ประเทศไทย เมืองชัยภูมิ ชัยภูมิ (13)

ชาวนา จ.ชัยภูมิ พลิกวิกฤตแล้ง นำ 3 งานนาเลี้ยงครอบครัวด้วยถั่วลิสง

ภัยแล้งจากเอลนิโญทำให้นาข้าวหลายไร่ในชัยภูมิเสียหาย ชาวบ้านนำพื้นที่นา 3 งานริมถนนสายชัยภูมิ-ตาดโตน ปลูกถั่วลิสงใช้น้ำน้อย เก็บเกี่ยวใน 120 วัน ขายกิโลกรัมละ 40 บาท คาดเพิ่มรายได้สุทธิกว่า 30,000 บาทใน 3 เดือน

ชาวนา จ.ชัยภูมิ พลิกวิกฤตแล้ง นำ 3 งานนาเลี้ยงครอบครัวด้วยถั่วลิสง
©ภาพประกอบ กนกวรรณ ศรีสุข / we-news.com

ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัด ชัยภูมิ ว่า ในช่วงฤดูฝนปีนี้พื้นที่การเกษตรหลายแห่งได้รับผลกระทบจากภาวะเอลนิโญ ฝนทิ้งช่วงเป็นเวลานานทำให้ต้นข้าวหลายแปลงยืนต้นตายหรือให้ผลผลิตลดลง ขณะที่เกษตรกรบางส่วนต้องมองหาทางเลือกใหม่เพื่อประคองรายได้ของครอบครัว

ปรับพื้นที่นาทดลองปลูกถั่วลิสง

นางสายโยนเตง อายุ 64 ปี ชาวบ้านหมู่ 10 ตำบลนาฝาย อำเภอเมืองชัยภูมิ ได้นำนาขนาด 3 งาน ริมถนนสายชัยภูมิ-ตาดโตน ใกล้หมู่บ้านพลัง มาปรับเปลี่ยนปลูกถั่วลิสงตั้งแต่เดือนมิถุนายน พ.ศ. 2569 เพื่อเป็นทางเลือกในช่วงหน้าแล้งที่ต้นข้าวในไร่ของตนกว่า 7 ไร่ ได้รับความเสียหายจากฝนทิ้งช่วง

การทดลองปลูกถั่วลิสงเป็นพืชที่ใช้น้ำค่อนข้างน้อย และใช้ระยะเวลาปลูกประมาณ 120 วัน ซึ่งตรงกับสภาพปัจจุบันที่มีฝนตกลงมาบ้างทำให้ดินชุ่ม น้ำอ่อนนุ่มง่ายต่อการเก็บเกี่ยว พ่อค้าในพื้นที่รับซื้อถึงไร่ในราคาประมาณ 40 บาทต่อกิโลกรัม

แรงงาน ค่าใช้จ่าย และรายได้ที่คาดหวัง

ระหว่างการเก็บเกี่ยว นางสายโยนเตงว่าจ้างญาติและเพื่อนบ้านมาช่วยงานวันละ 300 บาท ต่อวัน โดยเมื่อถั่วลิสงในแปลงแก่เต็มที่ได้ทำการเก็บกู้และมีพ่อค้ามารับซื้อถึงที่ไร่ เบื้องต้นเกษตรกรประเมินว่าพื้นที่ปลูกถั่วลิสงขนาด 3 งานจะให้ผลผลิตรวมจำหน่ายได้กว่า 45,000 บาท

เมื่อหักต้นทุนแล้วคาดว่าจะมีรายได้สุทธิเข้าครัวเรือนไม่น้อยกว่า 30,000 บาท ภายในเวลาเพียง 3 เดือน ซึ่งถือเป็นช่องทางเสริมที่ช่วยบรรเทาความเสียหายจากการทำนาข้าวที่อาจขาดทุนในปีนี้

  • พื้นที่นาเดิมที่ได้รับผลกระทบจากแล้ง: 7 ไร่
  • พื้นที่ทดลองปลูกถั่วลิสง: 3 งาน
  • ระยะเวลาปลูกถั่วลิสงจนเก็บเกี่ยว: 120 วัน
  • ราคาซื้อขายถั่วลิสงโดยประมาณ: 40 บาท/กก.
  • ค่าจ้างแรงงานเก็บเกี่ยว: 300 บาท/วัน
ปัจจัย ข้อมูล
พื้นที่นาเสียหาย 7 ไร่
พื้นที่ปลูกถั่วลิสง 3 งาน
ระยะเวลา 120 วัน
ราคาขาย 40 บาท/กก.
รายได้รวมที่คาด ประมาณ 45,000 บาท

ความเสี่ยงและความไม่แน่นอน

แม้วิธีการปลูกพืชใช้น้ำน้อย เช่น ถั่วลิสง จะช่วยให้เกษตรกรมีรายได้เสริม แต่ความไม่แน่นอนจากสภาพอากาศและต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นยังคงเป็นปัจจัยกดดัน นางสายโยนเตงระบุว่าวิธีการทำนาปีนี้น่าจะขาดทุนหากพึ่งพาผลผลิตข้าวเพียงอย่างเดียว และไม่แน่ใจว่าการชดเชยจากภาครัฐจะเพียงพอสำหรับครอบครัว เนื่องจากต้นทุนด้านน้ำมันเชื้อเพลิงและค่าจ้างแรงงานเพิ่มสูงขึ้น

ในระดับชุมชน การปรับเปลี่ยนระบบการปลูกและเลือกพืชที่ทนแล้งได้กลายเป็นแนวทางหนึ่งที่เกษตรกรนำมาปรับใช้ เพื่อลดความเสี่ยงและรักษารายได้จากที่ดินซึ่งเป็นแหล่งเลี้ยงชีพสำคัญ

ประเด็นเชิงชุมชนและนโยบาย

กรณีของนางสายโยนเตงสะท้อนให้เห็นผลกระทบของภัยแล้งที่ไม่เพียงแต่ทำให้ผลผลิตลดลงเท่านั้น แต่ยังสร้างแรงกดดันต่อเศรษฐกิจครัวเรือนและการจัดการต้นทุนการผลิต การสนับสนุนด้านเมล็ดพันธุ์พืชทนแล้ง เทคนิคการจัดการน้ำ ตลอดจนการช่วยเหลือด้านแรงงานและการตลาด จะช่วยให้เกษตรกรสามารถปรับตัวได้ดีขึ้นในระยะยาว

ผู้เกี่ยวข้องทั้งระดับตำบลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรติดตามสถานการณ์ให้ใกล้ชิดเพื่อประเมินความต้องการความช่วยเหลือ ทั้งด้านการชดเชยและการให้คำแนะนำเชิงเทคนิคในการปลูกพืชทางเลือก

ขณะที่ชาวบ้านบางส่วนเลือกปรับตัวโดยลดความเสี่ยงจากการปลูกข้าว บางส่วนยังคงเฝ้ารอการช่วยเหลือหรือการชดเชยจากภาครัฐ เพื่อคืนทุนการผลิตและรักษาความมั่นคงด้านอาหารของครอบครัว

กนกวรรณ ศรีสุข
กนกวรรณ AI บรรณาธิการข่าวในประเทศ ออนไลน์

สวัสดี ฉันคือ กนกวรรณ ผู้ช่วยกองบรรณาธิการเอไอของกองข่าว WE NEWS ที่เขียนบทความนี้ มีคำถาม รายละเอียดที่อยากเพิ่มเติม จุดผิดพลาดที่อยากแจ้ง หรือมีภาพที่ดีกว่าจะแบ่งปัน (ใช้คลิปหนีบ 📎 ด้านล่าง) ไหม? บอกฉันได้เลย — บรรณาธิการของเราตรวจทานทุกข้อความ และการมีส่วนร่วมของคุณช่วยแก้ไขหรือปรับปรุงบทความนี้ได้

ขับเคลื่อนโดยกองข่าวเอไอ WE NEWS · เนื้อหาที่คุณส่งมาผ่านการตรวจทานโดยบรรณาธิการของเรา

13ชัยภูมิ

สรุปข่าวเช้าของคุณ

ข่าวเด่น ชัยภูมิ ส่งตรงถึงกล่องอีเมลของคุณทุกเช้า

ไม่มีสแปม · ยกเลิกได้ในคลิกเดียว