สมุทรสงคราม — สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ประจำจังหวัดสมุทรสงครามลงพื้นที่สุ่มตรวจโครงการอาหารกลางวันสำหรับนักเรียน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ในสถานศึกษา จำนวน 5 แห่ง เพื่อตรวจสอบความเสี่ยงที่อาจเปิดทางสู่วิธีการไม่ชอบด้วยกฎหมายและเพื่อยกระดับการควบคุมภายในของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ผลการตรวจสอบเบื้องต้น
การตรวจสอบเบื้องต้นยังไม่พบข้อเท็จจริงที่ชัดเจนว่าเป็นการทุจริต แต่การตรวจพบปัญหาด้านการปฏิบัติตามระเบียบการเงินและช่องว่างของระบบควบคุมภายในเป็นประเด็นที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ได้ส่งหนังสือแจ้งข้อสังเกตและข้อเสนอแนะให้สถานศึกษาที่เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ไขแล้ว
“แม้การสุ่มตรวจครั้งนี้ยังไม่พบความผิดปกติที่ส่อไปในทางทุจริต แต่ข้อผิดพลาดด้านระเบียบการเงินและระบบควบคุมภายใน หากไม่ได้รับการแก้ไข อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการทุจริตและทำให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบเกิดข้อผิดพลาดในการปฏิบัติหน้าที่ได้”
ปัญหาหลักที่พบจากการตรวจ
- สัญญายืมเงินบางฉบับไม่มีการระบุวันครบกำหนดการนำส่งคืนเงินอย่างชัดเจน
- เอกสารประกอบการชดใช้เงินยืมไม่ครบถ้วน เช่น การสลักหลังเอกสารหรือออกใบรับแทนใบสำคัญไม่เป็นไปตามขั้นตอน
- การใช้ใบรับรองหรือเอกสารอื่นมาทดแทนใบเสร็จรับเงิน ซึ่งไม่เป็นไปตามหลักฐานรับรองการใช้จ่ายตามระเบียบ
- การให้ครูรับผิดชอบยืมเงินเป็นงวดรายเดือนเพื่อจัดซื้อวัตถุดิบ ส่งผลให้มีการถือเงินสดค้างอยู่กับบุคคลเป็นระยะเวลานาน
- มีการนำเงินรายได้ของโรงเรียนมาจ่ายค่าจัดซื้อแก๊สหุงต้ม ทั้งที่สามารถเบิกจ่ายจากงบประมาณโครงการอาหารกลางวันได้
ข้อเสนอแนะจาก ป.ป.ช.และแนวทางปฏิบัติ
ฝ่ายเลขานุการของการตรวจสอบได้เสนอแนะแนวทางเพื่อป้องกันความเสี่ยงและปรับปรุงการควบคุมภายใน ดังนี้
- ปรับปรุงสัญญายืมเงินให้ระบุวันครบกำหนดและเงื่อนไขการชำระคืนอย่างชัดเจน
- จัดทำหลักฐานการเงินให้ครบถ้วนตามขั้นตอน เช่น การสลักหลังเอกสาร และออกใบรับเงินหรือสำเนาหลักฐานที่เป็นมาตรฐาน
- ลดการถือเงินสดโดยจัดให้มีการเบิกจ่ายที่รัดกุมหรือใช้ช่องทางการเงินที่สามารถตรวจสอบได้
- แยกบัญชีหรือแหล่งเงินสำหรับค่าใช้จ่ายที่ชัดเจน โดยใช้จ่ายจากงบโครงการเมื่อต้องการ เพื่อให้การตรวจสอบย้อนหลังเป็นไปได้
- จัดการฝึกอบรมให้ความรู้แก่ครูและผู้รับผิดชอบด้านการเงินของโรงเรียนเกี่ยวกับระเบียบการใช้จ่ายและการเก็บรักษาหลักฐาน
ผลกระทบต่อชุมชนและความเชื่อมั่น
โครงการอาหารกลางวันเป็นหนึ่งในระบบสวัสดิการที่มีความสำคัญต่อเด็กนักเรียนในพื้นที่ชนบทและเมืองเล็ก การจัดการเงินที่ไม่เป็นไปตามระเบียบอาจทำให้เกิดความเสี่ยงที่ส่งผลต่อการจัดหาอาหารคุณภาพและต่อความไว้วางใจของผู้ปกครองในระยะยาว ผู้ปกครองและชุมชนจึงควรติดตามการแก้ไขและการรายงานผลการปรับปรุงของโรงเรียนอย่างใกล้ชิด
บทบาทของหน่วยงานกำกับดูแล
ป.ป.ช.ได้แนะนำให้สำนักงานท้องถิ่นจังหวัดสมุทรสงครามและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรสงคราม กำกับติดตามสถานศึกษาในสังกัดให้ปฏิบัติตามระเบียบอย่างเคร่งครัด และจัดอบรมให้ความรู้แก่ผู้รับผิดชอบโครงการ เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดข้อผิดพลาดหรือการทุจริตในอนาคต
| ปัญหา | คำแนะนำ |
|---|---|
| สัญญายืมเงินไม่ระบุวันครบกำหนด | จัดทำสัญญาตามรูปแบบที่ชัดเจนและเก็บสำเนาไว้เป็นหลักฐาน |
| หลักฐานการชดใช้เงินไม่ครบ | กำหนดขั้นตอนการออกใบรับและการสลักหลังเอกสารอย่างเข้มงวด |
| ถือเงินสดนาน | เปลี่ยนเป็นระบบเบิกจ่ายหรือเก็บเงินในบัญชีที่ตรวจสอบได้ |
| ใช้เงินรายได้โรงเรียนจ่ายค่าแก๊ส | แยกการใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์ของงบประมาณ |
การตรวจสอบครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่าแม้จะยังไม่พบพฤติการณ์ทุจริตที่ชัดเจน แต่ช่องว่างในการปฏิบัติตามระเบียบและการควบคุมภายในอาจเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ต้องได้รับการจัดการ ทั้งนี้การมีส่วนร่วมของชุมชน ผู้ปกครอง และหน่วยงานกำกับดูแลจะเป็นหัวใจสำคัญในการรักษาความโปร่งใสและคุณภาพของโครงการอาหารกลางวันในจังหวัดสมุทรสงคราม