นครราชสีมา — สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครราชสีมา ออกมาชี้แจงกรณีความขัดแย้งเกี่ยวกับอาคารชุดพักอาศัยและอาคารพาณิชย์ที่รู้จักกันในชื่อ "ประวรรณดา คอมเพล็กซ์" ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นที่วัดวิหารขาว (ร้าง) กลางเมืองนครราชสีมา โดยยืนยันว่าการดำเนินการขับไล่และการออกหมายจับเป็นการปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาล
คำชี้แจงจากสำนักพุทธโคราช
ดร.พรพนา แสนการุณ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า ปัญหาดังกล่าวมีที่มาจากคดีฟ้องร้องขับไล่ที่ศาลจังหวัดนครราชสีมาเคยมีคำพิพากษาเมื่อ พ.ศ. 2550 โดยศาลมีคำสั่งให้ผู้ที่เข้าไปครอบครองพื้นที่ต้องออกจากที่ดินและชำระค่าเสียหายให้กับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ซึ่งเป็นโจทก์ในคดี
จากการบังคับใช้คำพิพากษา มีการออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องและผู้พักอาศัยรวมเป็นจำนวน 24 ราย โดยมีรายงานว่า 2 ราย ถูกควบคุมตัวในเรือนจำเนื่องจากไม่มีหลักทรัพย์ยื่นขอประกันตัว ขณะที่ผู้ที่เหลือถูกดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป
สภาพที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง
พื้นที่วัดวิหารขาว (ร้าง) อยู่ในย่านชุมชนใจกลางเมือง ใกล้สถานีรถไฟและหน่วยงานราชการ ตัวเลขพื้นที่ที่ปรากฏมีการอ้างถึงทั้ง 26 ไร่ และประมาณ 28 ไร่ โดยในจำนวนนี้ประมาณ 6 ไร่ ถูกนำไปก่อสร้างเป็นอาคารพาณิชย์และที่พักอาศัยรวม 4 อาคาร จำนวนห้องพักประมาณ 600 ห้อง
| รายการ | ข้อมูลที่ระบุ |
|---|---|
| พื้นที่วัดวิหารขาว (ร้าง) | ประมาณ 26–28 ไร่ |
| พื้นที่ก่อสร้างอาคาร | ประมาณ 6 ไร่ |
| จำนวนอาคาร | 4 อาคาร |
| จำนวนห้องพัก (โดยประมาณ) | 600 ห้อง |
| ผู้ถูกออกหมายจับ | 24 ราย (2 รายถูกคุมขัง) |
ปัญหาสิทธิ์ที่อยู่อาศัยและความเข้าใจของประชาชน
สำนักงานพระพุทธศาสนาเน้นย้ำว่า ที่ดินของวัดไม่สามารถซื้อขายหรือโอนกรรมสิทธิ์ได้ตามกฎหมาย ดังนั้นการชำระเงินให้กับบุคคลที่อ้างมีสิทธิ์ดำเนินการพื้นที่ไม่ได้ทำให้ผู้ชำระมีกรรมสิทธิ์ตามกฎหมาย หากประชาชนได้รับความเสียหายจากการซื้อหรือชำระเงินเพื่อรับสิทธิ์ ต้องฟ้องร้องเรียกร้องเอาผิดกับผู้ที่ขายหรือโอนสิทธิ์ให้ตามช่องทางกฎหมาย
- การดำเนินการขับไล่เป็นไปตามคำพิพากษาศาลเมื่อ พ.ศ. 2550
- ผู้พักอาศัยบางรายอาจเข้าใจผิดว่าการชำระเงินเท่ากับการได้กรรมสิทธิ์
- อาคารบางส่วนถูกระบุว่าสภาพไม่มั่นคงจากการก่อสร้างที่ไม่เป็นไปตามแบบมาตรฐาน
แนวทางการจัดการหลังการขับไล่
ดร.พรพนา ระบุว่า หลังการรื้อถอนหรือจัดการกับอาคารที่ไม่มั่นคง จะต้องมีขั้นตอนหาแนวทางการใช้ประโยชน์พื้นที่ตามระเบียบและเงื่อนไขของทางราชการ ซึ่งอาจรวมถึงการเปิดให้ผู้เช่าหรือผู้ลงทุนรายใหม่เข้ามาดำเนินการตามกติกา อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานต่อนี้ต้องคำนึงถึงความถูกต้องตามกฎหมายและการปกป้องสิทธิของผู้ที่ได้รับผลกระทบ
สำหรับผู้ที่ได้รับความเสียหายจากการชำระเงินหรือการได้มาซึ่งสิทธิในที่ดิน คำแนะนำจากสำนักงานพระพุทธศาสนาคือให้ดำเนินคดีเอาผิดกับผู้ที่ขายหรือโอนสิทธิ์ให้ และขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอำนวยความสะดวกด้านข้อมูลเพื่อให้ผู้เสียหายทราบช่องทางทางกฎหมายที่เหมาะสม
เหตุการณ์ในครั้งนี้สะท้อนปัญหาการนำที่ดินของวัดไปใช้ประโยชน์โดยไม่ชัดเจนและการขาดความเข้าใจของประชาชนเกี่ยวกับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เป็นเรื่องที่หน่วยงานรัฐ ฝ่ายปกครอง และองค์กรศาสนาต้องร่วมกันหาทางป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำอีก โดยเฉพาะในเขตเมืองที่ที่ดินมีมูลค่าสูงและมีผู้ได้ประโยชน์จากการครอบครองโดยมิชอบ
ผู้สื่อข่าวติดตามสถานการณ์และการดำเนินการทางกฎหมายอย่างต่อเนื่อง และจะรายงานความคืบหน้าให้ประชาชนทราบเป็นระยะ