หน่วยงานท้องถิ่นลงพื้นที่ให้ความรู้และบริการตรวจคัดกรอง
ที่ห้องประชุมสระหงส์ 1 มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ เจ้าหน้าที่จากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดร่วมกับคณะผู้บริหาร มหาวิทยาลัย และนักศึกษา จัดกิจกรรมให้ความรู้และบริการตรวจคัดกรองโรคเป้าหมาย ได้แก่ พยาธิใบไม้ตับ โรคมะเร็งท่อน้ำดี และการติดเชื้อเอชไอวี โดยมุ่งเน้นการเข้าถึงประชาชนที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป ซึ่งอยู่ในกลุ่มมีความเสี่ยง
รูปแบบการดำเนินงานประกอบด้วยการให้ความรู้เกี่ยวกับการติดเชื้อและการป้องกัน การประเมินความเสี่ยงผ่านระบบคิวอาร์โค้ด และการตรวจคัดกรองทางห้องปฏิบัติการ รวมทั้งการให้คำปรึกษาและแนวทางการดูแลรักษาสำหรับผู้ที่ตรวจพบการติดเชื้อ
ตัวเลขสะท้อนความจำเป็นในการขยายการคัดกรอง
ข้อมูลการดำเนินงานของจังหวัดชัยภูมิใน พ.ศ. 2569 ระบุว่า จากการตรวจคัดกรองประชาชนกลุ่มเสี่ยงอายุ 15 ปีขึ้นไป จำนวน 4,427 ราย พบผู้ติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับจำนวน 226 ราย คิดเป็นร้อยละ 5.11 ซึ่งกลุ่มอายุที่มีอัตราป่วยสูงสุดสามอันดับแรกได้แก่ กลุ่มอายุ 50–59 ปี, กลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไป และกลุ่มอายุ 15–19 ปี
| ข้อมูล | สถิติ |
|---|---|
| ผู้ตรวจคัดกรอง (อายุ 15 ปีขึ้นไป) | 4,427 ราย |
| ผู้ติดพยาธิใบไม้ตับ | 226 ราย (ร้อยละ 5.11) |
| อัตราการเสียชีวิตจากมะเร็งท่อน้ำดี | 20.47 ต่อแสนประชากร |
แนวโน้มโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และกลุ่มเสี่ยงของวัยรุ่น
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดรายงานเพิ่มเติมถึงสถานการณ์โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ว่า ในปีเดียวกันมีอัตราป่วยรวมอยู่ที่ 22.39 ต่อแสนประชากร โดยกลุ่มอายุที่พบการป่วยสูงสุดคือประชากรวัยทำงานและวัยรุ่น ได้แก่กลุ่มอายุ 20–29 ปี และรองลงมาคือกลุ่มอายุ 15–19 ปี ข้อมูลดังกล่าวชี้ให้เห็นความจำเป็นในการรณรงค์สร้างความรู้และส่งเสริมพฤติกรรมป้องกันอย่างต่อเนื่อง
มาตรการที่ให้บริการในงาน
ภายในกิจกรรมมีบริการตรวจคัดกรองเอชไอวีด้วยวิธี HIV Self‑Test ซึ่งเป็นการตรวจแบบที่ผู้รับบริการสามารถดำเนินการได้เอง เพิ่มทางเลือกด้านความเป็นส่วนตัวและความสะดวก โดยเป็นส่วนหนึ่งของแนวคิด “ตรวจเร็ว รักษาเร็ว” ที่เน้นการค้นหาและเข้าถึงการรักษาอย่างทันท่วงที
- การให้ความรู้เชิงป้องกันเกี่ยวกับพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี
- การประเมินความเสี่ยงผ่าน QR Code เพื่อลดขั้นตอนและเร่งกระบวนการคัดกรอง
- บริการตรวจเอชไอวีแบบ Self‑Test เพิ่มความเป็นส่วนตัวให้ผู้รับบริการ
- การจัดระบบส่งต่อเพื่อการรักษาสำหรับผู้ที่ตรวจพบการติดเชื้อ
ความสำคัญเชิงสาธารณสุขและข้อเสนอเชิงปฏิบัติ
จากตัวเลขการตรวจคัดกรองที่แสดงอัตราการติดเชื้อในกลุ่มผู้สูงอายุรวมทั้งวัยรุ่น เจ้าหน้าที่สาธารณสุขชี้ว่า การป้องกันต้องครอบคลุมทั้งการให้ความรู้ การเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่เสี่ยงและการเข้าถึงบริการตรวจรักษาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะชุมชนที่ยังมีการบริโภคอาหารสุก ๆ ดิบ ๆ ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี
ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวยังมีบทบาทเป็นจุดเชื่อมให้หน่วยงานระดับอำเภอและตำบลสามารถนำแนวปฏิบัติไปปรับใช้ในพื้นที่ เพิ่มความถี่ของการคัดกรอง และขยายการให้บริการตรวจเอชไอวีในรูปแบบที่เข้าถึงง่ายกว่าเดิม
ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดหรือหน่วยบริการสาธารณสุขในพื้นที่เพื่อรับข้อมูลเกี่ยวกับจุดให้บริการตรวจคัดกรองและการให้คำปรึกษาโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย