คณะกรรมการของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติชี้มูลความผิดต่อ อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา พร้อมพวก กรณีไม่เปิดเผยประกาศสอบราคาสำหรับงานของ อบจ. จำนวน 14 โครงการ ซึ่งเป็นการหลีกเลี่ยงการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม และส่งผลให้กลุ่มผู้รับจ้างที่มีความสัมพันธ์เชิงเครือญาติและเชิงทุนได้งานของหน่วยงานท้องถิ่น
ข้อเท็จจริงจากการไต่สวน
เมื่อวันที่ 11 กันยายน นายยุทธพงศ์ ทรวงแสวง ในฐานะผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดนครราชสีมา และโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัด เปิดเผยผลการไต่สวนและมติของคณะกรรมการ โดยระบุว่า การดำเนินการจัดหาผู้รับจ้างในโครงการที่ได้รับงบประมาณจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นสำหรับปีงบประมาณ พ.ศ.2554 มีการจัดการขั้นตอนที่มุ่งหมายให้มีผู้เสนอราคาจํากัดกลุ่ม และไม่เปิดเผยประกาศสอบราคาอย่างเป็นธรรม
“คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด นายสำเริง แหยงกระโทก เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา กับพวก ไม่เผยแพร่ประกาศสอบราคา จำนวน 14 โครงการ ในปีงบฯ 2555 โดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม”
จากการไต่สวนพบว่า มีการประสานงานภายในเพื่อให้บุคคลและนิติบุคคลกลุ่มหนึ่งได้รับการจัดสรรเอกสารและกลายเป็นผู้เสนอราคาในโครงการดังกล่าว ข้อมูลชี้ว่ารายชื่อของผู้รับจ้างที่นำมาใช้ในการเผยแพร่ประกาศ เป็นกลุ่มที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับผู้ถูกกล่าวหา ซึ่งรวมถึงความสัมพันธ์ทางเครือญาติและเชิงทุน
บทบาทผู้เกี่ยวข้อง
การไต่สวนระบุบุคลากรที่เกี่ยวข้องหลายคน ทั้งผู้บริหารและเจ้าหน้าที่พัสดุ โดยมีลำดับขั้นตอนการดำเนินการจากผู้ถูกกล่าวหาหลักถึงเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติการเผยแพร่ประกาศ ซึ่งเป็นเหตุให้กระบวนการเปิดประมูลขาดความโปร่งใส
| ผู้ถูกกล่าวหา | บทบาท/ตำแหน่งขณะนั้น |
|---|---|
| นายสำเริง แหยงกระโทก | นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา (อดีต) |
| นางงามนิจ พลปัถพี | ผู้อำนวยการกองพัสดุและทรัพย์สิน / หัวหน้าพัสดุ |
| นางปรีชญา แสงสง่า | เจ้าหน้าที่พัสดุ |
| นายสมเกียรติ ตันดิลกตระกูล | อดีตสมาชิกสภา อบจ. และเจ้าของห้างหุ้นส่วนจำกัด |
| นายสุริยา ธนะสูตร | ผู้ช่วย/ลูกน้องผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 |
ผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและการใช้งบประมาณท้องถิ่น
การชี้มูลความผิดในลักษณะนี้ส่งสัญญาณต่อความโปร่งใสของการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐระดับท้องถิ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเป็นการใช้งบประมาณที่มาจากแหล่งของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเพื่อพัฒนาสิ่งสาธารณประโยชน์ในพื้นที่ ผู้เสียหายทางตรงคือประชาชนผู้คาดหวังให้เงินงบประมาณถูกนำไปใช้อย่างคุ้มค่าและเป็นธรรม
นอกจากนี้คดีลักษณะนี้ยังสร้างความเสี่ยงต่อภาพลักษณ์ของหน่วยงานท้องถิ่นและความไว้วางใจของผู้ประกอบการรายอื่นที่อาจถูกปิดโอกาสไม่ให้เข้าร่วมแข่งขันอย่างเสรี
สิ่งที่ประชาชนควรติดตาม
- ผลการดำเนินคดีต่อผู้ถูกกล่าวหาตามกระบวนการของ ป.ป.ช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
- มาตรการป้องกันการทุจริตเชิงระบบของ อบจ.นครราชสีมา เพื่อฟื้นฟูความโปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้าง
- อนาคตของโครงการทั้ง 14 รายการและการตรวจสอบการใช้งบประมาณย้อนหลัง
คดีนี้ยังอยู่ในกระบวนการทางกฎหมายและการไต่สวนของ ป.ป.ช. ซึ่งเมื่อมีขั้นตอนหรือคำตัดสินเพิ่มเติมจะเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับประชาชนและหน่วยงานตรวจสอบภายในจังหวัดนครราชสีมา
การชี้มูลครั้งนี้สะท้อนถึงความจำเป็นที่หน่วยงานท้องถิ่นต้องยกระดับการกำกับดูแลและความโปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อให้ทรัพยากรของชุมชนถูกใช้ไปเพื่อประโยชน์สาธารณะอย่างแท้จริง
หมายเหตุ: เนื้อหาข้างต้นยึดตามข้อมูลที่ ป.ป.ช.เผยแพร่ในการแถลงข่าวเมื่อวันที่ 11 กันยายน โดยเรียบเรียงและขยายความเพื่อนำเสนอบริบทและผลกระทบต่อพื้นที่นครราชสีมา