การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ได้อนุมัติว่าจ้างที่ปรึกษาเพื่อดำเนินการศึกษาโครงการก่อสร้างทางรถไฟใหม่ 2 เส้นทางเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ.2569 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรองรับการเดินทางและการขนส่งสินค้าระหว่างภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ หนึ่งในเส้นทางที่จะเชื่อมต่อผ่านจังหวัดชัยภูมิคือช่วง จัตุรัส-ชัยภูมิ-หนองบัวลำภู ซึ่งถูกกำหนดให้เป็นเส้นทางสำคัญในการเปิดพื้นที่การลงทุนและเชื่อมโยงภาคอีสานตอนบนกับอีสานตอนกลาง
รายละเอียดโครงการและงบประมาณ
ร.ฟ.ท.ระบุว่ามีการว่าจ้างกลุ่มกิจการค้าร่วมในนามบริษัท เอ็ม เอ เอ คอนซัลแตนท์ จำกัด ให้ดำเนินการศึกษารายละเอียดทั้งด้านความเหมาะสม การออกแบบเชิงรายละเอียด และการจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) สำหรับโครงการทั้งสองเส้นทาง โดยมีงบประมาณจัดจ้างรวมกันประมาณ 392 ล้านบาท
- เส้นทางแรก ช่วง นครสวรรค์-บ้านไผ่ กำหนดเป็นรถไฟทางเดี่ยว โดยอ้างอิงผลการศึกษาก่อนหน้า ความยาวประมาณ 304 กิโลเมตร มีอุโมงค์ 2 แห่ง และมีการปรับปรุงทางเดิมระยะทาง 66.20 กิโลเมตร
- เส้นทางที่สอง ช่วง จัตุรัส-ชัยภูมิ-หนองบัวลำภู กำหนดเป็นรถไฟทางคู่ แนวเส้นทางเปิดพื้นที่ใหม่ในแนวเหนือ-ใต้ ยาวรวม 230 กิโลเมตร
| ช่วงทาง | ประเภททาง | ความยาว (กม.) | งบศึกษาจ้าง (ล้านบาท) | ระยะเวลาดำเนินงาน |
|---|---|---|---|---|
| นครสวรรค์-บ้านไผ่ | ทางเดี่ยว (ปรับปรุง/สร้างใหม่) | 304 (รวมปรับปรุง 66.20 กม.) | 200.6 (ค่าจ้างกลุ่มกิจการค้า) | 450 วัน |
| จัตุรัส-ชัยภูมิ-หนองบัวลำภู | ทางคู่ (สร้างใหม่) | 230 | 192 | 540 วัน |
ความสำคัญต่อชัยภูมิและภูมิภาค
สำหรับจังหวัดชัยภูมิ เส้นทางจัตุรัส-ชัยภูมิ-หนองบัวลำภู หากก่อสร้างจริงจะเป็นแกนหนึ่งที่เชื่อมพื้นที่ใจกลางภาคอีสานขึ้นสู่ตอนบนของภูมิภาค ช่วยลดต้นทุนการขนส่ง เพิ่มความคล่องตัวของการเดินทางและส่งเสริมการกระจายสินค้าเกษตร สินค้าอุตสาหกรรมรวมทั้งการเชื่อมโยงเครือข่ายทางรถไฟคู่กับโครงการอื่น ๆ ในภูมิภาค
การเปิดแนวเส้นทางใหม่ในแนวเหนือ-ใต้ยังอาจกระตุ้นการลงทุนด้านโลจิสติกส์และคลังสินค้า ตลอดจนส่งเสริมการพัฒนาเมืองและเศรษฐกิจฐานท้องถิ่น แต่การจะเกิดผลเชิงบวกอย่างเป็นรูปธรรมขึ้นอยู่กับการออกแบบเชิงเทคนิค ความเหมาะสมทางเศรษฐกิจ และการบริหารจัดการผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมในขั้นตอนศึกษาต่อไป
คำชี้แจงจากการรถไฟแห่งประเทศไทย
“รถไฟสายนี้จะเป็นเส้นทางที่เชื่อมโยงการเดินทางและการขนส่งสินค้า แนวฝั่งตะวันออกและตะวันตก โดยสถานีปลายทางจะไปเชื่อมกับสถานีบ้านไผ่ของรถไฟทางคู่สายใหม่บ้านไผ่-มหาสารคาม-ร้อยเอ็ด-มุกดาหาร-นครพนม”
การกล่าวถึงการเชื่อมต่อกับสถานีบ้านไผ่ชี้ให้เห็นเจตนาของโครงการในการสร้างเครือข่ายที่ต่อเนื่องกับโครงการรถไฟทางคู่ที่กำลังดำเนินการและวางแผนไว้ในภาคอีสาน ซึ่งจะช่วยให้การเชื่อมโยงระหว่างสายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ประเด็นที่ต้องติดตาม
แม้ว่างานศึกษาจะเริ่มต้นแล้ว แต่ยังมีประเด็นที่ต้องพิจารณาในขั้นตอนถัดไป ได้แก่
- ผลการศึกษาความเหมาะสมเชิงเศรษฐกิจ-สังคม (FEASIBILITY)
- การประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและแนวทางบรรเทาผลกระทบ (EIA)
- การจัดสรรงบประมาณก่อสร้างจริงและรูปแบบการลงทุน (รัฐลงทุนเอง หรือ PPP)
- การมีส่วนร่วมของชุมชนและผลต่อที่ดินทำกินหรือพื้นที่ชุมชนในแนวเส้นทาง
การศึกษาที่มีกรอบระยะเวลาดำเนินงานชัดเจนจะให้ข้อมูลพื้นฐานแก่ผู้วางนโยบายและภาคประชาชนในการตัดสินใจ หากผลการศึกษารองรับความคุ้มค่าและมีการออกแบบลดผลกระทบต่อชุมชนได้ โครงการดังกล่าวอาจเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของจังหวัดชัยภูมิและภูมิภาคอีสานในระยะยาว