เวลาไม่กี่ชั่วโมงหลังเหตุเพลิงไหม้กลางดึกของวันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองฉะเชิงเทราควบคุมตัวชายวัย 27 ปีผู้ต้องสงสัยเหตุจุดไฟเผาตู้เอทีเอ็มบริเวณหน้าโรงงานบนถนนสุวินทวงศ์ ฝั่งขาเข้าตัวเมืองหมู่ 5 ตำบลวังตะเคียน อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา
ลักษณะเหตุและการควบคุมตัว
เมื่อตำรวจไปถึงบริเวณเกิดเหตุ พบเปลวเพลิงกำลังลุกไหม้ตู้เอทีเอ็มอย่างรุนแรง โดยพนักงานรักษาความปลอดภัยของโรงงานพยายามดับเพลิงด้วยถังดับเพลิงแต่ไม่สำเร็จ รถน้ำจากองค์การบริหารส่วนตำบลวังตะเคียนเดินทางมาถึงและช่วยระงับเพลิงให้สงบลงได้ในภายหลัง
เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยซึ่งอยู่ในอาการมึนงง ระบุเพียงอายุว่า 27 ปี การควบคุมตัวนำไปยังสถานีตำรวจภูธรเมืองฉะเชิงเทราเพื่อสงบสติอารมณ์และดำเนินการสอบสวนต่อไป
คำรับสารภาพและพฤติการณ์
ในการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องสงสัยให้การว่าเดินทางมาจากกรุงเทพฯ และไปหาเจ้าอาวาสวัดใกล้จุดเกิดเหตุ ก่อนมานั่งพักบริเวณหน้าโรงงานแล้วโทรศัพท์คุยกับแฟนสาวซึ่งกำลังตั้งครรภ์ ขณะนั้นมีการทะเลาะกันและแฟนให้คำพูดในลักษณะท้าทายว่าอยากให้ผู้ต้องสงสัยติดคุก ผู้ต้องสงสัยจึงอ้างว่าตัดสินใจก่อเหตุเพื่อประชด
ผู้ต้องสงสัยเล่าว่าก่อนลงมือได้เก็บขยะจากถังขยะบริเวณใกล้เคียงแล้วยัดไว้ภายในตู้เอทีเอ็ม จากนั้นจุดไฟด้วยไฟแช็กที่พกติดตัวจนเกิดเปลวไฟลุกไหม้อย่างรวดเร็ว ผู้ต้องสงสัยยังให้การว่ามีความคิดจะไปปล้นร้านทองแต่เปลี่ยนใจเนื่องจากเวลาล่วงดึกจึงเลือกเผาตู้เอทีเอ็มแทน
การตรวจสอบหลักฐานและขั้นตอนของตำรวจ
เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจค้นตัวผู้ต้องสงสัยไม่พบยาเสพติด แต่พบไฟแช็กและอุปกรณ์ใช้สูบยาบางชนิด ขณะนี้ผู้ต้องสงสัยถูกนำตัวไปตรวจปัสสาวะหาแร่สารเสพติดและรอสอบปากคำเพิ่มเติมเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานนำส่งพนักงานสอบสวน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
- สถานที่เกิดเหตุ: หน้าโรงงาน บนถนนสุวินทวงศ์ ฝั่งขาเข้าตัวเมืองฉะเชิงเทรา
- วัน-เวลา: กลางดึกวันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2569
- ผู้ต้องสงสัย: ชาย อายุ 27 ปี (ควบคุมตัวโดย สภ.เมืองฉะเชิงเทรา)
ผลกระทบต่อชุมชนและความปลอดภัย
เหตุเผาตู้เอทีเอ็มก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินสาธารณะและสร้างความไม่ปลอดภัยในพื้นที่ ใกล้เคียงอาจมีความเสี่ยงจากการใช้งานอุปกรณ์ไฟฟ้าและสารไวไฟภายในตู้ รวมทั้งส่งผลต่อการให้บริการทางการเงินกับประชาชนบริเวณดังกล่าว
| หัวข้อ | ข้อมูลเบื้องต้น |
|---|---|
| ผู้ควบคุมตัว | สถานีตำรวจภูธรเมืองฉะเชิงเทรา |
| การสอบสวนเพิ่มเติม | ตรวจปัสสาวะ รวบรวมพยานหลักฐาน ส่งพนักงานสอบสวน |
ในชั้นนี้เจ้าหน้าที่ยังคงรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งจากสถานที่เกิดเหตุ พยานแวดล้อม และผลการตรวจปัสสาวะเพื่อประกอบสำนวนคดี หากตรวจพบหลักฐานการใช้สารเสพติดหรือการกระทำผิดตามกฎหมายอื่นๆ จะถูกนำมาประกอบการดำเนินคดีตามข้อเท็จจริง
เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นความจำเป็นของมาตรการป้องกันทั้งด้านการรักษาความปลอดภัยสถานที่สาธารณะและการดูแลผู้ที่มีปัญหาสุขภาพจิต-พฤติกรรมในชุมชน รวมถึงการเพิ่มความตระหนักในการแจ้งเหตุเมื่อพบบุคคลมีพฤติกรรมเสี่ยงในพื้นที่ใกล้เคียง เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและฝ่ายความมั่นคงยังคงต้องร่วมกันวางมาตรการลดความเสี่ยงและให้ความเชื่อมั่นกับประชาชนต่อไป