กรุงเทพมหานคร — การตรวจสอบเครือข่ายธุรกิจที่อาจเข้าข่ายเป็นนอมินีและสถานประกอบการผิดกฎหมายย่านเขตห้วยขวาง ถูกเปิดปฏิบัติการโดยทีมบูรณาการนำโดย นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2) พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลังรับเรื่องร้องเรียนและเบาะแสจากประชาชนในพื้นที่
การบูรณาการตรวจสอบและหน่วยงานที่ร่วมปฏิบัติ
การลงตรวจครั้งนี้มีหลายหน่วยงานร่วมสนธิกำลังในกรอบนโยบาย “มหาดไทย ทำ ทัน ที Action 5 PLUS” ของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล พร้อมยืนยันจะเร่งตรวจสอบและทลายเครือข่ายหากพบการกระทำเข้าข่ายผิดกฎหมาย
| หน่วยงานที่ร่วมตรวจ | บทบาทโดยสังเขป |
|---|---|
| กรมการปกครอง | นำกำลังปฏิบัติการพิเศษเข้าตรวจสถานประกอบการ |
| สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง | ตรวจสอบสถานะบุคคลและแรงงานต่างด้าว |
| กรมพัฒนาธุรกิจการค้า | ตรวจสอบโครงสร้างบริษัทและการจดทะเบียน |
| กรมการจัดหางาน | ตรวจสอบการจ้างแรงงานและข้อกฎหมายแรงงาน |
| กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) | ร่วมขยายผลด้านคดีที่อาจมีความซับซ้อน |
พบข้อสงสัยหลายด้านระหว่างตรวจสอบ
จากการตรวจค้นสถานประกอบการเป้าหมาย เจ้าหน้าที่พบข้อกังวลในหลายประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยและการดำเนินกิจการ ได้แก่
- ปัญหาด้านความปลอดภัยอาคาร เช่น บันไดหนีไฟ ทางออกฉุกเฉิน และระบบป้องกันอัคคีภัยที่มีความบกพร่อง ซึ่งอาจเสี่ยงต่อผู้พักอาศัยหรือผู้ใช้บริการหากเกิดเหตุฉุกเฉิน
- แรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย ถูกตรวจพบท่ามกลางสถานประกอบการบางแห่ง
- ประเด็นโครงสร้างผู้ถือหุ้นที่น่าสงสัย พบกรณีที่ชาวต่างชาติถือหุ้นร้อยละ 49 ส่วนบุคคลไทยซึ่งเป็นคู่สมรสถือหุ้นร้อยละ 51 แต่จากการให้ปากคำ ผู้ถูกระบุเป็นผู้ถือหุ้นฝ่ายไทยไม่สามารถชี้แจงรายละเอียดการชำระค่าหุ้นหรือการบริหารกิจการได้
เจ้าหน้าที่ยังพบข้อมูลที่เชื่อมโยงไปยังบริษัทรับทำบัญชีและสำนักงานกฎหมายบางแห่ง ซึ่งต้องขยายผลสอบสวนต่อไป
ประเด็นการสื่อสารขอ "เคลียร์" ขณะปฏิบัติการ
ระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ เจ้าหน้าที่ระบุว่าได้รับการติดต่อจากผู้ประกอบการที่พยายามขอเจรจาเพื่อ "เคลียร์" โดยอ้างถึงการจ่ายผลประโยชน์เป็นงวดให้หน่วยงานในพื้นที่ รวมถึงมีการอ้างถึงเจ้าหน้าที่ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและหน่วยงานท้องถิ่น
"สิ่งที่น่าตกใจไปกว่านั้นคือ เขาอ้างอิงถึงเจ้าหน้าที่ในเขตห้วยขวาง"
นายพลพีร์ย้ำแนวทางปฏิบัติในลักษณะนี้ว่า "ผิดคือผิด กฎหมายต้องศักดิ์สิทธิ์" และสั่งการให้ทำการสอบสวนข้อเท็จจริงอย่างเข้มข้น หากพบการทุจริตหรือการสมรู้ร่วมคิดจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
ผลกระทบและแนวทางต่อไป
การตรวจสอบครั้งนี้มีความสำคัญทั้งด้านความปลอดภัยสาธารณะและความชอบด้วยกฎหมายของการประกอบกิจการในเมืองหลวง หากข้อเท็จจริงยืนยันการฝ่าฝืนกฎหมายหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการก่อสร้างดัดแปลงอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต การประกอบกิจการโดยไม่มีใบอนุญาต การจ้างแรงงานผิดกฎหมาย หรือการใช้โครงสร้างนอมินีเพื่อละเมิดข้อกำหนดของการลงทุนและการถือครองหุ้น จะส่งผลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องดำเนินคดีอาญาและปกครองตามขั้นตอน
สำหรับประชาชนที่อาศัยหรือใช้บริการในพื้นที่ ควรให้ความสำคัญกับป้ายแสดงการอนุญาตประกอบกิจการ สัญลักษณ์ความปลอดภัยของอาคาร และช่องทางการร้องเรียนไปยังหน่วยงานท้องถิ่นเมื่อพบความผิดปกติ ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ประกาศว่าจะมีการขยายผลการตรวจสอบไปยังสถานประกอบการอื่นในพื้นที่ หากพบหลักฐานเชื่อมโยงกับเครือข่ายที่ถูกตรวจ
คดีนี้ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบขยายผลของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และการเรียกสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติมเพื่อสรุปข้อเท็จจริงและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานจากกรุงเทพมหานคร