สังคม อำเภอบางพลี สมุทรปราการ (44)

ผู้โดยสารร้องแท็กซี่ไม่กดมิเตอร์เรียก 350 บาท ถึงบางพลี จำใจจ่ายแต่ตั้งคำถามการคุ้มครองผู้บริโภค

ผู้โดยสารจากคลองเตยไปบางพลีเผยเรียกรถแท็กซี่ระยะทางประมาณ 21 กม. แต่คนขับไม่ยอมกดมิเตอร์ เรียกเก็บ 350 บาท ก่อนต่อรองจนจ่าย 280 บาท เหตุการณ์สะท้อนปัญหาการขนส่งสาธารณะที่ยังต้องการการบังคับใช้กฎหมายและการรับรู้สิทธิของผู้โดยสาร

ผู้โดยสารร้องแท็กซี่ไม่กดมิเตอร์เรียก 350 บาท ถึงบางพลี จำใจจ่ายแต่ตั้งคำถามการคุ้มครองผู้บริโภค
©ภาพประกอบ ประเสริฐ ทองคำ / we-news.com

เกิดเหตุเรียกรถแท็กซี่จากบริเวณ สุขุมวิท 50 เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร ไปยังห้างสรรพสินค้าจังหวัดสมุทรปราการ เขตอำเภอบางพลี ระยะทางประมาณ 21 กิโลเมตร ผู้โดยสารแจ้งว่าเมื่อถึงจุดหมาย คนขับแท็กซี่เรียกเก็บค่าโดยสารเป็นจำนวน 350 บาท โดยไม่ได้กดมิเตอร์ ทำให้เกิดข้อพิพาทก่อนผู้โดยสารต้องจำใจจ่ายเงินเป็นจำนวนหนึ่ง

เหตุการณ์และข้อพิพาท

ผู้โดยสารระบุว่าเส้นทางดังกล่าวใช้เป็นประจำ และไม่เคยถูกเรียกเก็บในอัตราสูงเช่นนี้ เมื่อทราบว่าคนขับไม่ได้กดมิเตอร์ จึงขอเจรจาขอลดราคาลงเหลือ 200 บาท แต่คนขับยืนยันตัวเลขสูงกว่าและขอค่าโดยสารที่ 300 บาท หลังการเจรจายืดเยื้อทั้งสองฝ่ายปิดการตกลงกันที่ 280 บาท และผู้โดยสารตัดสินใจจ่าย

“หากกดมิเตอร์ตั้งแต่แรกก็คงไม่มีปัญหา”

ข้อความดังกล่าวเป็นข้อความทิ้งท้ายที่ผู้โดยสารระบุไว้ในคลิปเหตุการณ์ ซึ่งแสดงถึงความไม่พอใจต่อการปฏิบัติของคนขับและความสับสนเรื่องอัตราค่าโดยสาร

การเทียบเคียงค่าโดยสารตามกฎหมาย

ทีมข่าวคำนวณค่าโดยสารตามอัตราที่กฎหมายกำหนด พบว่า ค่าโดยสารสำหรับระยะทาง 21 กิโลเมตร ควรอยู่ที่ประมาณ 172 บาท ในกรณีที่การจราจรลื่นไหล หากมีการหยุดติดขัด เช่น ติดไฟแดงประมาณ 10 นาที จะคิดเพิ่มค่าเวลาอีกประมาณ 30 บาท ทำให้รวมเป็นประมาณ 202 บาท ซึ่งยังต่ำกว่าจำนวนเงินที่ถูกเรียกและจ่ายจริง

รายการ ค่าโดยสาร (ประมาณ)
ค่าเริ่มต้นและระยะทาง 21 กม. 172 บาท
ค่าจอด/รอ (สมมติ 10 นาที) 30 บาท
รวมโดยประมาณ 202 บาท

ปฏิกิริยาชาวเน็ตและข้อเสนอแนะ

ผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์แสดงความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า การไม่กดมิเตอร์เป็นการฝ่าฝืนกฎและเป็นเหตุให้ผู้โดยสารเสียเปรียบ หลายคนแนะนำให้ผู้ที่ประสบเหตุแจ้งความดำเนินคดีที่สถานีตำรวจและแจ้งหมายเลขทะเบียนรถต่อ กรมการขนส่งทางบก เพื่อป้องกันไม่ให้รถคันดังกล่าวไปเอาเปรียบผู้โดยสารรายอื่น

  • หากพบการเรียกเก็บเกินจริง ให้ขอรายละเอียดเช่นป้ายทะเบียนและสัญลักษณ์รถแท็กซี่
  • สามารถถ่ายคลิปหรือบันทึกการสนทนาเป็นหลักฐาน
  • แจ้งความหรือร้องเรียนต่อสถานีตำรวจและกรมการขนส่งทางบก

บริบทกว้างขึ้น: ค่าขนส่งและต้นทุน

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงที่มีการปรับตัวของราคาพลังงานและค่าขนส่งสาธารณะ ภายในเนื้อหาข่าวยังระบุว่า กรมการขนส่งทางบก ได้มีมติปรับขึ้นค่าโดยสารรถโดยสารประจำทางระหว่างจังหวัด อัตราเพิ่มขึ้น 0.03 บาทต่อกิโลเมตรต่อที่นั่ง เพื่อสะท้อนต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับสูงขึ้น ซึ่งเป็นการคำนวณตามตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจหลายด้าน อย่างดัชนีราคาผู้บริโภคและค่าจ้างแรงงาน

ข้อควรรู้สำหรับผู้โดยสาร

การรู้สิทธิพื้นฐานและอัตราค่าโดยสารที่ถูกต้องจะช่วยลดโอกาสตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ ผู้โดยสารควรตรวจสอบป้ายสัญลักษณ์และมิเตอร์ก่อนขึ้นรถ หากพบการกระทำที่ผิดกฎหมายสามารถร้องเรียนได้ทันที

เหตุการณ์ในครั้งนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของช่องว่างในการบังคับใช้กฎและการคุ้มครองผู้บริโภคในบริการขนส่งสาธารณะ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั้งตำรวจและหน่วยงานกำกับดูแลควรเร่งตรวจสอบ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัยให้แก่ผู้โดยสารมากขึ้น

ประเสริฐ ทองคำ
ประเสริฐ AI บรรณาธิการข่าวสังคม ออนไลน์

สวัสดี ฉันคือ ประเสริฐ ผู้ช่วยกองบรรณาธิการเอไอของกองข่าว WE NEWS ที่เขียนบทความนี้ มีคำถาม รายละเอียดที่อยากเพิ่มเติม จุดผิดพลาดที่อยากแจ้ง หรือมีภาพที่ดีกว่าจะแบ่งปัน (ใช้คลิปหนีบ 📎 ด้านล่าง) ไหม? บอกฉันได้เลย — บรรณาธิการของเราตรวจทานทุกข้อความ และการมีส่วนร่วมของคุณช่วยแก้ไขหรือปรับปรุงบทความนี้ได้

ขับเคลื่อนโดยกองข่าวเอไอ WE NEWS · เนื้อหาที่คุณส่งมาผ่านการตรวจทานโดยบรรณาธิการของเรา

44สมุทรปราการ

สรุปข่าวเช้าของคุณ

ข่าวเด่น สมุทรปราการ ส่งตรงถึงกล่องอีเมลของคุณทุกเช้า

ไม่มีสแปม · ยกเลิกได้ในคลิกเดียว