ตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานีและชุดสืบสวนพื้นที่เร่งติดตามตัวคนร้ายที่ก่อเหตุชิงทรัพย์ภายในร้านทองย่านอำเภอสามโคก เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2569 เหตุการณ์เกิดขึ้นรวดเร็วใช้เวลาไม่ถึงสามนาทีก่อนผู้ก่อเหตุจะหลบหนีไปในเส้นทางที่เจ้าหน้าที่กำลังไล่ตรวจสอบจากภาพกล้องวงจรปิด
ลักษณะเหตุและของกลางที่ถูกยึด
ตามสรุปของตำรวจเหตุเกิดขึ้นเวลาประมาณ 17.56 น. ขณะคนร้ายเป็นชายเพียงคนเดียว สวมเสื้อแจ็กเก็ตมีฮู้ดคลุมศีรษะ สวมกางเกงขายาว และสะพายกระเป๋าข้าง เดินเข้ามาภายในร้านทอง ก่อนใช้อาวุธปืนข่มขู่พนักงานจำนวนหลายคนให้หยิบสร้อยทองออกมามอบให้
จากการตรวจนับของกลาง พบว่าคนร้ายหลบหนีไปพร้อมสร้อยทองรูปพรรณรวมน้ำหนัก 52 บาท ซึ่งเป็นการรวมของสร้อยหลายเส้นดังนี้
| ชนิด | น้ำหนักต่อเส้น (บาท) | จำนวน |
|---|---|---|
| สร้อยทองน้ำหนัก 10 บาท | 10 | 2 เส้น |
| สร้อยทองน้ำหนัก 5 บาท | 5 | 4 เส้น |
| สร้อยทองน้ำหนัก 4 บาท | 4 | 3 เส้น |
| รวม | 52 บาท มูลค่ากว่า 3.5 ล้านบาท |
การติดตามและเบาะแสจากกล้องวงจรปิด
จากการตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิด เจ้าหน้าที่พบว่าก่อนลงมือคนร้ายเดินวนเวียนบริเวณหน้าร้าน และหลังจากออกจากร้านได้เดินเท้าไปตามริมถนน จากนั้นมีการเรียกใช้รถจักรยานยนต์รับจ้างเพื่อนำไปส่งจุดใกล้ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในจังหวัดปทุมธานี ก่อนจะขึ้นรถแท็กซี่มุ่งหน้าไปย่านมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คลองหลวง
ตำรวจระบุว่าได้ขอภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางหลบหนีทั้งหมด พร้อมสอบปากคำพยานในพื้นที่เพื่อประเมินและขยายผลการสืบสวน
ลักษณะจำเพาะของผู้ต้องสงสัยและการขอความร่วมมือ
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่พบว่าบริเวณใบหน้าของคนร้ายมีร่องรอยลักษณะคล้ายฝ้าทั้งสองข้าง ซึ่งจะถูกบันทึกเป็นหนึ่งในจุดสังเกตเพื่อนำไปใช้ในการติดตามตัวและยืนยันตัวบุคคล
พล.ต.ต.วิชิต บุญชินวุฒิกุล รอง ผบช.ภ.1 และผู้บังคับบัญชาพื้นที่ได้ร่วมประชุมติดตามคดีร่วมกับผู้เกี่ยวข้องหลายชุด รวมทั้ง ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี และผู้กำกับสถานีตำรวจท้องที่ เพื่อวางยุทธศาสตร์การสืบสวนและการประสานพื้นที่ใกล้เคียง
- ตำรวจขอให้ประชาชนที่พบเห็นบุคคลต้องสงสัยติดต่อแจ้งเบาะแสทันที
- หากมีการนำสร้อยทองหรือทองรูปพรรณที่มีสัญลักษณ์ตรงกับของกลางมาซื้อขาย ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่
- เจ้าหน้าที่กำลังติดตามภาพจากกล้องวงจรปิดเส้นทางหลบหนีและสอบปากคำพยานเพิ่มเติม
ความเสี่ยงต่อร้านทองและข้อคิดด้านความปลอดภัย
เหตุชิงทรัพย์ครั้งนี้ชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงของธุรกิจร้านทองที่ตั้งอยู่ริมถนนหรือในย่านการค้า ทั้งด้านการควบคุมการเข้าถึงและการป้องกันทรัพย์สิน โดยเฉพาะเมื่อผู้ก่อเหตุใช้ความรวดเร็วและอาศัยความสับสนภายในร้านเป็นปัจจัยในการก่อเหตุ
มาตรการที่ผู้ประกอบการควรพิจารณามีดังนี้
- ติดตั้งหรือปรับปรุงระบบกล้องวงจรปิดให้ครอบคลุมมุมมองทั้งภายในและภายนอกร้าน
- จัดระบบการทำงานให้มีพนักงานประจำจุดหน้าร้านหรือคุมประตูเข้-ออก
- ฝึกอบรมพนักงานเกี่ยวกับการรับมือเหตุฉุกเฉิน และมีช่องทางแจ้งขอความช่วยเหลือฉับพลัน
เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงปฏิบัติงานเชิงรุกเพื่อติดตามจับกุมผู้กระทำผิดรายนี้และขอความร่วมมือจากประชาชนในการให้เบาะแส โดยสามารถติดต่อแจ้งข้อมูลได้ที่สถานีตำรวจภูธรสามโคกหรือสายด่วนที่เกี่ยวข้อง