เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2569 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง ศุลกากร และสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เข้าตรวจค้นบ้านต้องสงสัยในพื้นที่ตำบลกระโด อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี ภายใต้นโยบายป้องกันและปราบปรามยาเสพติดและภัยแทรกซ้อนในจังหวัดชายแดนภาคใต้
ผลการตรวจค้นและของกลางที่ยึดได้
การปฏิบัติการครั้งนี้เจ้าหน้าที่ระบุว่าพบบุคคลอยู่ภายในบ้านจำนวน 3 คน โดยมีนายมะสาตา (สงวนนามสกุล) แสดงตนเป็นเจ้าของบ้าน ผลการตรวจค้นเบื้องต้นนำไปสู่การยึดของกลางจำนวนมาก ได้แก่
- บุหรี่ผิดกฎหมาย ประมาณ 2,452,680 มวน (ราว 300 ลังตามรายงานบางฉบับ)
- อาวุธปืนพก จำนวน 3 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุน
- เงินสด ประมาณ 18,759,000 บาท
เจ้าหน้าที่ได้ส่งของกลางทั้งหมดไปยังสถานีตำรวจภูธรอ.ยะรัง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายและสอบสวนขยายผลหาเครือข่ายที่เกี่ยวข้องต่อไป
คำชี้แจงจากกอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้า
"เงินสด 18 ล้านบาท! กับปืนอีก 3 กระบอก… ยะรัง-ปัตตานี ซ่อนอยู่กับอะไร?"
ข้อความดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโพสต์ที่เผยแพร่ในเพจเฟซบุ๊กของกอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า และต่อมามีการคอมเมนต์เสริมใต้โพสต์ว่า การปฏิบัติการเป็นการเข้าตรวจพื้นที่โดยชุดภัยแทรกซ้อน ผลการปฏิบัติพบบุหรี่เถื่อนจำนวนมาก เงินสดและอาวุธ เจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียดและติดตามการบังคับใช้กฎหมายต่อไป
ผลกระทบและแนวทางการสืบสวน
การยึดบุหรี่หลบหนีภาษาจำนวนมากพร้อมเงินสดมูลค่าสูงและอาวุธปืนชี้ให้เห็นถึงเครือข่ายการลักลอบนำเข้าสินค้าและกิจกรรมที่มีความเชื่อมโยงข้ามพื้นที่ เจ้าหน้าที่ระบุว่าจะเร่งสืบสวนขยายผลเพื่อค้นหาผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งต้นทาง กลาง และปลายทางของการลักลอบนำเข้า พร้อมดำเนินคดีอย่างเคร่งครัด
สำหรับชาวบ้านในพื้นที่ อำเภอยะรัง และจังหวัดปัตตานี เหตุการณ์ลักษณะนี้ย่อมสร้างความกังวลในด้านความปลอดภัยและผลกระทบต่อเศรษฐกิจชุมชน โดยเฉพาะหากมีการใช้เส้นทางหรือสถานที่ของชุมชนเป็นช่องทางของการกระทำผิด เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นจึงจำเป็นต้องเพิ่มการสื่อสารและสร้างความเข้าใจกับประชาชนเกี่ยวกับมาตรการป้องกันและการให้ข้อมูลแก่เจ้าหน้าที่
ข้อมูลสำคัญจากการปฏิบัติการ
| รายการ | จำนวน/มูลค่า (ตามรายงาน) |
|---|---|
| บุหรี่ผิดกฎหมาย | ประมาณ 2,452,680 มวน (ราว 300 ลัง) |
| อาวุธปืนพก | 3 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุน |
| เงินสด | ประมาณ 18,759,000 บาท |
เจ้าหน้าที่ระบุว่าการเก็บรวบรวมพยานหลักฐานจากของกลางทั้งด้านลายนิ้วมือ เอกสารการเงิน และข้อมูลดิจิทัลจากอุปกรณ์โทรคมนาคม รวมถึงการตรวจพิสูจน์ลายพิมพ์และการตรวจสอบเส้นทางการขนส่งสินค้า จะเป็นกุญแจสำคัญในการขยายผลไปยังเครือข่ายกว้างขึ้น
หน้าที่ของประชาชนและการแจ้งเบาะแส
ในพื้นที่ที่มีการลักลอบนำเข้าสินค้าหนีภาษาหรือกิจกรรมผิดกฎหมาย ความร่วมมือจากประชาชนในการให้ข้อมูลเชิงพิกัดหรือเบาะแสกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีความสำคัญ หากพบเห็นสิ่งผิดปกติ เช่น การขนย้ายสินค้าจำนวนมากรถเข้าพื้นที่ผิดเวลา หรือมีการเก็บสิ่งของจำนวนมากในบ้านพัก ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือหน่วยงานท้องถิ่นโดยตรงเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและป้องกันการลักลอบดังกล่าวโดยเร็ว
ขณะนี้คดีอยู่ในระหว่างการสืบสวนสอบสวนโดยสถานีตำรวจภูธรอ.ยะรัง และกอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าเตรียมแถลงข้อมูลเพิ่มเติมเมื่อการตรวจพิสูจน์ของกลางและการสอบสวนขยายผลเสร็จสิ้น