วันที่ 13 สิงหาคม พ.ศ.2569 ที่อาคารรัฐสภา คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 เริ่มพิจารณางบประมาณกระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานในกำกับจำนวน 16 หน่วยงาน พร้อมนำประเด็นสำคัญหลายประเด็นเข้าสอบถามผู้แทนกระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการใช้งบด้านระบบดิจิทัล การจัดสรรบุคลากรระดับชุมชน และโครงการก่อสร้างสถานพยาบาลในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์
ตั้งคำถามงบดิจิทัลรวมกว่า 550 ล้านบาท
ระหว่างการประชุม น.ส.วทันยา บุนนาค กรรมาธิการฯ ตั้งข้อสังเกตต่อการขอใช้งบด้านดิจิทัลของกระทรวงสาธารณสุขรวมกันถึง 550 ล้านบาท โดยยกตัวอย่างว่า สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สป.สธ.) ขอเงินสำหรับโครงการ “Cloud First” เป็นจำนวน 101 ล้านบาท และงบค่าบริการสื่อสารคมนาคมอีก 75 ล้านบาท
คำถามสำคัญที่กรรมาธิการยกขึ้นคือเหตุใดกระทรวงต้องจัดหาพื้นที่คลาวด์เป็นของตนเอง ในเมื่อภาครัฐมีศูนย์ข้อมูลกลางคือ GDCC (Government Data Center and Cloud Service) ที่สามารถให้บริการได้ นอกจากนี้ยังมีงบจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมที่ของบบูรณาการร่วมกับ สธ. เช่น โครงการระบบเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพ (Health Link) รวมทั้งสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กำลังขอเงินเพื่อจัดทำระบบข้อมูลสุขภาพของตนเอง
- กรรมาธิการตั้งคำถามเรื่องการแบ่งหน้าที่ของระบบงานและสถาปัตยกรรมข้อมูล
- กังวลว่าการมีระบบแยกกันของแต่ละหน่วยงาน อาจนำไปสู่ความไม่ชัดเจนหรือข้อพิพาทเรื่องการใช้งบประมาณ
- เรียกร้องให้มีการบูรณาการและใช้ทรัพยากรของรัฐร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ
ข้อกังวลเรื่องบทบาทอาสาพยาบาลชุมชนกับ อสม.
น.ส.วทันยา ยังตั้งคำถามถึงรายละเอียดการจัดสรรงบประมาณค่าตอบแทนของ “อาสาพยาบาลชุมชน (อสพ.)” ซึ่งกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ของกระทรวงสาธารณสุขเสนอไว้เป็นจำนวน 1,147 ล้านบาท ขณะที่งบสำหรับ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) มีอยู่แล้วรวมกว่า 25,600 ล้านบาท ซึ่งเป็นค่าปฏิบัติงานของ อสม.
กรรมาธิการเรียกร้องให้ชี้แจงบทบาทและหน้าที่ของ อสพ. และ อสม. รวมถึงหน่วยบริการปฐมภูมิ (รพ.สต.) ว่าจะแบ่งงานอย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดการซ้ำซ้อนในการจ่ายงบหรือกรณีจ่ายเงินไปยังบุคคลเดียวกัน
ปมก่อสร้างสถาบันมะเร็งแห่งใหม่ที่บุรีรัมย์
อีกประเด็นที่ถูกหยิบมาสอบคือโครงการก่อสร้างอาคารเกี่ยวกับโรคผิวหนังหรือสถาบันมะเร็งแห่งใหม่ในจังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งในข้อมูลที่กรรมาธิการอ้างถึง ระบุว่าในปี พ.ศ.2568 ตั้งงบไว้เป็น 0 บาท แต่ขยับเข้ามาในปีงบประมาณ พ.ศ.2570 เป็นจำนวน 259 ล้านบาท โดยมีการพูดถึงวงเงินโครงการที่เคยปรากฏเป็นจำนวน 577 ล้านบาท
กรรมาธิการจึงสอบถามกรมการแพทย์ถึงความคืบหน้า การออกแบบ และแผนการจัดสรรงบก่อสร้าง เพื่อให้สามารถตรวจสอบความจำเป็นและความสอดคล้องกับแผนพัฒนาระบบบริการสุขภาพของพื้นที่
| ประเด็น | ตัวเลขที่กรรมาธิการอ้าง |
|---|---|
| งบดิจิทัลรวม (สธ.) | 550 ล้านบาท |
| Cloud First (สป.สธ.) | 101 ล้านบาท |
| ค่าบริการสื่อสารคมนาคม | 75 ล้านบาท |
| งบค่าตอบแทน อสพ. | 1,147 ล้านบาท |
| งบ อสม. | 25,600 ล้านบาท |
| งบก่อสร้างสถาบันมะเร็ง (ที่ปรากฏ) | 259 ล้านบาท (พ.ศ.2570) |
“ในแง่การแบ่งระบบงานแต่ละหน่วยต้องแยก ต้องแบ่งระบบสถาปัตยกรรมข้อมูลอย่างไร และด้วยระบบที่แยกกันอยู่ จะส่งผลกลายเป็นข้อพิพาทเรื่องงบหรือไม่” — น.ส.วทันยา บุนนาค
การตั้งข้อสังเกตจากกรรมาธิการสะท้อนความกังวลเกี่ยวกับการบริหารจัดการงบประมาณภาครัฐด้านสาธารณสุข โดยเฉพาะการลงทุนด้านเทคโนโลยีสารสนเทศที่ต้องการความเชื่อมโยงของข้อมูลระหว่างหน่วยงาน หากแต่ละหน่วยพัฒนาระบบของตัวเองโดยไม่คำนึงถึงสถาปัตยกรรมข้อมูลร่วม อาจเสี่ยงต่อการทับซ้อน งบประมาณไม่เกิดประสิทธิภาพ และอุปสรรคในการแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อบริการประชาชน
กรรมาธิการยังขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจงรายละเอียดแผนงาน ระยะเวลาการดำเนินการ และหลักการบริหารงบ เพื่อให้การใช้จ่ายเป็นไปอย่างโปร่งใสและตอบโจทย์การให้บริการสุขภาพของประชาชน ทั้งในระดับชาติเหมือนกันกับระดับพื้นที่อย่างจังหวัดบุรีรัมย์
ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมชี้แจงและรับข้อสังเกตเพื่อนำไปทบทวนก่อนการพิจารณาต่อไปในการประชุมคณะกรรมาธิการครั้งถัดไป