คณะกรรมการควบคุมคุณภาพและมาตรฐานบริการสาธารณสุขของ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ลงพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2569 เพื่อติดตามการดำเนินงานด้านการดูแลผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังในระบบบัตรทองและการคุ้มครองสิทธิประชาชน โดยเฉพาะการให้บริการของ คลินิกชะลอไตเสื่อม ที่โรงพยาบาลบุรีรัมย์ และการขับเคลื่อนศูนย์คุ้มครองสิทธิบัตรทองซึ่งครอบคลุมทั้ง 16 อำเภอ
เป้าหมายการดูแลและการเชื่อมโยงบริการ
การตรวจเยี่ยมครั้งนี้มุ่งติดตามการคัดกรองผู้มีความเสี่ยงและการจัดบริการเพื่อชะลอการเสื่อมของไตตั้งแต่ระยะเริ่มแรก โดยหน่วยบริการที่เกี่ยวข้องพยายามเชื่อมการทำงานระหว่างคลินิกโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCD) กับคลินิก CKD ให้บริการแบบเบ็ดเสร็จในจุดเดียว (One Stop Service) เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการประเมินอาการ การวางแผนยา คำแนะนำด้านโภชนาการ และการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง
ทีมดูแลที่ร่วมให้บริการประกอบด้วย อายุรแพทย์เฉพาะทาง พยาบาล เภสัชกร และนักโภชนาการ โดยมีบทบาทในการคัดกรองผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูงซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่นำไปสู่ภาวะไตเสื่อมและการต้องพึ่งการบำบัดทดแทนไต
การทำงานในระดับชุมชน
การป้องกันและชะลอการเสื่อมของไตไม่ได้จำกัดอยู่ที่โรงพยาบาลเท่านั้น แต่ยังขยายไปถึงโรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) และศูนย์แพทย์ท้องถิ่น โดยมีสถานีสุขภาพชุมชนและอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เป็นกำลังสำคัญในการตรวจติดตามความดันโลหิตและระดับน้ำตาล รวมทั้งส่งข้อมูลกลับสู่ระบบเพื่อการประเมินและปรับการรักษา
ระบบการเชื่อมโยงนี้ช่วยให้การดูแลเป็นระบบ ตั้งแต่การคัดกรองเบื้องต้น การให้ความรู้เชิงปฏิบัติ และการส่งต่อผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงเข้าสู่บริการเฉพาะทางเมื่อจำเป็น ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการลดโอกาสที่ผู้ป่วยจะต้องเข้าสู่การบำบัดทดแทนไตในอนาคต
ปัญหาและข้อจำกัดที่พบ
การลงพื้นที่ครั้งนี้ยังชี้ให้เห็นข้อจำกัดด้านงบประมาณและกำลังคนในระดับท้องถิ่น ซึ่งส่งผลต่อความต่อเนื่องของการให้บริการและการขยายมาตรการคัดกรองในวงกว้าง คณะกรรมการจะรวบรวมข้อมูลปัญหาเหล่านี้เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการระดับนโยบายและบอร์ด สปสช. เพื่อพิจารณาแนวทางสนับสนุนเพิ่มเติม
| ประเด็น | สถานะ/หมายเหตุ |
|---|---|
| พื้นที่ครอบคลุมศูนย์คุ้มครองสิทธิ | 16 อำเภอ |
| กลุ่มเป้าหมายหลัก | ผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูง |
| รูปแบบบริการ | One Stop Service ที่แผนกอายุรกรรม |
แนวทางการพัฒนาและคำแนะนำสำหรับประชาชน
จากการสำรวจการปฏิบัติงานพบว่าการคัดกรองและการควบคุมโรคเบื้องต้นมีบทบาทสำคัญ หากสามารถตรวจพบและควบคุมระดับน้ำตาลและความดันโลหิตได้ตั้งแต่ต้น จะลดความเสี่ยงต่อการเกิดไตวายเรื้อรัง อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จในระดับพื้นที่ขึ้นอยู่กับการสนับสนุนทั้งด้านทรัพยากร บุคลากร และการประสานงานระหว่างหน่วยบริการ
- ผู้ที่มีโรคประจำตัวควรเข้ารับการคัดกรองและติดตามผลตามคำแนะนำของบุคลากรทางการแพทย์
- ชุมชนควรใช้ประโยชน์จากบริการที่ รพ.สต. และสถานีสุขภาพท้องถิ่นจัดให้ เช่น การวัดความดันและตรวจระดับน้ำตาล
- หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้องเร่งแก้ปัญหาด้านงบประมาณและบุคลากรเพื่อให้บริการครอบคลุมและต่อเนื่อง
คณะกรรมการควบคุมคุณภาพฯ จะรวบรวมข้อมูลจากการลงพื้นที่ครั้งนี้เพื่อนำเสนอแนวทางและมาตรการต่อที่ประชุมระดับนโยบายต่อไป เพื่อให้การดูแลผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังในระบบหลักประกันสุขภาพมีความมั่นคงและลดภาระการรักษาในระยะยาวสำหรับคนบุรีรัมย์