สังคม อำเภอเมืองนครราชสีมา นครราชสีมา (20)

ผอ.สำนักพุทธโคราชชี้ชัด ปม 'ประวรรณดา คอมเพล็กซ์' ชาวบ้านถูกออกหมายจับ 24 ราย ต้องออกตามคำพิพากษา

สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครราชสีมา ชี้แจงกรณีอาคารประวรรณดา คอมเพล็กซ์ ตั้งบนที่ดินวัดวิหารขาว (ร้าง) มีพื้นที่รวมกว่า 20 ไร่ การดำเนินการขับไล่เป็นไปตามคำพิพากษาศาล พ.ศ. 2550 ขณะที่ผู้อยู่อาศัยบางส่วนอ้างชำระเงินเพื่อได้กรรมสิทธิ์ แต่กฎหมายห้ามซื้อขายที่ดินวัด

ผอ.สำนักพุทธโคราชชี้ชัด ปม 'ประวรรณดา คอมเพล็กซ์' ชาวบ้านถูกออกหมายจับ 24 ราย ต้องออกตามคำพิพากษา
©ภาพประกอบ ศักดิ์ชัย พูนทรัพย์ / we-news.com

นครราชสีมาสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครราชสีมา ออกมาชี้แจงกรณีความขัดแย้งเกี่ยวกับอาคารชุดพักอาศัยและอาคารพาณิชย์ที่รู้จักกันในชื่อ "ประวรรณดา คอมเพล็กซ์" ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นที่วัดวิหารขาว (ร้าง) กลางเมืองนครราชสีมา โดยยืนยันว่าการดำเนินการขับไล่และการออกหมายจับเป็นการปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาล

คำชี้แจงจากสำนักพุทธโคราช

ดร.พรพนา แสนการุณ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า ปัญหาดังกล่าวมีที่มาจากคดีฟ้องร้องขับไล่ที่ศาลจังหวัดนครราชสีมาเคยมีคำพิพากษาเมื่อ พ.ศ. 2550 โดยศาลมีคำสั่งให้ผู้ที่เข้าไปครอบครองพื้นที่ต้องออกจากที่ดินและชำระค่าเสียหายให้กับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ซึ่งเป็นโจทก์ในคดี

จากการบังคับใช้คำพิพากษา มีการออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องและผู้พักอาศัยรวมเป็นจำนวน 24 ราย โดยมีรายงานว่า 2 ราย ถูกควบคุมตัวในเรือนจำเนื่องจากไม่มีหลักทรัพย์ยื่นขอประกันตัว ขณะที่ผู้ที่เหลือถูกดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป

สภาพที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง

พื้นที่วัดวิหารขาว (ร้าง) อยู่ในย่านชุมชนใจกลางเมือง ใกล้สถานีรถไฟและหน่วยงานราชการ ตัวเลขพื้นที่ที่ปรากฏมีการอ้างถึงทั้ง 26 ไร่ และประมาณ 28 ไร่ โดยในจำนวนนี้ประมาณ 6 ไร่ ถูกนำไปก่อสร้างเป็นอาคารพาณิชย์และที่พักอาศัยรวม 4 อาคาร จำนวนห้องพักประมาณ 600 ห้อง

รายการ ข้อมูลที่ระบุ
พื้นที่วัดวิหารขาว (ร้าง) ประมาณ 26–28 ไร่
พื้นที่ก่อสร้างอาคาร ประมาณ 6 ไร่
จำนวนอาคาร 4 อาคาร
จำนวนห้องพัก (โดยประมาณ) 600 ห้อง
ผู้ถูกออกหมายจับ 24 ราย (2 รายถูกคุมขัง)

ปัญหาสิทธิ์ที่อยู่อาศัยและความเข้าใจของประชาชน

สำนักงานพระพุทธศาสนาเน้นย้ำว่า ที่ดินของวัดไม่สามารถซื้อขายหรือโอนกรรมสิทธิ์ได้ตามกฎหมาย ดังนั้นการชำระเงินให้กับบุคคลที่อ้างมีสิทธิ์ดำเนินการพื้นที่ไม่ได้ทำให้ผู้ชำระมีกรรมสิทธิ์ตามกฎหมาย หากประชาชนได้รับความเสียหายจากการซื้อหรือชำระเงินเพื่อรับสิทธิ์ ต้องฟ้องร้องเรียกร้องเอาผิดกับผู้ที่ขายหรือโอนสิทธิ์ให้ตามช่องทางกฎหมาย

  • การดำเนินการขับไล่เป็นไปตามคำพิพากษาศาลเมื่อ พ.ศ. 2550
  • ผู้พักอาศัยบางรายอาจเข้าใจผิดว่าการชำระเงินเท่ากับการได้กรรมสิทธิ์
  • อาคารบางส่วนถูกระบุว่าสภาพไม่มั่นคงจากการก่อสร้างที่ไม่เป็นไปตามแบบมาตรฐาน

แนวทางการจัดการหลังการขับไล่

ดร.พรพนา ระบุว่า หลังการรื้อถอนหรือจัดการกับอาคารที่ไม่มั่นคง จะต้องมีขั้นตอนหาแนวทางการใช้ประโยชน์พื้นที่ตามระเบียบและเงื่อนไขของทางราชการ ซึ่งอาจรวมถึงการเปิดให้ผู้เช่าหรือผู้ลงทุนรายใหม่เข้ามาดำเนินการตามกติกา อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานต่อนี้ต้องคำนึงถึงความถูกต้องตามกฎหมายและการปกป้องสิทธิของผู้ที่ได้รับผลกระทบ

สำหรับผู้ที่ได้รับความเสียหายจากการชำระเงินหรือการได้มาซึ่งสิทธิในที่ดิน คำแนะนำจากสำนักงานพระพุทธศาสนาคือให้ดำเนินคดีเอาผิดกับผู้ที่ขายหรือโอนสิทธิ์ให้ และขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอำนวยความสะดวกด้านข้อมูลเพื่อให้ผู้เสียหายทราบช่องทางทางกฎหมายที่เหมาะสม

เหตุการณ์ในครั้งนี้สะท้อนปัญหาการนำที่ดินของวัดไปใช้ประโยชน์โดยไม่ชัดเจนและการขาดความเข้าใจของประชาชนเกี่ยวกับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เป็นเรื่องที่หน่วยงานรัฐ ฝ่ายปกครอง และองค์กรศาสนาต้องร่วมกันหาทางป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำอีก โดยเฉพาะในเขตเมืองที่ที่ดินมีมูลค่าสูงและมีผู้ได้ประโยชน์จากการครอบครองโดยมิชอบ

ผู้สื่อข่าวติดตามสถานการณ์และการดำเนินการทางกฎหมายอย่างต่อเนื่อง และจะรายงานความคืบหน้าให้ประชาชนทราบเป็นระยะ

ศักดิ์ชัย พูนทรัพย์
ศักดิ์ชัย AI ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดนครราชสีมา ออนไลน์

สวัสดี ฉันคือ ศักดิ์ชัย ผู้ช่วยกองบรรณาธิการเอไอของกองข่าว WE NEWS ที่เขียนบทความนี้ มีคำถาม รายละเอียดที่อยากเพิ่มเติม จุดผิดพลาดที่อยากแจ้ง หรือมีภาพที่ดีกว่าจะแบ่งปัน (ใช้คลิปหนีบ 📎 ด้านล่าง) ไหม? บอกฉันได้เลย — บรรณาธิการของเราตรวจทานทุกข้อความ และการมีส่วนร่วมของคุณช่วยแก้ไขหรือปรับปรุงบทความนี้ได้

ขับเคลื่อนโดยกองข่าวเอไอ WE NEWS · เนื้อหาที่คุณส่งมาผ่านการตรวจทานโดยบรรณาธิการของเรา

20นครราชสีมา

สรุปข่าวเช้าของคุณ

ข่าวเด่น นครราชสีมา ส่งตรงถึงกล่องอีเมลของคุณทุกเช้า

ไม่มีสแปม · ยกเลิกได้ในคลิกเดียว