เมื่อวันที่ 15 กันยายน พ.ศ.2569 เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี ร่วมกับชุดสืบสวนภูธรภาค 1 และชุดสืบสวนสถานีตำรวจภูธรสามโคก สามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาในคดีชิงทรัพย์ร้านทองบางกอกโกลด์ส ทองเยาวราช อำเภอสามโคก ได้แล้ว
การจับกุมและของกลาง
ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมคือ นายบันลือ พันธุ์จันทร์ อายุ 56 ปี ชาวตำบลบางพูน อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี ถูกจับกุมได้บริเวณซุ้มวัดเปรมประชากร และนำตัวมาสอบสวนที่สถานีตำรวจภูธรสามโคก
เจ้าหน้าที่ยึดของกลางที่เกี่ยวข้องกับคดีได้ครบถ้วน ประกอบด้วยสร้อยคอทองคำ จำนวน 9 เส้น น้ำหนักรวม 52 บาท มูลค่ากว่า 3.5 ล้านบาท อาวุธปืนปลอม 1 กระบอก รถจักรยานยนต์ฮอนด้า PCX สีดำ ทะเบียนกรุงเทพมหานคร และเสื้อผ้าที่สวมใส่วันก่อเหตุ
| ของกลาง | จำนวน/รายละเอียด |
|---|---|
| สร้อยคอทองคำ | 9 เส้น (น้ำหนักรวม 52 บาท) |
| อาวุธ | ปืนปลอม 1 กระบอก |
| ยานพาหนะ | รถจักรยานยนต์ฮอนด้า PCX สีดำ |
| สิ่งของอื่น | เสื้อผ้าที่สวมใส่วันเกิดเหตุ |
รายละเอียดเหตุการณ์และเส้นทางหลบหนี
เหตุการณ์ชิงทรัพย์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 13 กันยายน พ.ศ.2569 โดยคนร้ายเป็นชายคนเดียวใช้อาวุธปืนเข้าไปชิงทรัพย์ภายในร้านทองบางกอกโกลด์ส ตำบลสามโคก ได้สร้อยคอทองคำรวม 52 บาท หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดและสอบปากคำพนักงานกับพยาน จนสามารถระบุรูปพรรณและเส้นทางหลบหนีของผู้ก่อเหตุได้
จากการสืบสวนพบว่าหลังก่อเหตุ ผู้ต้องหาได้นำรถจักรยานยนต์ไปจอดทิ้งไว้บริเวณตลาดริมถนนเลียบคลองเปรมประชากร จากนั้นใช้รถสาธารณะและรถแท็กซี่หลบหนีโดยผ่านจุดต่าง ๆ เช่น หน้าห้างสรรพสินค้าและโรงพยาบาล ก่อนจะขึ้นสองแถวกลับบ้านเพื่อหลีกเลี่ยงการติดตามของตำรวจ
ปัจจัยและแรงจูงใจ
จากการสอบสวนเบื้องต้น นายบันลือให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือจริง และให้เหตุผลเบื้องต้นว่าติดพนันออนไลน์ ซึ่งทำให้มีปัญหาทางการเงิน โดยก่อนหน้านี้ได้นำรถกระบะที่ใช้รับจ้างส่งสินค้าไปจำนำกับบริษัทหนึ่งเป็นเงินจำนวน 400,000 บาท และผ่อนชำระได้เพียงสองงวด แต่ขาดส่งเป็นเวลา 3 เดือน จึงกลัวว่ารถจะถูกยึด จึงตัดสินใจก่อเหตุชิงทรัพย์เพื่อนำเงินไปไถ่รถ
- ผู้ต้องหาเลือกร้านทองดังกล่าวเพราะเห็นตั้งอยู่ห่างจากสถานีตำรวจและเป็นคูหาหัวมุมที่สะดวกต่อการหลบหนี
- ลักษณะการหลบหนีมีการเปลี่ยนเสื้อผ้าและใช้รถสาธารณะหลายทอดเพื่อลวงการติดตามของเจ้าหน้าที่
- หลังก่อเหตุ ผู้ต้องหากลับไปทำงานขับรถส่งของตามปกติจนกระทั่งถูกจับกุม
แนวทางการดำเนินคดี
พล.ต.ต.พีรพล โชติกเสถียร ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี ระบุว่าชุดสืบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐาน ออกหมายจับและติดตามจับกุมตัวได้แล้ว ขณะนี้จะดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติม ตรวจสอบทองรูปพรรณของกลางและเส้นทางการหลบหนี เพื่อรวบรวมสำนวนส่งพนักงานสอบสวนและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
คดีนี้อยู่ภายใต้ข้อหา ชิงทรัพย์โดยมีหรือใช้อาวุธปืน และข้อหาที่เกี่ยวข้องกับการปกปิดใบหน้าเพื่อไม่ให้จำได้ ซึ่งผู้ต้องหาจะถูกควบคุมตัวและนำส่งพนักงานสอบสวนของสถานีตำรวจภูธรสามโคกเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย
เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนปัญหาการเล่นพนันออนไลน์ที่อาจบั่นทอนเศรษฐกิจครัวเรือนและผลักดันให้เกิดอาชญากรรมระดับท้องถิ่น เจ้าหน้าที่เตือนประชาชนให้ระมัดระวังและหากพบเห็นการกระทำผิดให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทันที