จังหวัดสุพรรณบุรี — เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจติดตามการบริหารจัดการน้ำบริเวณ ประตูระบายน้ำสองพี่น้อง พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกาศผลักดันเมกะโปรเจกต์เชื่อมระบบน้ำระหว่าง ชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย เพื่อแก้ไขปัญหาอุทกภัยและวางระบบจัดการน้ำระยะยาวโดยเริ่มดำเนินการปี พ.ศ. 2570 ใช้เวลาดำเนินงาน 7 ปี
จุดที่ลงพื้นที่และปัญหาเฉพาะหน้า
การลงพื้นที่ครั้งนี้มีผู้บริหารระดับสูงร่วมด้วย ทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงมหาดไทย อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อธิบดีกรมชลประทาน และผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี โดยจุดตรวจหลักคือการประเมินสถานการณ์น้ำและการระบายที่ประตูระบายน้ำสองพี่น้อง ซึ่งขณะนี้ปริมาณน้ำยังอยู่ในระดับสูง แม้มีเส้นทางระบายไปยังแม่น้ำท่าจีนแต่การไหลถูกจำกัดจากผักตบชวาและวัชพืชที่อุดตันเส้นทางน้ำ
มาตรการเร่งด่วนและแผนระยะยาว
จากการตรวจสอบ อธิบดีกรมชลประทานได้ยืนยันแนวทางแก้ไขหลายประการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและป้องกันน้ำย้อนกลับเมื่อระดับน้ำในแม่น้ำท่าจีนสูงกว่า โดยมีแนวทางดังนี้
- เร่งกำจัดผักตบชวาและวัชพืชในคลองระบายเพื่อลดการกีดขวางทางน้ำ
- ขยายช่องทางประตูระบายน้ำและเปิดความกว้างของคลองระบายน้ำเพื่อเร่งการไหลน้ำสู่แม่น้ำท่าจีนซึ่งอยู่ห่างประมาณ 1 กิโลเมตร
- จัดระบบป้องกันน้ำไหลย้อนกลับในช่วงที่ระดับแม่น้ำท่าจีนสูง
- ขยายคอขวดบริเวณประตูเภาทะลาย คลอง ร.4 ขวา และเพิ่มประตูน้ำบางสามที่คลองสองพี่น้องจากเดิมที่มี 3 บาน เป็น 5 บาน
ผลคาดหวังต่อพื้นที่และการบริหารน้ำ
เจ้าหน้าที่ประเมินว่า การดำเนินการตามแผนจะช่วยบรรเทาปัญหาน้ำเอ่อล้นในพื้นที่แอ่งกระทะของจังหวัด ซึ่งเป็นแหล่งเสี่ยงต่อการประสบอุทกภัยซ้ำซาก ทั้งยังเป็นมาตรการที่คาดว่าจะช่วยลดความสูญเสียจากการแก้ปัญหาระยะสั้นซ้ำซ้อนและยังช่วยบรรเทาผลกระทบจากภัยแล้งในช่วงหน้าแล้งด้วย หากการขยายช่องระบายและการติดตั้งประตูน้ำเพิ่มแล้วเสร็จ การระบายน้ำลงแม่น้ำท่าจีนจะรวดเร็วขึ้นและมีการควบคุมมากขึ้นเมื่อระดับน้ำในแม่น้ำสูงขึ้น
กรอบเวลาและผู้รับผิดชอบ
จากข้อมูลที่เปิดเผย เมกะโปรเจกต์เชื่อมระบบน้ำจะเริ่มปฏิบัติการในปี พ.ศ. 2570 โดยมีกรอบระยะเวลาดำเนินการเป็นเวลา 7 ปี การดำเนินงานจะต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างหลายหน่วยงานทั้งกรมชลประทาน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อประสานงานด้านเทคนิค การจัดซื้อจัดจ้าง และการดูแลผลกระทบต่อชุมชน
| ประเด็น | ข้อมูล |
|---|---|
| ปีเริ่มโครงการ | พ.ศ. 2570 |
| ระยะเวลาดำเนินการ | 7 ปี |
| พื้นที่ตรวจติดตาม | ประตูระบายน้ำสองพี่น้อง (อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี) |
ข้อพิจารณาเชิงนโยบาย
ในมุมมองเชิงนโยบาย ความท้าทายของโครงการประเภทเมกะโปรเจกต์ด้านน้ำคือการประสานระหว่างแผนแม่บทระดับชาติและการบริหารจัดการเชิงพื้นที่ ต้องคำนึงถึงผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม การจัดสรรงบประมาณระยะยาว และการมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่นเพื่อให้มาตรการไม่เป็นเพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่เป็นระบบที่ยั่งยืน เช่นเดียวกับการรักษาคลองระบายน้ำให้ไม่อุดตันด้วยวัชพืชต้องมีการจัดสรรทรัพยากรสำหรับการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่การทำครั้งคราว
บทสรุป
การลงพื้นที่ของนายกรัฐมนตรีที่สุพรรณบุรีครั้งนี้แสดงให้เห็นความพยายามผลักดันแผนจัดการน้ำในเชิงโครงสร้างเพื่อแก้ปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งอย่างยั่งยืน การขยายช่องระบาย การเพิ่มประตูน้ำ และการเชื่อมโยงระบบน้ำในระดับภูมิภาคเป็นแนวทางที่ชัดเจน แต่ความสำเร็จจะขึ้นกับการดำเนินการเชิงเทคนิค การประสานงานข้ามหน่วยงาน และการบริหารจัดการระยะยาวร่วมกับชุมชนท้องถิ่น