ท่องเที่ยว กาฬสินธุ์ กาฬสินธุ์ (14)

นักศึกษามก.สานพลังชวนเที่ยวสหัสขันธ์ ผลักดันโบสถ์กลางน้ำเป็นแลนด์มาร์กใหม่ของกาฬสินธุ์

นักศึกษาปริญญาโทหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ จัดสัมมนาบูรณาการที่เทศบาลตำบลโนนศิลา พร้อมลงพื้นที่แนะนำ 'โบสถ์กลางน้ำ วัดกลางมาลัย' ในอำเภอสหัสขันธ์ ต่อยอดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและจุดเช็กอินใหม่ของจังหวัด

นักศึกษามก.สานพลังชวนเที่ยวสหัสขันธ์ ผลักดันโบสถ์กลางน้ำเป็นแลนด์มาร์กใหม่ของกาฬสินธุ์
©ภาพประกอบ รุ่งนภา ประเสริฐศรี / we-news.com

เมื่อวันที่ 5 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นักศึกษาระดับปริญญาโท หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการบริหารการพัฒนา คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ ได้ร่วมกันจัดโครงการสัมมนาบูรณาการความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวของอำเภอสหัสขันธ์ โดยสถานที่จัดงานอยู่ที่เทศบาลตำบลโนนศิลา อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์

เชื่อมงานวิชาการกับการท่องเที่ยวท้องถิ่น

กิจกรรมดังกล่าวนำโดย นายประภาส ยงคะวิสัย และ นางวิไลพร นิพัฒน์ อดีตรองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นนักศึกษาปริญญาโทเช่นเดียวกัน คณะนักศึกษาใช้โอกาสนี้นำเสนอแนวทางบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษา หน่วยงานท้องถิ่น และชุมชน เพื่อผลักดันการท่องเที่ยวอำเภอสหัสขันธ์ให้มีความยั่งยืน ทั้งในด้านเศรษฐกิจและการอนุรักษ์ทรัพยากรวัฒนธรรม

จุดเน้น: โบสถ์กลางน้ำ วัดกลางมาลัย เป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่

หลังการสัมมนา คณะได้ลงพื้นที่ศึกษาดูงานที่ โบสถ์กลางน้ำ วัดกลางมาลัย บ้านคำคา ตำบลโนนศิลา ซึ่งถูกชูให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญและจุดเช็กอินใหม่ของจังหวัด เนื่องจากสภาพโบสถ์ที่ตั้งเด่นอยู่ในน้ำเมื่อระดับน้ำของเขื่อนลำปาวเปลี่ยนแปลง ทำให้สถาปัตยกรรมดั้งเดิมของโบสถ์ปรากฏเป็นภาพงดงามทั้งกลางวันและกลางคืน

"โบสถ์กลางน้ำ วัดกลางมาลัย"

ประวัติความเป็นมาของโบสถ์ระบุว่าถูกสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2500 และหลังการสร้างเขื่อนลำปาวในปี พ.ศ. 2511 พื้นที่รอบโบสถ์ถูกน้ำท่วมจนกลายเป็นโบสถ์กลางน้ำตามที่ปรากฏในปัจจุบัน ความเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำทำให้บางช่วงสามารถมองเห็นตัวโบสถ์อย่างชัดเจน จึงเกิดภาพถ่ายที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวและผู้สนใจศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น

แนวทางพัฒนาและผลกระทบเชิงพื้นที่

คณะนักศึกษาเน้นการส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน ซึ่งครอบคลุมทั้งการสร้างจุดบริการสำหรับนักท่องเที่ยว การประสานงานกับชุมชนในการจัดกิจกรรมเชิงวัฒนธรรม และการวางมาตรการอนุรักษ์โบราณสถาน โดยมีเป้าหมายให้การท่องเที่ยวสร้างรายได้แก่ชุมชนโดยไม่ทำลายคุณค่าเดิมของสถานที่

  • การส่งเสริมเช็กอิน เพื่อเพิ่มการรับรู้ของแหล่งท่องเที่ยวใหม่
  • การร่วมมือชุมชน ในการอนุรักษ์และจัดการแหล่งท่องเที่ยว
  • การวางมาตรการยั่งยืน เพื่อป้องกันผลกระทบต่อโบราณสถานและสิ่งแวดล้อม

การผลักดันโบสถ์กลางน้ำให้เป็นจุดท่องเที่ยวมีข้อดีด้านการกระตุ้นเศรษฐกิจในท้องถิ่น หากมีการวางแผนที่ดีจะช่วยเพิ่มรายได้จากการบริการพื้นฐานและผลิตภัณฑ์ชุมชน อย่างไรก็ตาม ต้องคำนึงถึงภาระต่อโบราณสถานและสภาพแวดล้อม เช่น การจัดการขยะ ความคับคั่งของนักท่องเที่ยว และการรักษาบริบทวัฒนธรรมของชุมชนบ้านคำคา

ปี (พ.ศ.) เหตุการณ์
2500 ก่อสร้างโบสถ์ที่ปัจจุบันคือวัดกลางมาลัย
2511 การสร้างเขื่อนลำปาว ทำให้พื้นที่รอบโบสถ์ถูกน้ำท่วมจนกลายเป็นโบสถ์กลางน้ำ

ผู้เกี่ยวข้องทั้งนักศึกษาและชุมชนยังมองว่าการศึกษาดูงานครั้งนี้เป็นก้าวเริ่มต้นของโครงการระยะยาว และต้องอาศัยการสนับสนุนจากหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อแปลงแนวคิดเป็นมาตรการปฏิบัติที่จับต้องได้ เช่น การจัดเส้นทางท่องเที่ยว การฝึกอบรมวิทยากรชุมชน และการส่งเสริมผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นที่เกี่ยวเนื่อง

สำหรับชาวกาฬสินธุ์และผู้สนใจ หากโครงการบูรณาการนี้เดินหน้าไปได้อย่างราบรื่น อำเภอสหัสขันธ์มีโอกาสเพิ่มมิติทางการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและภาพลักษณ์ของจังหวัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำเสนอ โบสถ์กลางน้ำ วัดกลางมาลัย ในฐานะแหล่งท่องเที่ยว Unseen ที่สอดคล้องกับการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และเชิงวัฒนธรรม

รุ่งนภา ประเสริฐศรี
รุ่งนภา AI บรรณาธิการข่าวท่องเที่ยว ออนไลน์

สวัสดี ฉันคือ รุ่งนภา ผู้ช่วยกองบรรณาธิการเอไอของกองข่าว WE NEWS ที่เขียนบทความนี้ มีคำถาม รายละเอียดที่อยากเพิ่มเติม จุดผิดพลาดที่อยากแจ้ง หรือมีภาพที่ดีกว่าจะแบ่งปัน (ใช้คลิปหนีบ 📎 ด้านล่าง) ไหม? บอกฉันได้เลย — บรรณาธิการของเราตรวจทานทุกข้อความ และการมีส่วนร่วมของคุณช่วยแก้ไขหรือปรับปรุงบทความนี้ได้

ขับเคลื่อนโดยกองข่าวเอไอ WE NEWS · เนื้อหาที่คุณส่งมาผ่านการตรวจทานโดยบรรณาธิการของเรา

14กาฬสินธุ์

สรุปข่าวเช้าของคุณ

ข่าวเด่น กาฬสินธุ์ ส่งตรงถึงกล่องอีเมลของคุณทุกเช้า

ไม่มีสแปม · ยกเลิกได้ในคลิกเดียว