เมื่อวันที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2569 บริเวณโดมวัดแสงสรรค์ อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี เทศบาลเมืองคลองหลวงจัดตั้ง จุดวอร์รูม เตรียมรับมือสถานการณ์น้ำท่วม โดยระดมจิตอาสา ผู้นำชุมชน และเจ้าหน้าที่ร่วมกันบรรจุกระสอบทรายเพื่อแจกจ่ายให้ประชาชนอย่างเร่งด่วน
การปฏิบัติการครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนกระสอบทรายจำนวนกว่า 3,000 ใบ จาก พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ซึ่งมอบให้เทศบาลเมืองคลองหลวงเพื่อนำไปใช้กั้นแนวป้องกันน้ำหลากและตั้งคันกั้นน้ำในจุดเสี่ยงต่าง ๆ ของอำเภอ
บรรยากาศที่โดมวัดแสงสรรค์เป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนและจิตอาสาร่วมแรงร่วมใจกันตักทราย มัดปากถุง และขนย้ายกระสอบเพื่อนำไปแจกให้บ้านเรือนที่เสี่ยงได้รับผลกระทบ หลายครอบครัวขับรถยนต์มารับกระสอบทรายด้วยตนเองเพื่อนำไปเสริมความมั่นคงให้บ้านพักอาศัย
การทำงานเชิงรุกของเทศบาล
นายยุทธศักดิ์ ชูประเสริฐ นายกเทศมนตรีเมืองคลองหลวง ระบุว่าทางเทศบาลไม่ได้รอให้เหตุการณ์ลุกลาม แต่ได้ดำเนินการเชิงรุกในหลายด้าน ทั้งการเฝ้าระวังระดับน้ำ การจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ และการแจกจ่ายกระสอบทรายให้ครอบคลุมจุดเสี่ยง โดยมีการเตรียมการตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและป้องกันทรัพย์สินของประชาชน
“เทศบาลเมืองคลองหลวงจะเร่งดำเนินการเชิงรุกทั้งการเฝ้าระวังระดับน้ำ การตระเตรียมวัสดุอุปกรณ์ และการแจกจ่ายกระสอบทรายให้ครอบคลุมทุกจุดเสี่ยง”
การตั้งวอร์รูมครั้งนี้สะท้อนถึงการประสานงานระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและชุมชนเพื่อเตรียมพร้อมรับมือวิกฤตน้ำ ซึ่งเป็นรูปแบบการจัดการภัยพิบัติระยะต้นที่เน้นการลดผลกระทบทันทีและสร้างความมั่นใจแก่ประชาชนในพื้นที่
ผลกระทบและความเสี่ยงในพื้นที่
พื้นที่อำเภอคลองหลวงอยู่ใกล้พื้นที่ลุ่มน้ำและมีบางส่วนเป็นชุมชนที่มีโครงสร้างคันกั้นน้ำไม่แข็งแรง เมื่อน้ำหลากหรือระดับน้ำในแม่น้ำเพิ่มสูงขึ้นจึงเสี่ยงต่อการท่วมฉับพลัน การแจกจ่ายกระสอบทรายและการตั้งคันกั้นน้ำชั่วคราวจึงเป็นมาตรการลดความเสี่ยงทันทีที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันความเสียหายต่อทรัพย์สินของประชาชน
- จุดตั้งวอร์รูม: โดมวัดแสงสรรค์ อำเภอคลองหลวง
- ปริมาณกระสอบทรายที่ได้รับบริจาค: ประมาณ 3,000 ใบ
- การปฏิบัติงาน: เฝ้าระวังระดับน้ำและแจกจ่ายกระสอบตลอด 24 ชั่วโมง
ความร่วมมือจากประชาชนและจิตอาสา
การดำเนินงานครั้งนี้มีจิตอาสาและชาวบ้านมาร่วมแรงร่วมใจกันอย่างต่อเนื่อง ทั้งการตักทรายมัดปากถุง และขนย้ายกระสอบไปยังจุดแจกจ่าย ซึ่งช่วยให้การแจกจ่ายทำได้รวดเร็วและเข้าถึงชุมชนที่เสี่ยงได้ทันท่วงที การมีส่วนร่วมของประชาชนยังช่วยลดภาระการจัดการจากหน่วยงานรัฐและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายชุมชนในยามวิกฤต
ข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติสำหรับประชาชน
เพื่อเตรียมตัวรับสถานการณ์ผู้ที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงควรพิจารณาดำเนินการดังนี้
- ติดตามประกาศจากเทศบาลและหน่วยงานท้องถิ่นอย่างสม่ำเสมอ
- เตรียมกระสอบทรายและอุปกรณ์ช่วยเหลือตนเองไว้เบื้องต้น
- วางแผนอพยพฉุกเฉินและจัดเก็บเอกสารสำคัญในที่ปลอดภัย
แม้การแจกจ่ายกระสอบทรายเป็นการป้องกันเบื้องต้น แต่ยังจำเป็นที่หน่วยงานท้องถิ่นจะต้องติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดและวางแผนมาตรการระยะยาวร่วมกับหน่วยงานจังหวัดและชุมชน เพื่อป้องกันผลกระทบซ้ำซ้อนต่อไป
ข่าวจากการปฏิบัติการที่โดมวัดแสงสรรค์ชี้ให้เห็นถึงความร่วมมือระหว่างหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และประชาชน ที่พร้อมลงแรงร่วมกันเพื่อปกป้องชุมชนในยามวิกฤตน้ำ