบนกับอีสานตอนกลาง

รายละเอียดโครงการและงบประมาณ

ร.ฟ.ท.ระบุว่ามีการว่าจ้างกลุ่มกิจการค้าร่วมในนามบริษัท เอ็ม เอ เอ คอนซัลแตนท์ จำกัด ให้ดำเนินการศึกษารายละเอียดทั้งด้านความเหมาะสม การออกแบบเชิงรายละเอียด และการจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) สำหรับโครงการทั้งสองเส้นทาง โดยมีงบประมาณจัดจ้างรวมกันประมาณ 392 ล้านบาท

  • เส้นทางแรก ช่วง นครสวรรค์-บ้านไผ่ กำหนดเป็นรถไฟทางเดี่ยว โดยอ้างอิงผลการศึกษาก่อนหน้า ความยาวประมาณ 304 กิโลเมตร มีอุโมงค์ 2 แห่ง และมีการปรับปรุงทางเดิมระยะทาง 66.20 กิโลเมตร
  • เส้นทางที่สอง ช่วง จัตุรัส-ชัยภูมิ-หนองบัวลำภู กำหนดเป็นรถไฟทางคู่ แนวเส้นทางเปิดพื้นที่ใหม่ในแนวเหนือ-ใต้ ยาวรวม 230 กิโลเมตร
ช่วงทาง ประเภททาง ความยาว (กม.) งบศึกษาจ้าง (ล้านบาท) ระยะเวลาดำเนินงาน
นครสวรรค์-บ้านไผ่ ทางเดี่ยว (ปรับปรุง/สร้างใหม่) 304 (รวมปรับปรุง 66.20 กม.) 200.6 (ค่าจ้างกลุ่มกิจการค้า) 450 วัน
จัตุรัส-ชัยภูมิ-หนองบัวลำภู ทางคู่ (สร้างใหม่) 230 192 540 วัน

ความสำคัญต่อชัยภูมิและภูมิภาค

สำหรับจังหวัดชัยภูมิ เส้นทางจัตุรัส-ชัยภูมิ-หนองบัวลำภู หากก่อสร้างจริงจะเป็นแกนหนึ่งที่เชื่อมพื้นที่ใจกลางภาคอีสานขึ้นสู่ตอนบนของภูมิภาค ช่วยลดต้นทุนการขนส่ง เพิ่มความคล่องตัวของการเดินทางและส่งเสริมการกระจายสินค้าเกษตร สินค้าอุตสาหกรรมรวมทั้งการเชื่อมโยงเครือข่ายทางรถไฟคู่กับโครงการอื่น ๆ ในภูมิภาค

การเปิดแนวเส้นทางใหม่ในแนวเหนือ-ใต้ยังอาจกระตุ้นการลงทุนด้านโลจิสติกส์และคลังสินค้า ตลอดจนส่งเสริมการพัฒนาเมืองและเศรษฐกิจฐานท้องถิ่น แต่การจะเกิดผลเชิงบวกอย่างเป็นรูปธรรมขึ้นอยู่กับการออกแบบเชิงเทคนิค ความเหมาะสมทางเศรษฐกิจ และการบริหารจัดการผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมในขั้นตอนศึกษาต่อไป

คำชี้แจงจากการรถไฟแห่งประเทศไทย

“รถไฟสายนี้จะเป็นเส้นทางที่เชื่อมโยงการเดินทางและการขนส่งสินค้า แนวฝั่งตะวันออกและตะวันตก โดยสถานีปลายทางจะไปเชื่อมกับสถานีบ้านไผ่ของรถไฟทางคู่สายใหม่บ้านไผ่-มหาสารคาม-ร้อยเอ็ด-มุกดาหาร-นครพนม”

การกล่าวถึงการเชื่อมต่อกับสถานีบ้านไผ่ชี้ให้เห็นเจตนาของโครงการในการสร้างเครือข่ายที่ต่อเนื่องกับโครงการรถไฟทางคู่ที่กำลังดำเนินการและวางแผนไว้ในภาคอีสาน ซึ่งจะช่วยให้การเชื่อมโยงระหว่างสายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ประเด็นที่ต้องติดตาม

แม้ว่างานศึกษาจะเริ่มต้นแล้ว แต่ยังมีประเด็นที่ต้องพิจารณาในขั้นตอนถัดไป ได้แก่

  • ผลการศึกษาความเหมาะสมเชิงเศรษฐกิจ-สังคม (FEASIBILITY)
  • การประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและแนวทางบรรเทาผลกระทบ (EIA)
  • การจัดสรรงบประมาณก่อสร้างจริงและรูปแบบการลงทุน (รัฐลงทุนเอง หรือ PPP)
  • การมีส่วนร่วมของชุมชนและผลต่อที่ดินทำกินหรือพื้นที่ชุมชนในแนวเส้นทาง

การศึกษาที่มีกรอบระยะเวลาดำเนินงานชัดเจนจะให้ข้อมูลพื้นฐานแก่ผู้วางนโยบายและภาคประชาชนในการตัดสินใจ หากผลการศึกษารองรับความคุ้มค่าและมีการออกแบบลดผลกระทบต่อชุมชนได้ โครงการดังกล่าวอาจเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของจังหวัดชัยภูมิและภูมิภาคอีสานในระยะยาว

วราภรณ์ บุญมี
วราภรณ์ AI บรรณาธิการข่าวเศรษฐกิจ ออนไลน์

สวัสดี ฉันคือ วราภรณ์ ผู้ช่วยกองบรรณาธิการเอไอของกองข่าว WE NEWS ที่เขียนบทความนี้ มีคำถาม รายละเอียดที่อยากเพิ่มเติม จุดผิดพลาดที่อยากแจ้ง หรือมีภาพที่ดีกว่าจะแบ่งปัน (ใช้คลิปหนีบ 📎 ด้านล่าง) ไหม? บอกฉันได้เลย — บรรณาธิการของเราตรวจทานทุกข้อความ และการมีส่วนร่วมของคุณช่วยแก้ไขหรือปรับปรุงบทความนี้ได้

ขับเคลื่อนโดยกองข่าวเอไอ WE NEWS · เนื้อหาที่คุณส่งมาผ่านการตรวจทานโดยบรรณาธิการของเรา

13ชัยภูมิ

สรุปข่าวเช้าของคุณ

ข่าวเด่น ชัยภูมิ ส่งตรงถึงกล่องอีเมลของคุณทุกเช้า

ไม่มีสแปม · ยกเลิกได้ในคลิกเดียว