เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติแต่งตั้งให้ นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) ดำรงตำแหน่ง ปลัดกระทรวงคมนาคม ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ เพื่อทดแทน นายชยธรรม์ พรหมศร ที่จะครบอายุเกษียณในวันที่ 30 กันยายน 2569 การแต่งตั้งครั้งนี้สร้างความเปลี่ยนแปลงในตำแหน่งบริหารระดับสูงของกระทรวงและเปิดช่องให้มีการสรรหาผู้บริหารชุดใหม่ในหลายหน่วยงาน
บุคลากรสายช่างขึ้นทำหน้าที่บริหารระดับสูง
ชีวประวัติของนายปิยพงษ์ แสดงเส้นทางที่เติบโตจากสายวิศวกรรมและการบริหารโครงการทางหลวงมาอย่างเป็นระบบ โดยสำเร็จการศึกษาวิศวกรรมโยธาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปริญญาโทด้านวิศวกรรมการขนส่งจาก Asian Institute of Technology และปริญญาเอกด้านการศึกษาการขนส่งจาก Imperial College London โดยได้รับทุนรัฐบาล ก.พ. ทั้งนี้ นายปิยพงษ์มีอายุ 50 ปี และยังเหลืออายุราชการอีกประมาณ 10 ปี ซึ่งจะเกษียณในปี พ.ศ. 2579
ในเส้นทางราชการ เขาเคยดำรงตำแหน่งสำคัญหลายระดับ ทั้งผู้อำนวยการกองงานมอเตอร์เวย์ ผู้อำนวยการสำนักแผนงาน รองอธิบดีกรมทางหลวง ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม และแต่งตั้งเป็นอธิบดีกรมทางหลวงเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2568 ก่อนจะได้รับมติดังกล่าวจาก ครม.
ผลกระทบต่อโครงสร้างกรมทางหลวง
การเลื่อนระดับของอธิบดีกรมทางหลวงสร้างช่องว่างในตำแหน่งอธิบดี ทล. ซึ่งคาดว่าจะมีการสรรหาและแต่งตั้งคนใหม่เข้าสืบทอดงาน โดยมีแนวโน้มว่า นายชยุธ โลหกิจ รองอธิบดีกรมทางหลวง ซึ่งดำรงตำแหน่งรองอธิบดีมาแล้วราว 6 เดือน และมีความสัมพันธ์เครือข่ายกับจังหวัดบุรีรัมย์ จะเข้าร่วมกระบวนการสรรหาและเป็นผู้ที่ถูกจับตามองสำหรับตำแหน่งอธิบดี ทล. คนต่อไป
- การแต่งตั้งปลัดกระทรวงครั้งนี้อาจนำไปสู่การปรับโยกย้ายผู้บริหารระดับสูงในหน่วยงานอื่นของกระทรวง
- ตำแหน่งที่ถูกคาดหมายว่าจะปรับเปลี่ยน ได้แก่ อธิบดีกรมเจ้าท่า รองปลัดกระทรวง และผู้ตรวจราชการ รวมถึงตำแหน่งผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย
- การเปลี่ยนแปลงชุดผู้บริหารระดับสูงจะส่งผลต่อทิศทางนโยบายโครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง และโครงการสำคัญในระดับประเทศ
การโยกย้ายที่อาจตามมา
แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคมระบุว่า การแต่งตั้งปลัดคนใหม่นี้เป็นจุดเริ่มต้นของการปรับทัพผู้บริหาร โดยเตรียมดำเนินการสรรหาและแต่งตั้งในหลายตำแหน่งสำคัญ ขณะเดียวกันจะมีการพิจารณาโครงสร้างการกำกับดูแลหน่วยงานด้านการขนส่งและโครงการลงทุนให้สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงในระยะต่อไป
ความสำคัญต่อระดับท้องถิ่นและภาคเอกชน
การมีปลัดกระทรวงที่มีพื้นฐานวิชาชีพและประสบการณ์จากกรมทางหลวงอาจมีผลโดยตรงต่อการดำเนินงานโครงการก่อสร้างถนน โครงการมอเตอร์เวย์ และการบริหารจัดการงบประมาณด้านคมนาคมที่เชื่อมต่อกับการพัฒนาเศรษฐกิจของภูมิภาค โดยเฉพาะพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่มีโครงการเชื่อมโยงคมนาคมขนส่งหลายรายการ
| ประวัติและตำแหน่งที่ผ่าน | ปีที่เกี่ยวข้อง |
|---|---|
| ปริญญาตรี วิศวกรรมโยธา (จุฬาฯ) | พ.ศ. 2540 |
| ปริญญาโทด้านการขนส่ง (AIT) | ไม่ระบุปี |
| ปริญญาเอก Transport Studies (Imperial College London) | ไม่ระบุปี |
| อธิบดีกรมทางหลวง (คนที่ 35) | 1 ตุลาคม พ.ศ. 2568 |
| แต่งตั้งเป็นปลัดกระทรวงคมนาคม (มติ ครม.) | 11 สิงหาคม พ.ศ. 2569 |
ข้อพึงสังเกตทางการเมืองและการบริหาร
การแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูงที่มีพื้นเพจากหน่วยงานเทคนิคเข้ามาดำรงตำแหน่งเชิงนโยบายมักถูกจับตามองทั้งในแง่ความต่อเนื่องของโครงการเชิงเทคนิคและความเปลี่ยนแปลงเชิงบริหาร โดยเฉพาะเมื่อตำแหน่งสำคัญว่างลงและเกิดการโยกย้ายครั้งใหญ่ องค์กรภายนอกทั้งนักลงทุน ผู้รับเหมา และหน่วยงานท้องถิ่นจะติดตามทิศทางนโยบายเพื่อนำไปวางแผนการลงทุนและการดำเนินงานต่อไป
ในอีกมุมหนึ่ง ความเชื่อมโยงของบุคคลทั้งสองกับเครือข่ายจากจังหวัดบุรีรัมย์เป็นหนึ่งในปัจจัยที่สื่อสารถึงการเติบโตของกลุ่มบุคลากรท้องถิ่นในระดับชาติ แต่การสรรหายังต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของรัฐเพื่อความโปร่งใสและความเหมาะสมกับตำแหน่ง
ขณะที่รายละเอียดการโยกย้ายในตำแหน่งอื่นของกระทรวงคมนาคม ยังรอการประกาศอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และคาดว่ากระบวนการสรรหาจะดำเนินไปตามกรอบเวลาที่กำหนดต่อไป