การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ได้รับไฟเขียวจากคณะกรรมการบริหารให้ใช้งบประมาณรวม 392 ล้านบาท ว่าจ้างที่ปรึกษาเพื่อนำไปสู่การศึกษาความเหมาะสม ออกแบบรายละเอียด และจัดทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) สำหรับโครงการก่อสร้างทางรถไฟใหม่ 2 เส้นทางที่มีแนวผ่านพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยหนึ่งในเส้นทางมีจุดผ่านจังหวัดชัยภูมิ
รายละเอียดโครงการทั้งสองเส้นทาง
จากที่ประชุมบอร์ด ร.ฟ.ท. เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ.2569 ระบุว่า การว่าจ้างที่ปรึกษาเป็นการคัดเลือกโดยวิธีเฉพาะ และคาดว่าจะลงนามสัญญากับผู้รับจ้างทั้งสองโครงการภายในเดือนกันยายน พ.ศ.2569 โดยมีลักษณะสำคัญของแต่ละโครงการดังนี้
- ช่วงนครสวรรค์–บ้านไผ่ เป็นโครงการก่อสร้างทางรถไฟทางเดี่ยวตามผลการศึกษาก่อนหน้า มีระยะทางประมาณ 304 กิโลเมตร พร้อมอุโมงค์ 2 แห่ง และรวมการปรับปรุงทางรถไฟเดิมจากชุมทางกุดน้ำใส–สถานีรถไฟจัตุรัส–ชุมทางบัวใหญ่ ระยะทางรวม 66.20 กิโลเมตร งบลงทุนตามผลศึกษาก่อนหน้าประมาณ 41,849 ล้านบาท โดยในส่วนค่าจ้างที่ปรึกษา ร.ฟ.ท.อนุมัติให้กลุ่มกิจการค้าร่วมในนามบริษัท เอ็ม เอ เอ คอนซัลแตนท์ จำกัด เป็นผู้รับงานวงเงินค่าบริการ 200.6 ล้านบาท ใช้ระยะเวลาดำเนินงาน 450 วัน (ประมาณ 15 เดือน)
- ช่วงจัตุรัส–ชัยภูมิ–หนองบัวลำภู เป็นโครงการก่อสร้างทางรถไฟทางคู่ มีระยะทางรวมประมาณ 230 กิโลเมตร และอนุมัติให้กลุ่มกิจการค้าร่วมเดิมเป็นที่ปรึกษาวงเงินค่าบริการ 192.26 ล้านบาท โดยวงเงินที่เสนอมีการปรับลดจากเดิมและเปรียบเทียบกับราคากลางที่ระบุไว้
เหตุผลด้านการเชื่อมโยงและผลกระทบเชิงเศรษฐกิจ
ผู้บริหาร ร.ฟ.ท. ระบุว่า โครงการทั้งสองเส้นทางจะช่วยเชื่อมโยงฝั่งตะวันออก-ตะวันตก และเชื่อมต่อระหว่างภาคอีสานกลางกับอีสานตอนบน ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มความสะดวกในการเดินทางของประชาชนและส่งเสริมการขนส่งสินค้าโดยระบบราง ซึ่งเป็นต้นทุนการขนส่งที่แข่งขันได้ในการพัฒนาพื้นที่ภูมิภาค
“รถไฟสายนี้จะเป็นเส้นทางที่เชื่อมโยงการเดินทางและการขนส่งสินค้า แนวฝั่งตะวันออกและตะวันตก โดยสถานีปลายทางจะไปเชื่อมกับสถานีบ้านไผ่ของรถไฟทางคู่สายใหม่บ้านไผ่-มหาสารคาม-ร้อยเอ็ด-มุกดาหาร-นครพนม”
คำชี้แจงดังกล่าวสะท้อนถึงการมองภาพรวมของเครือข่ายทางรางที่กำลังขยายตัว ซึ่งกรอบการลงทุนและการออกแบบรายละเอียดในระยะต่อไปจะเป็นตัวกำหนดแนวทางการเวนคืนที่ดิน การจัดสรรสถานี และการรองรับการขนส่งสินค้าเชิงพาณิชย์
งบประมาณค่าที่ปรึกษาและกรอบเวลา
การอนุมัติค่าที่ปรึกษารวมของสองโครงการใกล้เคียงกับตัวเลข 392 ล้านบาท โดยที่ปรึกษากลุ่มกิจการค้าร่วมภายใต้ชื่อบริษัท เอ็ม เอ เอ คอนซัลแตนท์ จำกัด จะเป็นผู้รับผิดชอบทั้งสองโครงการ ขณะที่ระยะเวลาดำเนินการสำหรับโครงการทางเดี่ยวระบุไว้ชัดเจนที่ 450 วัน ส่วนโครงการทางคู่ระบุวงเงินค่าที่ปรึกษาแต่ไม่มีการระบุระยะเวลาดำเนินงานโดยละเอียดในเอกสารที่เผยแพร่
ประเด็นที่ควรติดตามในพื้นที่ชัยภูมิ
สำหรับประชาชนและหน่วยงานท้องถิ่นในจังหวัดชัยภูมิ มีประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามเมื่อโครงการเข้าสู่ขั้นตอนออกแบบรายละเอียดและ EIA ได้แก่
- แนวเส้นทางและตำแหน่งสถานีที่ชัดเจนว่าจะส่งผลต่อชุมชนและที่ดินทำกินอย่างไร
- ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและมาตรการเยียวยาในรายงาน EIA
- แผนการเวนคืนที่ดิน การชดเชย และการมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการอนุมัติ
| โครงการ | ระยะทาง | ค่าที่ปรึกษา (ล้านบาท) | ลักษณะ |
|---|---|---|---|
| นครสวรรค์–บ้านไผ่ | 304 กม. (+ปรับปรุงเดิม 66.20 กม.) | 200.6 | ทางเดี่ยว, อุโมงค์ 2 แห่ง |
| จัตุรัส–ชัยภูมิ–หนองบัวลำภู | 230 กม. | 192.26 | ทางคู่ |
การที่โครงการก้าวเข้าสู่ขั้นตอนออกแบบรายละเอียดและจัดทำ EIA หมายความว่าประชาชนจะได้มีข้อมูลเชิงเทคนิคมากขึ้นเพื่อพิจารณาผลกระทบและประโยชน์ ทั้งนี้ ร.ฟ.ท. จะต้องเปิดเผยข้อมูลแผนงาน ผลการศึกษา และให้ชุมชนในพื้นที่ได้มีส่วนร่วมก่อนการตัดสินใจเชิงนโยบายและการลงงบประมาณเพื่อก่อสร้างจริงในระยะต่อไป
สำหรับชาวชัยภูมิและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การติดตามความคืบหน้าในขั้นตอนการออกแบบและ EIA จะเป็นกุญแจสำคัญในการป้องกันผลกระทบที่ไม่พึงประสงค์และใช้โอกาสจากโครงข่ายทางรางในการยกระดับการขนส่งสินค้าของท้องถิ่น