เช้าวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2569 เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงระดับจังหวัดร่วมกันลงพื้นที่ปิดล้อมตรวจค้นหลายจุดในอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ ในยุทธการปราบปรามยาเสพติดตามนโยบายของรัฐบาล โดยมี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ประสานกำลังกับ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และผู้นำชุมชนในการปฏิบัติการครั้งนี้
ผลการปฏิบัติการและของกลาง
เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้รวมทั้งสิ้น 5 คน แยกเป็นผู้ต้องหาที่ถูกจับในฐานค้าหรือครอบครองเพื่อจำหน่าย และผู้ที่ถูกจับในฐานผู้เสพ ต่อมาทั้งหมดถูกควบคุมตัวเพื่อสอบสวนและดำเนินคดีตามกฎหมาย ขณะที่เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดสิ่งของต้องห้ามหลายรายการประกอบด้วยยาเสพติดและอาวุธปืน
| ชื่อ (อายุ) | ภูมิลำเนา | ของกลาง |
|---|---|---|
| อนันท์ (44 ปี) | ต.เชียงเครือ อ.เมืองกาฬสินธุ์ | ยาบ้า 100 เม็ด, เงินสด |
| นพพล (37 ปี) | ต.บึงวิชัย อ.เมืองกาฬสินธุ์ | ยาบ้า 73 เม็ด |
| สุทารัตน์ (40 ปี) | ต.นาเชือก อ.ยางตลาด | (จับกุมระหว่างปฏิบัติการ) |
| พิชญะ (18 ปี) | ต.กลางหมื่น อ.เมืองกาฬสินธุ์ | ผู้เสพ |
| บุญรอด (55 ปี) | ต.ลำปาว อ.เมืองกาฬสินธุ์ | ผู้เสพ |
บรรยากาศขณะจับกุมและปฏิกิริยาญาติ
ระหว่างการปฏิบัติการมีเหตุการณ์สะเทือนอารมณ์เมื่อมีหญิงสูงอายุคนหนึ่งซึ่งเป็นมารดาของผู้ต้องหาเดินทางมาพบเจ้าหน้าที่ที่จุดตรวจ ก่อนแสดงอาการโศกเศร้าและเข้าไปกอดผู้ว่าราชการจังหวัดด้วยความสะเทือนใจ ญาติยืนยันว่าตนไม่ทราบว่าลูกหลงเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดและขอให้หน่วยงานรัฐดำเนินการช่วยเหลือให้อยู่ในกระบวนการบำบัดฟื้นฟูมากกว่าการติดคุก
“ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่ช่วยพาลูกออกจากวงจรนี้ ขอยินยอมให้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมและบำบัด”
แนวทางการปราบปรามและช่องทางแจ้งเบาะแส
ผู้ว่าราชการจังหวัดระบุว่า จังหวัดจะดำเนินการปราบปรามยาเสพติดอย่างต่อเนื่องและจริงจัง พร้อมเปิดรับความร่วมมือจากประชาชนในการแจ้งเบาะแสผ่านสายด่วนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตลอด 24 ชั่วโมง โดยยืนยันว่าจะเก็บข้อมูลผู้แจ้งเป็นความลับตามกฎหมาย
- สายด่วนสำนักงานผู้ว่าฯ โทร. 1567
- สายด่วนตำรวจ 191
- สายด่วนสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด 1386
บริบทและผลกระทบต่อชุมชน
การจับกุมครั้งนี้สะท้อนความพยายามของหน่วยงานภาครัฐในการลดอันตรายจากยาเสพติดในพื้นที่ชุมชนท้องถิ่น ทั้งในแง่การยับยั้งเครือข่ายจำหน่ายและการควบคุมการเข้าถึงของกลุ่มเสี่ยง อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่ญาติต้องการให้ผู้กระทำผิดได้รับการบำบัดมากกว่าการลงโทษชี้ให้เห็นปัญหาที่ลึกซึ้งขึ้นเกี่ยวกับการติดยาและผลกระทบต่อครอบครัวในระดับชุมชน
เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและแกนนำชุมชนถูกเรียกร้องให้เสริมมาตรการป้องกันในระดับพื้นที่ ทั้งการรณรงค์ความรู้เรื่องโทษของยาเสพติด การจัดบริการฟื้นฟูผู้ติดยา และการสร้างระบบเฝ้าระวังร่วมกับหน่วยงานความมั่นคง เพื่อไม่ให้ปัญหาขยายวงกว้างและส่งผลต่อความสงบสุขของประชาชน
คดีนี้เจ้าหน้าที่จะเร่งสอบสวนขยายผลหาคนที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม หากมีข้อมูลจากประชาชนซึ่งอาจนำไปสู่เครือข่ายกว้างขึ้น ทางจังหวัดและตำรวจยืนยันว่าจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด