วันที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2569 ที่โรงเรียนบ้านบ้องตี้ ตำบลบ้องตี้ อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี นางสาววริษฐา สงวนเสริมศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เป็นประธานเปิดโครงการ "จังหวัดเคลื่อนที่ บำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน" ครั้งที่ 13 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เพื่อรับฟังความต้องการและนำบริการของภาครัฐลงสู่พื้นที่
การลงพื้นที่และการมอบสิ่งของ
การจัดงานมีหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้นำชุมชนเข้าร่วม ผู้ว่าราชการจังหวัดได้มอบนี้ให้แก่ชุมชนและโรงเรียนในพื้นที่ เช่น การมอบวุ้นเส้นและน้ำตาลทรายจำนวน 100 กิโลกรัม แก่โรงเรียน 2 แห่ง เพื่อสนับสนุนโครงการอาหารกลางวันนักเรียน นอกจากนี้ยังมอบพันธุ์ปลาและถุงยังชีพเพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้ด้อยโอกาสจำนวน 200 ชุด
3 ปัญหาหลักที่ชาวบ้านร้องเรียน
ในเวทีรับฟังปัญหา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้องตี้ได้นำเสนอปัญหาสำคัญ 3 ประการซึ่งเรื้อรังมานาน ได้แก่
- สถานะที่ดินทำกินและการทะเบียนราษฎร์ที่ยังได้เพียงทะเบียนชั่วคราว
- ปัญหาไฟฟ้าไม่เพียงพอ ไฟตกและไฟกระชากบ่อยครั้ง
- การขาดแคลนน้ำสำหรับการเกษตรและอุปโภคบริโภค
ชาวบ้านอธิบายว่าปัญหาการไม่มีสถานะที่ดินถาวรทำให้ต้องใช้มิเตอร์ไฟฟ้าชั่วคราว ส่งผลให้ต้องจ่ายค่าไฟในอัตราที่สูงกว่าปกติอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นภาระต่อครัวเรือนเกษตรกร
ผลกระทบจากสถานะที่ดินและไฟฟ้า
เอกสารที่ชาวบ้านและผู้นำชุมชนชี้แจงระบุว่า เมื่อมีการใช้ทะเบียนราษฎร์ชั่วคราว ทำให้ผู้ใช้ไฟบางรายต้องจ่ายอัตราค่าไฟที่สูงกว่าอัตราปกติอย่างมาก ส่งผลให้ครัวเรือนต้องแบกรับค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันสถานะมิได้ถาวรยังเป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงบริการพื้นฐานและการลงทุนทางการเกษตร
ในส่วนของระบบไฟฟ้า พื้นที่บางส่วนได้รับไฟฟ้าแบบ 3 เฟสเพียงบางตำบล ขณะที่ส่วนใหญ่ยังใช้ไฟฟ้าแบบเฟสเดียว ซึ่งก่อให้เกิด ไฟตกและไฟกระชาก เป็นประจำ จนส่งผลกระทบต่ออุปกรณ์การเรียนของนักเรียนและเครื่องใช้ไฟฟ้าของประชาชน
ความจำเป็นของน้ำเพื่อการเกษตร
พื้นที่บ้องตี้มีประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ประชาชนจึงเรียกร้องให้ภาครัฐประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาการจัดหาน้ำ ทั้งการจัดระบบส่งน้ำเพื่อการเกษตรและการวางแผนจัดหาน้ำอุปโภคบริโภค โดยเห็นว่าหากปัญหาน้ำไม่ถูกแก้ไขจะกระทบต่อผลผลิตและรายได้ของครัวเรือน
ข้อเสนอและแนวทางการแก้ไขที่นำเสนอ
ภายในงานมีการแลกเปลี่ยนข้อเสนอระหว่างหน่วยงานจังหวัดและผู้นำในพื้นที่ โดยมีการส่งเรื่องร้องเรียนเพื่อให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเร่งตรวจสอบและเสนอแนวทางแก้ไข ได้แก่
- การตรวจสอบสถานะที่ดินและเร่งรัดการออกทะเบียนที่ดินถาวร
- การตรวจสอบระบบจำหน่ายไฟฟ้า และพิจารณาขยายระบบ 3 เฟสหรือปรับปรุงแรงดันไฟฟ้าในพื้นที่
- การประสานงานกับกรมชลประทานหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดหาแหล่งน้ำและระบบส่งน้ำสำหรับการเกษตร
| ประเด็น | สถานะ/ผลกระทบ |
|---|---|
| ที่ดินทำกิน | ทะเบียนราษฎร์ชั่วคราว/อุปสรรคต่อการเข้าถึงบริการ |
| ไฟฟ้า | ไฟตก-ไฟกระชากบ่อย เครื่องใช้ไฟฟ้าเสียหาย |
| น้ำเพื่อการเกษตร | ขาดแคลน ส่งผลต่อผลผลิตและรายได้ |
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการจัดโครงการครั้งนี้เป็นช่องทางสำคัญให้หน่วยงานของรัฐรับทราบปัญหาเชิงพื้นที่อย่างเป็นระบบ และเป็นจุดเริ่มต้นของการประสานงานเพื่อนำไปสู่การแก้ไขในระยะต่อไป ทั้งนี้ ชาวบ้านให้ความหวังว่าหลังจากการรับฟังและการมอบสิ่งของจะมีการติดตามผลอย่างต่อเนื่องจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
โครงการจังหวัดเคลื่อนที่ยังช่วยให้ผู้บริหารระดับจังหวัดและหน่วยงานต่าง ๆ เห็นสภาพปัญหาที่แท้จริงในพื้นที่และสามารถกำหนดแนวทางการช่วยเหลือที่ตรงจุด เพื่อลดความเดือดร้อนและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ห่างไกล