วันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2569 จังหวัดสุโขทัยเผยสถานการณ์น้ำมีแนวโน้มลดลงจากเหตุฝนตกหนักก่อนหน้า แต่ยังเฝ้าระวังมวลน้ำจากจังหวัดตอนเหนือ โดย ผู้ว่าราชการจังหวัด ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมพร้อมรับมือมวลน้ำที่จะไหลมาจากพื้นที่จังหวัดแพร่และพะเยา ทั้งการระบายน้ำและการป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อเขตเศรษฐกิจและชุมชนชั้นในของตัวเมือง
พื้นที่ได้รับผลกระทบและสถานการณ์เบื้องต้น
ขณะนี้จังหวัดรายงานว่ามีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในพื้นที่ของจังหวัดจำนวนจำกัด แต่ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยข้อมูลจากจังหวัดระบุว่าได้รับผลกระทบใน 2 อำเภอ 4 ตำบล 6 หมู่บ้าน รวม 71 ครัวเรือน มีประชากร 222 คน โดยแบ่งเป็นอำเภอศรีสัชนาลัยและอำเภอสวรรคโลก
| อำเภอ | ตำบล/หมู่บ้าน | ครัวเรือน | ประชากร |
|---|---|---|---|
| ศรีสัชนาลัย | 2 ตำบล 3 หมู่บ้าน | 10 | 50 |
| สวรรคโลก | 2 ตำบล 3 หมู่บ้าน | 61 | 172 |
สาเหตุและการเฝ้าระวัง
จังหวัดชี้ว่าเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2569 บริเวณตำบลแม่สิน อำเภอศรีสัชนาลัย ซึ่งเป็นพื้นที่ภูเขาสูง เกิดฝนตกหนักสะสม ทำให้ปริมาณน้ำฝนสูงถึง 300 มิลลิเมตร ผลักดันมวลน้ำไหลหลากลงสู่พื้นที่ตอนล่างและลงสู่แม่น้ำยม ส่งผลให้มีน้ำท่วมบ้านเรือนในบางตำบล อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันฝนหยุดแล้วและมวลน้ำเริ่มไหลลงเป็นปกติ แต่จังหวัดยังคงติดตามระดับน้ำอย่างต่อเนื่อง
"ยังคงต้องเฝ้าระวังน้ำจากตอนเหนือของสุโขทัยคือ แพร่และพะเยา ซึ่งจะไหลเข้าสู่จังหวัดสุโขทัย"
มาตรการตอบโต้และการเตรียมความพร้อม
ผู้ว่าราชการจังหวัดได้สั่งให้อำเภอ หน่วยงานท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเครือข่ายกู้ภัยเตรียมรับสถานการณ์ โดยจังหวัดสนับสนุนเครื่องจักรกล ยานพาหนะ เรือ และอุปกรณ์กู้ภัย รวมทั้งจัดเตรียมกระสอบทราย อาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็นให้กับชุมชนที่อาจได้รับผลกระทบ
- คาดว่ามวลน้ำจะมาถึงประตูระบายน้ำบ้านหาดสะพานจันทร์ อ.สวรรคโลก ในวันที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2569
- จังหวัดวางแผนบริหารจัดการน้ำให้ไหลลงคลองยมน่าน เพื่อผันลงแม่น้ำน่านได้ประมาณ 300 ลูกบาศก์เมตร
- หากปริมาณมวลน้ำเกินกว่าที่ประเมินไว้ จะมีการระบายเพิ่มเติมเข้าสู่คลองก้างปลาและพื้นที่อื่น ๆ
มาตรการป้องกันในพื้นที่ตัวเมือง
เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการปิดช่องทางเดินลงแม่น้ำยมบริเวณพนังเรียบหน้าจวนผู้ว่าราชการจังหวัดและหน้าวัดคูหาสุวรรณ พร้อมนำกำลังเรียงกระสอบทรายบริเวณจุดเสี่ยง และติดตั้งบิ๊กแบคหลังวัดปากแคว นอกจากนี้ยังบดอัดดินและปักไม้ยูคาลิปตัสตามริมตลิ่งในหลายตำบลเพื่อสกัดไม่ให้มวลน้ำทะลักเข้าสู่เขตชุมชน
การเฝ้าระวังและคำแนะนำต่อประชาชน
จังหวัดระบุว่าจะจัดเวรเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังสถานการณ์และติดตามระดับน้ำตลอด 24 ชั่วโมง ขณะเดียวกันขอความร่วมมือให้ประชาชนติดตามประกาศจากหน่วยงานราชการ หลีกเลี่ยงบริเวณริมตลิ่งที่เสี่ยง และเตรียมสิ่งของจำเป็นกรณีต้องอพยพชั่วคราว
ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารงานฉุกเฉินและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นยังคงประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากจังหวัดสุโขทัยไม่มีเขื่อนขนาดใหญ่สำหรับควบคุมปริมาณน้ำ จึงต้องพึ่งวิธีการบริหารจัดการเชิงพื้นที่และการระบายน้ำร่วมกับจังหวัดต้นน้ำเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนและเศรษฐกิจท้องถิ่น