วันที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2569 เจ้าหน้าที่ระดับจังหวัดร่วมกับหน่วยงานต่อต้านการทุจริตลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณ เขาอ่าวนาง ตำบลอ่าวนาง อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ หลังได้รับเรื่องร้องเรียนว่ามีการเปลี่ยนสภาพพื้นที่ป่าเพื่อออกเอกสารสิทธิที่ดินอย่างไม่ถูกต้อง การตรวจสอบครั้งนี้มีผู้ว่าราชการจังหวัดนำทีม พร้อมด้วยตัวแทนจากสำนักงาน ป.ป.ช., กรมป่าไม้, ทสจ.กระบี่, อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี, องค์การบริหารส่วนตำบลอ่าวนาง และสำนักงานที่ดินจังหวัดกระบี่
พบหลักฐานทำลายทรัพยากรและปรับพื้นที่ขึ้นเขา
การตรวจสอบสภาพแวดล้อมภาคสนามชี้ให้เห็นกิจกรรมที่เปลี่ยนแปลงภูมิประเทศอย่างชัดเจน ทั้งการแผ้วถางป่า ขุดดินปรับแนวพื้น ตัดต้นไม้ขนาดใหญ่ และการเปิดเส้นทางถนนชันขึ้นไปบนเนินเขา ซึ่งมีความลาดชันสูงเกินกว่าจะออกเอกสารสิทธิได้ตามกฎหมาย ข้อมูลเบื้องต้นยังชี้ว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นภูเขา ไม่เหมาะสมต่อการพัฒนาเชิงที่อยู่อาศัยหรือเกษตรกรรมในลักษณะที่มีการออกโฉนดตามปกติ
มูลค่าความเสียหายและมูลค่าการซื้อขายที่ดิน
จากการสืบสวนเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ระบุว่าแปลงที่ถูกเปลี่ยนสภาพมีเนื้อที่ราว 70 ไร่ และมีการเปลี่ยนมือซื้อขายในราคาสูงถึง ไร่ละ 20–30 ล้านบาท ส่งผลให้มูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจและทรัพยากรธรรมชาติเบื้องต้นถูกประเมินไว้ที่ประมาณ 1,800 ล้านบาท
| รายการ | ข้อมูล |
|---|---|
| พื้นที่ที่ตรวจพบ | ประมาณ 70 ไร่ |
| ราคาซื้อขายที่พบ | ไร่ละ 20–30 ล้านบาท |
| มูลค่าความเสียหายเบื้องต้น | ประมาณ 1,800 ล้านบาท |
มาตรการและการสืบสวน
ผู้ว่าราชการจังหวัดได้ออกคำสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด โดยสั่งระงับและตรวจสอบการขออนุญาตเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ดังกล่าวทั้งหมดทันที ขณะเดียวกันได้ร่วมกับสำนักงาน ป.ป.ช.เพื่อไต่สวนข้อเท็จจริง เนื่องจากมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าอาจมีการออกเอกสารสิทธิอย่างไม่ชอบด้วยกฎหมาย
‘รุกป่า–ตัดถนนขึ้นเขา’
จังหวัดเตรียมแต่งตั้งคณะกรรมการระดับจังหวัดเพื่อตรวจสอบย้อนหลังทุกขั้นตอนของกระบวนการออกเอกสารสิทธิ หากพบว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐหรือบุคคลใดมีส่วนเกี่ยวข้อง จะถูกดำเนินการทั้งทางวินัยและทางอาญาอย่างถึงที่สุด พร้อมทั้งวางมาตรการคุมเข้มและกั้นพื้นที่เพื่อป้องกันความเสียหายเพิ่มเติมต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัด
ความเสี่ยงต่อพื้นที่ท่องเที่ยวและสิ่งแวดล้อม
เขาอ่าวนางเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญทางธรรมชาติและเป็นแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดกระบี่ การเปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่ในลักษณะที่พบส่งผลทั้งต่อระบบนิเวศ สิ่งกีดขวางทางน้ำ การกัดเซาะดิน และทัศนียภาพของพื้นที่ ซึ่งอาจกระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของจังหวัดในระยะยาว
ขั้นตอนต่อไปและผลกระทบทางกฎหมาย
ตอนนี้คดีอยู่ระหว่างการไต่สวนข้อเท็จจริงโดยสำนักงาน ป.ป.ช. ซึ่งจะพิจารณาพยานหลักฐานและรายละเอียดการออกเอกสารสิทธิ หากพบการทุจริตหรือความผิดทางการบริหารราชการแผ่นดิน เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจะถูกเรียกสอบสวนทางวินัยพร้อมดำเนินคดีอาญาตามกฎหมาย ขณะที่จังหวัดจะดำเนินการกั้นพื้นที่และป้องกันการเข้าทำประโยชน์เพิ่มเติมจนกว่าการสืบสวนจะเสร็จสิ้น
สิ่งที่ประชาชนควรทราบ
- หน่วยงานราชการได้ระงับการอนุญาตใดๆ ในพื้นที่เขาอ่าวนางเป็นการชั่วคราว
- คดีอยู่ระหว่างการไต่สวนของสำนักงาน ป.ป.ช. และคณะกรรมการระดับจังหวัด
- หากพบพยานหลักฐานเพิ่มเติมหรือผู้เสียหาย สามารถแจ้งข้อมูลต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบเพื่อประกอบการสืบสวน
เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นสัญญาณเตือนถึงความจำเป็นในการตรวจสอบการออกเอกสารสิทธิและการใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่ที่มีความเปราะบางทางสิ่งแวดล้อม จังหวัดกระบี่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งดำเนินการเพื่อปกป้องทรัพยากรธรรมชาติและความเชื่อมั่นของประชาชนต่อการบริหารจัดการที่ดินในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญต่อไป