เกิดเหตุเรียกรถแท็กซี่จากบริเวณ สุขุมวิท 50 เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร ไปยังห้างสรรพสินค้าจังหวัดสมุทรปราการ เขตอำเภอบางพลี ระยะทางประมาณ 21 กิโลเมตร ผู้โดยสารแจ้งว่าเมื่อถึงจุดหมาย คนขับแท็กซี่เรียกเก็บค่าโดยสารเป็นจำนวน 350 บาท โดยไม่ได้กดมิเตอร์ ทำให้เกิดข้อพิพาทก่อนผู้โดยสารต้องจำใจจ่ายเงินเป็นจำนวนหนึ่ง
เหตุการณ์และข้อพิพาท
ผู้โดยสารระบุว่าเส้นทางดังกล่าวใช้เป็นประจำ และไม่เคยถูกเรียกเก็บในอัตราสูงเช่นนี้ เมื่อทราบว่าคนขับไม่ได้กดมิเตอร์ จึงขอเจรจาขอลดราคาลงเหลือ 200 บาท แต่คนขับยืนยันตัวเลขสูงกว่าและขอค่าโดยสารที่ 300 บาท หลังการเจรจายืดเยื้อทั้งสองฝ่ายปิดการตกลงกันที่ 280 บาท และผู้โดยสารตัดสินใจจ่าย
“หากกดมิเตอร์ตั้งแต่แรกก็คงไม่มีปัญหา”
ข้อความดังกล่าวเป็นข้อความทิ้งท้ายที่ผู้โดยสารระบุไว้ในคลิปเหตุการณ์ ซึ่งแสดงถึงความไม่พอใจต่อการปฏิบัติของคนขับและความสับสนเรื่องอัตราค่าโดยสาร
การเทียบเคียงค่าโดยสารตามกฎหมาย
ทีมข่าวคำนวณค่าโดยสารตามอัตราที่กฎหมายกำหนด พบว่า ค่าโดยสารสำหรับระยะทาง 21 กิโลเมตร ควรอยู่ที่ประมาณ 172 บาท ในกรณีที่การจราจรลื่นไหล หากมีการหยุดติดขัด เช่น ติดไฟแดงประมาณ 10 นาที จะคิดเพิ่มค่าเวลาอีกประมาณ 30 บาท ทำให้รวมเป็นประมาณ 202 บาท ซึ่งยังต่ำกว่าจำนวนเงินที่ถูกเรียกและจ่ายจริง
| รายการ | ค่าโดยสาร (ประมาณ) |
|---|---|
| ค่าเริ่มต้นและระยะทาง 21 กม. | 172 บาท |
| ค่าจอด/รอ (สมมติ 10 นาที) | 30 บาท |
| รวมโดยประมาณ | 202 บาท |
ปฏิกิริยาชาวเน็ตและข้อเสนอแนะ
ผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์แสดงความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า การไม่กดมิเตอร์เป็นการฝ่าฝืนกฎและเป็นเหตุให้ผู้โดยสารเสียเปรียบ หลายคนแนะนำให้ผู้ที่ประสบเหตุแจ้งความดำเนินคดีที่สถานีตำรวจและแจ้งหมายเลขทะเบียนรถต่อ กรมการขนส่งทางบก เพื่อป้องกันไม่ให้รถคันดังกล่าวไปเอาเปรียบผู้โดยสารรายอื่น
- หากพบการเรียกเก็บเกินจริง ให้ขอรายละเอียดเช่นป้ายทะเบียนและสัญลักษณ์รถแท็กซี่
- สามารถถ่ายคลิปหรือบันทึกการสนทนาเป็นหลักฐาน
- แจ้งความหรือร้องเรียนต่อสถานีตำรวจและกรมการขนส่งทางบก
บริบทกว้างขึ้น: ค่าขนส่งและต้นทุน
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงที่มีการปรับตัวของราคาพลังงานและค่าขนส่งสาธารณะ ภายในเนื้อหาข่าวยังระบุว่า กรมการขนส่งทางบก ได้มีมติปรับขึ้นค่าโดยสารรถโดยสารประจำทางระหว่างจังหวัด อัตราเพิ่มขึ้น 0.03 บาทต่อกิโลเมตรต่อที่นั่ง เพื่อสะท้อนต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับสูงขึ้น ซึ่งเป็นการคำนวณตามตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจหลายด้าน อย่างดัชนีราคาผู้บริโภคและค่าจ้างแรงงาน
ข้อควรรู้สำหรับผู้โดยสาร
การรู้สิทธิพื้นฐานและอัตราค่าโดยสารที่ถูกต้องจะช่วยลดโอกาสตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ ผู้โดยสารควรตรวจสอบป้ายสัญลักษณ์และมิเตอร์ก่อนขึ้นรถ หากพบการกระทำที่ผิดกฎหมายสามารถร้องเรียนได้ทันที
เหตุการณ์ในครั้งนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของช่องว่างในการบังคับใช้กฎและการคุ้มครองผู้บริโภคในบริการขนส่งสาธารณะ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั้งตำรวจและหน่วยงานกำกับดูแลควรเร่งตรวจสอบ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัยให้แก่ผู้โดยสารมากขึ้น