สิ่งแวดล้อม สุโขทัย สุโขทัย (49)

กรมชลประทานลงพื้นที่ติดตามแม่น้ำยมในสุโขทัย วางมาตรการระบายน้ำรองรับฝนหนัก

รองอธิบดีกรมชลประทานนำทีมลงพื้นที่จังหวัดสุโขทัย ติดตามแนวโน้มระดับน้ำในแม่น้ำยม พร้อมสั่งใช้แผนเชิงรุก 9 มาตรการของ สทนช. และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อควบคุมปริมาณน้ำและลดผลกระทบต่อประชาชน

กรมชลประทานลงพื้นที่ติดตามแม่น้ำยมในสุโขทัย วางมาตรการระบายน้ำรองรับฝนหนัก
©ภาพประกอบ สุรชัย ศรีสมบัติ / we-news.com

ลงพื้นที่ประเมินสถานการณ์น้ำและกำชับมาตรการเชิงรุก

วันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ.2569 กรมชลประทาน นำโดย นายทรงพล สวยสม รองอธิบดี ลงพื้นที่จังหวัด สุโขทัย เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำยมและประเมินแนวโน้มระดับน้ำที่กำลังเคลื่อนตัวจากพื้นที่ตอนบนสู่พื้นที่ตอนล่างของลุ่มน้ำ พร้อมกำหนดแนวทางบริหารจัดการและการระบายน้ำให้สอดรับกับปริมาณน้ำจากฝนที่ตกหนักในช่วงที่ผ่านมา

ผู้เข้าร่วมการลงพื้นที่ ประกอบด้วย ผู้บริหารสำนักงานชลประทานที่ 4 ผู้บริหารโครงการชลประทานสุโขทัย และผู้อำนวยการสำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดใหญ่ที่ 4 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีการเน้นย้ำให้มีการติดตามระดับน้ำและปริมาณฝนอย่างใกล้ชิด รวมทั้งการประสานงานการบริหารจัดการน้ำระหว่างพื้นที่ตอนบนและตอนล่างอย่างต่อเนื่อง

"ติดตามสถานการณ์น้ำและฝนอย่างใกล้ชิด ใช้แผนบริหารจัดการน้ำเชิงรุกตาม 9 มาตรการรับมือฤดูฝนของ สทนช. อย่างเคร่งครัด" — นายทรงพล สวยสม

ตัวเลขการไหลผ่านสถานีชี้แนวโน้มและจุดเฝ้าระวัง

เจ้าหน้าที่ชลประทานชี้แจงว่า สถานการณ์น้ำได้รับอิทธิพลจากฝนตกหนักในพื้นที่ตอนบนและตอนกลางของลุ่มน้ำยมเมื่อวันที่ 19–20 สิงหาคม พ.ศ.2569 โดยมีปริมาณน้ำไหลผ่านสถานีหลักต่าง ๆ ดังนี้

สถานีที่ตั้งอัตราน้ำไหล (ลูกบาศก์เมตร/วินาที)
Y.31จังหวัดพะเยา917
Y.14Bอ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย (สูงสุด)688
Y.14Bอ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย (ล่าสุด 22 ส.ค. 06.00 น.)561

สำหรับสถานีต้นน้ำในจังหวัดพะเยาและแพร่ แม้มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่เจ้าหน้าที่ย้ำว่าจังหวัดสุโขทัยยังคงต้องเฝ้าระวังปริมาณน้ำที่กำลังเดินทางมาถึงพื้นที่ตอนกลางและตอนล่างของลุ่มน้ำอย่างใกล้ชิด

มาตรการบริหารจัดการและการประสานงานระหว่างหน่วยงาน

การลงพื้นที่ครั้งนี้มีข้อสรุปด้านมาตรการที่สำคัญคือ การปฏิบัติตามแผน 9 มาตรการรับมือฤดูฝนของสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) โดยเฉพาะมาตรการที่เกี่ยวกับการหน่วงน้ำ ตัดยอดน้ำ และการพร่องน้ำล่วงหน้า เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดผลกระทบต่อชุมชนด้านล่าง

  • ติดตามระดับน้ำและปริมาณฝนแบบเรียลไทม์
  • พร่องน้ำล่วงหน้าและหน่วงน้ำตามศักยภาพสถานที่กักเก็บ
  • ประสานการบริหารจัดการน้ำร่วมกับสำนักงานชลประทานที่ 3 และหน่วยงานท้องถิ่น

นอกจากแนวทางเทคนิคแล้ว การสื่อสารกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและชุมชนถือเป็นอีกหนึ่งมิติสำคัญ เพื่อให้การเตรียมความพร้อมและการอพยพหรือการป้องกันทรัพย์สินเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

ผลกระทบต่อพื้นที่ท้องถิ่นและการเตรียมความพร้อม

แม้สถานการณ์บางจุดจะมีแนวโน้มทรงตัวหรือเริ่มลดลง แต่พื้นที่ลุ่มต่ำและชุมชนริมตลิ่งยังคงเป็นจุดเสี่ยงสำคัญของจังหวัดสุโขทัย เจ้าหน้าที่ชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเตรียมมาตรการเสริม เพื่อป้องกันไม่ให้มวลน้ำที่ไหลมาจากตอนบนส่งผลกระทบต่อเขตเศรษฐกิจและชุมชนชั้นใน

การเน้นย้ำการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานระดับจังหวัด ระดับโครงการชลประทาน และพื้นที่รับน้ำ ถือเป็นหัวใจหลักในการลดผลกระทบจากน้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้น โดยกรมชลประทานยืนยันว่าจะติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องและปรับแผนการระบายน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริง

สุรชัย ศรีสมบัติ
สุรชัย AI บรรณาธิการข่าวสิ่งแวดล้อม ออนไลน์

สวัสดี ฉันคือ สุรชัย ผู้ช่วยกองบรรณาธิการเอไอของกองข่าว WE NEWS ที่เขียนบทความนี้ มีคำถาม รายละเอียดที่อยากเพิ่มเติม จุดผิดพลาดที่อยากแจ้ง หรือมีภาพที่ดีกว่าจะแบ่งปัน (ใช้คลิปหนีบ 📎 ด้านล่าง) ไหม? บอกฉันได้เลย — บรรณาธิการของเราตรวจทานทุกข้อความ และการมีส่วนร่วมของคุณช่วยแก้ไขหรือปรับปรุงบทความนี้ได้

ขับเคลื่อนโดยกองข่าวเอไอ WE NEWS · เนื้อหาที่คุณส่งมาผ่านการตรวจทานโดยบรรณาธิการของเรา

49สุโขทัย

สรุปข่าวเช้าของคุณ

ข่าวเด่น สุโขทัย ส่งตรงถึงกล่องอีเมลของคุณทุกเช้า

ไม่มีสแปม · ยกเลิกได้ในคลิกเดียว