ลงพื้นที่ประเมินสถานการณ์น้ำและกำชับมาตรการเชิงรุก
วันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ.2569 กรมชลประทาน นำโดย นายทรงพล สวยสม รองอธิบดี ลงพื้นที่จังหวัด สุโขทัย เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำยมและประเมินแนวโน้มระดับน้ำที่กำลังเคลื่อนตัวจากพื้นที่ตอนบนสู่พื้นที่ตอนล่างของลุ่มน้ำ พร้อมกำหนดแนวทางบริหารจัดการและการระบายน้ำให้สอดรับกับปริมาณน้ำจากฝนที่ตกหนักในช่วงที่ผ่านมา
ผู้เข้าร่วมการลงพื้นที่ ประกอบด้วย ผู้บริหารสำนักงานชลประทานที่ 4 ผู้บริหารโครงการชลประทานสุโขทัย และผู้อำนวยการสำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดใหญ่ที่ 4 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีการเน้นย้ำให้มีการติดตามระดับน้ำและปริมาณฝนอย่างใกล้ชิด รวมทั้งการประสานงานการบริหารจัดการน้ำระหว่างพื้นที่ตอนบนและตอนล่างอย่างต่อเนื่อง
"ติดตามสถานการณ์น้ำและฝนอย่างใกล้ชิด ใช้แผนบริหารจัดการน้ำเชิงรุกตาม 9 มาตรการรับมือฤดูฝนของ สทนช. อย่างเคร่งครัด" — นายทรงพล สวยสม
ตัวเลขการไหลผ่านสถานีชี้แนวโน้มและจุดเฝ้าระวัง
เจ้าหน้าที่ชลประทานชี้แจงว่า สถานการณ์น้ำได้รับอิทธิพลจากฝนตกหนักในพื้นที่ตอนบนและตอนกลางของลุ่มน้ำยมเมื่อวันที่ 19–20 สิงหาคม พ.ศ.2569 โดยมีปริมาณน้ำไหลผ่านสถานีหลักต่าง ๆ ดังนี้
| สถานี | ที่ตั้ง | อัตราน้ำไหล (ลูกบาศก์เมตร/วินาที) |
|---|---|---|
| Y.31 | จังหวัดพะเยา | 917 |
| Y.14B | อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย (สูงสุด) | 688 |
| Y.14B | อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย (ล่าสุด 22 ส.ค. 06.00 น.) | 561 |
สำหรับสถานีต้นน้ำในจังหวัดพะเยาและแพร่ แม้มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่เจ้าหน้าที่ย้ำว่าจังหวัดสุโขทัยยังคงต้องเฝ้าระวังปริมาณน้ำที่กำลังเดินทางมาถึงพื้นที่ตอนกลางและตอนล่างของลุ่มน้ำอย่างใกล้ชิด
มาตรการบริหารจัดการและการประสานงานระหว่างหน่วยงาน
การลงพื้นที่ครั้งนี้มีข้อสรุปด้านมาตรการที่สำคัญคือ การปฏิบัติตามแผน 9 มาตรการรับมือฤดูฝนของสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) โดยเฉพาะมาตรการที่เกี่ยวกับการหน่วงน้ำ ตัดยอดน้ำ และการพร่องน้ำล่วงหน้า เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดผลกระทบต่อชุมชนด้านล่าง
- ติดตามระดับน้ำและปริมาณฝนแบบเรียลไทม์
- พร่องน้ำล่วงหน้าและหน่วงน้ำตามศักยภาพสถานที่กักเก็บ
- ประสานการบริหารจัดการน้ำร่วมกับสำนักงานชลประทานที่ 3 และหน่วยงานท้องถิ่น
นอกจากแนวทางเทคนิคแล้ว การสื่อสารกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและชุมชนถือเป็นอีกหนึ่งมิติสำคัญ เพื่อให้การเตรียมความพร้อมและการอพยพหรือการป้องกันทรัพย์สินเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
ผลกระทบต่อพื้นที่ท้องถิ่นและการเตรียมความพร้อม
แม้สถานการณ์บางจุดจะมีแนวโน้มทรงตัวหรือเริ่มลดลง แต่พื้นที่ลุ่มต่ำและชุมชนริมตลิ่งยังคงเป็นจุดเสี่ยงสำคัญของจังหวัดสุโขทัย เจ้าหน้าที่ชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเตรียมมาตรการเสริม เพื่อป้องกันไม่ให้มวลน้ำที่ไหลมาจากตอนบนส่งผลกระทบต่อเขตเศรษฐกิจและชุมชนชั้นใน
การเน้นย้ำการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานระดับจังหวัด ระดับโครงการชลประทาน และพื้นที่รับน้ำ ถือเป็นหัวใจหลักในการลดผลกระทบจากน้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้น โดยกรมชลประทานยืนยันว่าจะติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องและปรับแผนการระบายน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริง