เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ.2569 ทีมจิตอาสาและอาสากู้ภัยตำรวจทางหลวงบุรีรัมย์ลงพื้นที่ช่วยเหลือสุนัขจรจัดเพศผู้ อายุประมาณ 1 ปี ที่ถูกพบอาการบาดเจ็บนอนอยู่บริเวณบริเวณสถานีขนส่งผู้โดยสารอำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ สัตว์ไม่มีแรงเคลื่อนไหวบริเวณขาหลัง และไม่สามารถลุกเดินได้ ซึ่งผู้พบเห็นแจ้งขอความช่วยเหลือมายังหน่วยกู้ภัย
การปฐมพยาบาลและการส่งรักษา
เจ้าหน้าที่ระบุว่าใช้เวลาประมาณ 30 นาทีในการเข้าใกล้และควบคุมสุนัขตัวดังกล่าว เนื่องจากมีอาการหวาดระแวงและพยายามหลบหนี ก่อนนำขึ้นรถและรีบนำส่งโรงพยาบาลสัตว์ 24 ซึ่งตั้งอยู่บนถนนสายโชคชัย-เดชอุดม เพื่อตรวจรักษาโดยสัตวแพทย์
การตรวจร่างกายและเอ็กซเรย์เบื้องต้นเผยผลว่า สุนัขน่าจะได้รับบาดเจ็บจากการถูกรถชนมาระยะหนึ่ง ประเมินเบื้องต้นว่าเป็นเวลาประมาณ 3-4 วัน และมีความผิดปกติที่สันหลังจนทำให้ขาหลังทั้งสองข้างไม่สามารถใช้งานได้
แนวทางการรักษาและโอกาสฟื้นฟู
สัตวแพทย์วางแผนเจาะเลือดและประเมินสภาพร่างกายโดยละเอียดเพื่อกำหนดแนวทางการรักษาที่เหมาะสม ทั้งการรักษาแบบไม่ผ่าตัดและการผ่าตัด แต่ระบุด้วยความระมัดระวังว่า โอกาสที่จะกลับมาสามารถเดินได้ตามปกติยังค่อนข้างน้อย
ในกรณีที่การฟื้นฟูการทำงานของขาหลังไม่สำเร็จ ผู้รักษาอาจพิจารณาให้สุนัขใช้วีลแชร์สำหรับสัตว์เป็นอุปกรณ์ช่วยเคลื่อนไหวต่อไป ทั้งนี้สัตวแพทย์เตรียมติดตามอาการอย่างใกล้ชิดเป็นเวลา 2-3 วันก่อนพิจารณาการผ่าตัดหากร่างกายแข็งแรงเพียงพอ
ค่ารักษา และการสนับสนุนจากประชาชน
จากการประเมินของทีมสัตวแพทย์ คาดว่าค่าใช้จ่ายสำหรับการรักษาอาจอยู่ในช่วงประมาณ 30,000–40,000 บาท ซึ่งหากต้องผ่าตัดและติดตามผลเป็นเวลานาน ค่ารักษาอาจเพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม ข้อความที่เผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์หลังการช่วยเหลือได้กระตุ้นความห่วงใยของประชาชนต่อกรณีดังกล่าว และล่าสุดมีผู้ใจบุญติดต่อมายังหน่วยกู้ภัยตำรวจทางหลวงบุรีรัมย์เพื่อเสนอรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการรักษาทั้งหมด ทำให้ไม่จำเป็นต้องเปิดรับบริจาคสาธารณะเพิ่มเติม
| ประเด็น | ข้อมูล |
|---|---|
| สถานที่พบ | สถานีขนส่งผู้โดยสาร อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ |
| การส่งรักษา | โรงพยาบาลสัตว์ 24 (ถ. สายโชคชัย-เดชอุดม) |
| การประเมินการบาดเจ็บ | กระดูกสันหลังหัก — ขาหลังใช้งานไม่ได้ |
| ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ | 30,000–40,000 บาท |
เสียงจากหน่วยงานผู้ช่วยเหลือ
ทีมจิตอาสาและกู้ภัยตำรวจทางหลวงระบุว่าการเข้าช่วยเหลือครั้งนี้เป็นการปฏิบัติหน้าที่เพื่อช่วยชีวิตสัตว์ที่ได้รับบาดเจ็บและลดความเสี่ยงต่อผู้ใช้ถนนและประชาชน โดยยอมรับว่าการจัดการสุนัขที่หวาดกลัวในพื้นที่สาธารณะต้องใช้ความระมัดระวังและเวลา
- การช่วยเหลือเริ่มจากการควบคุมสุนัขในพื้นที่สาธารณะอย่างปลอดภัย
- ส่งรักษาที่โรงพยาบาลสัตวแพทย์เพื่อการวินิจฉัยและการรักษาอย่างเหมาะสม
- มีการติดตามอาการอย่างใกล้ชิดและประเมินความเหมาะสมของการผ่าตัด
เหตุการณ์ครั้งนี้ชวนให้ตั้งคำถามต่อการจัดการสุนัขจรจัดและระบบดูแลสัตว์ในพื้นที่ชนบท นอกจากความเมตตาจากจิตอาสาและประชาชนผู้มีจิตศรัทธาแล้ว ยังสะท้อนถึงความจำเป็นของการมีระบบรองรับ ทั้งการปฐมพยาบาลสัตว์เบื้องต้น การมีหน่วยงานรับผิดชอบ และการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนในการดูแลสัตว์จรจัดอย่างยั่งยืน
ผู้ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่และประชาชนยังคงติดตามอาการของสุนัขตัวนี้อย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกันผู้ใจบุญที่แจ้งความประสงค์รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทำให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถดำเนินการรักษาได้ทันทีโดยไม่ต้องรอระดมทุนสาธารณะ