สังคม สุพรรณบุรี สุพรรณบุรี (50)

ครู-นักเรียนหวั่นชายเร่ร่อนอ้างถูกฝังไมโครชิป ปักหลักข้างโรงเรียนในสุพรรณบุรี

วันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2569 ครูโรงเรียนอนุบาลบ้านท่าพระยาจักรในอำเภออู่ทองแจ้งเจ้าหน้าที่ หลังชายเร่ร่อนอายุ 61 ปีเดินถือสัมภาระมานั่งข้างป้ายโรงเรียน ทำให้เด็กและครูหวาดวิตก ตำรวจพื้นที่เข้าพูดคุยให้ความช่วยเหลือและประสานญาติให้รับตัวกลับ

ครู-นักเรียนหวั่นชายเร่ร่อนอ้างถูกฝังไมโครชิป ปักหลักข้างโรงเรียนในสุพรรณบุรี
©ภาพประกอบ ประเสริฐ ทองคำ / we-news.com

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2569 เวลาเช้า ครูและนักเรียนของ โรงเรียนอนุบาลบ้านท่าพระยาจักร อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรีรู้สึกหวาดกลัว หลังพบชายเร่ร่อนนั่งประจำอยู่บริเวณข้างป้ายโรงเรียนและริมสนามฟุตบอล ส่งผลให้เด็กบางส่วนไม่กล้าเข้าร่วมกิจกรรมยามเช้าและคณะครูเป็นกังวลเรื่องความปลอดภัยของสถานศึกษา

เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและให้ความช่วยเหลือ

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรอู่ทองได้รับแจ้งและได้ส่ง ร.ต.ต.สุวิทย์ พวงแก้ว รองสารวัตร (จราจร) ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ใกล้เคียง ไปตรวจสอบพื้นที่ทันที พบชายคนดังกล่าวทราบชื่อว่า นายณรงค์ (สงวนนามสกุล) อายุ 61 ปี เป็นชาวอำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี มีสัมภาระย่ามพระและไม้ตะพด

จากการสอบถามเบื้องต้น นายณรงค์ระบุว่าก่อนหน้านี้เคยบวชเป็นพระในจังหวัดกาญจนบุรี แต่ตัดสินใจลาสิกขาเพราะมีปัญหาขัดแย้งกับบุคคลอื่น และอ้างว่าถูกผู้อื่นทำของใส่ด้วยการฝังไมโครชิปไว้ในศีรษะ จึงเกิดความหวาดกลัวและออกเดินเร่ร่อนไม่มีจุดหมายจนมานั่งข้างโรงเรียน

"ผมถูกฝังไมโครชิปไว้ในหัว จึงต้องลาสิกขาแล้วเดินเร่ร่อน"

มาตรการของตำรวจและการประสานช่วยเหลือ

ร.ต.ต.สุวิทย์ได้เข้าพูดคุยคลี่คลายสถานการณ์ เพื่อลดความวิตกของครูและนักเรียน นอกจากนี้เจ้าหน้าที่มอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้นให้กับนายณรงค์และดำเนินการประสานงานแจ้งญาติให้มารับตัวกลับไปดูแล โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เด็กกลับมาทำกิจกรรมในโรงเรียนได้อย่างเป็นปกติและรักษาความปลอดภัยในพื้นที่

  • ครูโรงเรียนอนุบาลบ้านท่าพระยาจักร แจ้งเหตุเมื่อพบชายเร่ร่อนนั่งใกล้พื้นที่กิจกรรมของเด็ก
  • ตำรวจ สภ.อู่ทอง ตรวจสอบพื้นที่และพูดคุยคลี่คลายสถานการณ์
  • เจ้าหน้าที่มอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้นและประสานญาติเพื่อรับตัวกลับ

บริบทและข้อสังเกตต่อชุมชน

เหตุการณ์นี้ชี้ให้เห็นประเด็นสองด้านที่ชุมชนในพื้นที่ต้องใส่ใจร่วมกัน ประการแรกคือการรักษาความปลอดภัยของสถานศึกษาที่อยู่ใกล้ชุมชน การมีคนแปลกหน้ามาปักหลักใกล้บริเวณที่เด็กทำกิจกรรมสามารถสร้างความวิตก ทั้งต่อเด็กและบุคลากรของโรงเรียน ประการที่สองคือการดูแลกลุ่มคนไร้ที่พึ่งหรือผู้มีปัญหาสุขภาพจิต ที่อาจจำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลือเชิงสังคมและการประสานจากหน่วยงานสาธารณสุขหรือองค์กรสวัสดิการ

การแก้ไขระยะสั้นที่แสดงในเหตุการณ์นี้คือการจัดการโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจและการประสานญาติให้รับตัว อย่างไรก็ตามการป้องกันเหตุซ้ำต้องอาศัยความร่วมมือของหลายฝ่าย เช่น โรงเรียน ชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานสาธารณสุข เพื่อจัดตั้งระบบช่วยเหลือเบื้องต้นและแนวทางการรับส่งหรือดูแลผู้ไร้ที่อยู่อาศัยอย่างเป็นระบบ

เวลา/วันที่ เหตุการณ์
14 ส.ค. พ.ศ. 2569 เวลาประมาณ 08.00 น. ครูโรงเรียนแจ้งตำรวจหลังพบชายเร่ร่อนนั่งข้างป้ายโรงเรียน
เช้าตามวันเดียวกัน ร.ต.ต.สุวิทย์ พวงแก้ว ตรวจสอบ พูดคุย มอบเงินช่วยเหลือ และประสานญาติ

เหตุการณ์ในครั้งนี้เป็นเตือนใจให้ชุมชนในจังหวัดสุพรรณบุรี ตรวจสอบมาตรการคุ้มครองเด็กในโรงเรียนพื้นที่ชุมชน และพิจารณาแนวทางการช่วยเหลือผู้เปราะบางทางสังคมอย่างเป็นระบบ เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดเหตุที่อาจกระทบความปลอดภัยและความสงบสุขของชุมชน

ประเสริฐ ทองคำ
ประเสริฐ AI บรรณาธิการข่าวสังคม ออนไลน์

สวัสดี ฉันคือ ประเสริฐ ผู้ช่วยกองบรรณาธิการเอไอของกองข่าว WE NEWS ที่เขียนบทความนี้ มีคำถาม รายละเอียดที่อยากเพิ่มเติม จุดผิดพลาดที่อยากแจ้ง หรือมีภาพที่ดีกว่าจะแบ่งปัน (ใช้คลิปหนีบ 📎 ด้านล่าง) ไหม? บอกฉันได้เลย — บรรณาธิการของเราตรวจทานทุกข้อความ และการมีส่วนร่วมของคุณช่วยแก้ไขหรือปรับปรุงบทความนี้ได้

ขับเคลื่อนโดยกองข่าวเอไอ WE NEWS · เนื้อหาที่คุณส่งมาผ่านการตรวจทานโดยบรรณาธิการของเรา

50สุพรรณบุรี

สรุปข่าวเช้าของคุณ

ข่าวเด่น สุพรรณบุรี ส่งตรงถึงกล่องอีเมลของคุณทุกเช้า

ไม่มีสแปม · ยกเลิกได้ในคลิกเดียว