เพชรบูรณ์ — เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ.2569 เวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นของสื่อมวลชนท้องถิ่นเปิดพื้นที่ให้กับผู้สมัครรับการสรรหาเป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ จำนวน 3 คน นำเสนอแนวทางบริหารที่มุ่งแก้ปัญหาสำคัญของสถาบันอุดมศึกษาในปัจจุบัน ได้แก่ จำนวนผู้เรียนที่ลดลงและข้อจำกัดด้านงบประมาณของรัฐ
ผู้สมัครและกรอบวิสัยทัศน์
ทั้งสามผู้สมัครเป็นคณาจารย์และอดีตผู้บริหารของมหาวิทยาลัย โดยแต่ละคนเสนอรูปแบบการพัฒนาและมาตรการเชิงนโยบายที่แตกต่างกัน ดังสรุปต่อไปนี้
| ชื่อผู้สมัคร | ตำแหน่งเดิม/ความเชี่ยวชาญ | แนวคิดหลัก |
|---|---|---|
| รศ.ดร.ธรรม์ณชาติ วันแต่ง | อดีตผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา (8 ปี) | ขับเคลื่อนด้วยงานวิจัยที่นำไปใช้ได้จริง และยกระดับการเรียนการสอน |
| รศ.ดร.ปิยรัตน์ มูลศรี | อดีตคณบดีคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (2 สมัย) | ระบบคลังหน่วยกิต (Credit Bank) และสร้างรายได้จากบริการวิชาการ |
| ผศ.ดร.นงลักษณ์ อานี | อดีตคณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ (8 ปี) | ปฏิรูปสวัสดิการบุคลากร และพัฒนาฐานข้อมูลเชื่อมโยงจังหวัด |
เน้นงานวิจัยและการเชื่อมโยงท้องถิ่น
ผู้สมัครรายแรกนำเสนอกรอบการทำงานโดยยกผลงานวิจัยที่มีผลต่อชุมชนเป็นข้อยืนยันความสามารถ เช่น งานที่ได้รับการยอมรับในระดับสาธารณะและการผลักดันไปสู่มติของคณะรัฐมนตรี เพื่อเป็นฐานในการผลักดันการสอนและการวิจัยเชิงประยุกต์ในสถาบัน นอกจากนี้ยังเสนอแผนพัฒนากิจกรรมยามค่ำคืนและปรับสภาพแวดล้อมมหาวิทยาลัยเพื่อเพิ่มความปลอดภัยของนักศึกษา เช่น การเชื่อมต่อทางเดินด้านหลังกับคลองหนองนารี
ระบบหน่วยกิตและทุนการศึกษา
ผู้สมัครอีกรายเน้นการออกแบบระบบที่ยืดหยุ่นต่อผู้เรียน โดยเสนอให้ใช้ ระบบคลังหน่วยกิต (Credit Bank) เพื่อให้นักเรียนมัธยมสามารถสะสมหน่วยกิตและจบปริญญาตรีภายในเวลา 3 ปี พร้อมทั้งเตรียมมอบทุนการศึกษาเต็มจำนวนให้กับนักศึกษา 100 ทุน ตลอดระยะเวลา 4 ปี ขณะเดียวกันมีแผนสร้างรายได้ให้กับมหาวิทยาลัยผ่านศูนย์แล็บและหน่วยการตลาดเชิงรุก เพื่อผลักดันงานวิจัยและบริการสู่เชิงพาณิชย์
สวัสดิการบุคลากรและการใช้ข้อมูลร่วม
ผู้สมัครรายที่สามเน้นเรื่องสวัสดิการและความมั่นคงของพนักงาน ไม่เพียงแต่ด้านสุขภาพเท่านั้น แต่รวมถึงความมั่นคงหลังเกษียณของบุคลากรมากกว่า 700 คน เสนอระบบฐานข้อมูลรวม "One PCRU, One Data" เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานของจังหวัดแบบเรียลไทม์ ลดความซ้ำซ้อนงบประมาณ และใช้ข้อมูลในการกำหนดนโยบายทรัพยากรบุคคลและการเรียนการสอน
จุดร่วมและข้อท้าทาย
ทั้งสามแนวทางมีความสอดคล้องในหลักการสำคัญคือการเชื่อมโยงมหาวิทยาลัยกับความต้องการของพื้นที่ เพิ่มช่องทางหารายได้ และออกแบบการเรียนการสอนที่ตอบโจทย์ผู้เรียนยุคใหม่ แต่ผู้สังเกตการณ์ตั้งคำถามถึงการนำแนวคิดเหล่านี้ไปปฏิบัติจริงภายใต้ข้อจำกัดด้านงบประมาณของรัฐและการเปลี่ยนแปลงจำนวนผู้สมัครเข้าเรียนในระดับอุดมศึกษา
- ความเป็นไปได้ด้านงบประมาณ: ต้องพิจารณาวิธีระดมทุนหรือการร่วมลงทุนกับภาคเอกชนตามกรอบกฎหมาย
- การดึงนักศึกษา: ต้องออกแบบหลักสูตรที่ยืดหยุ่นและมีแรงจูงใจ เช่น ทุนและการเรียนแบบสะสมหน่วยกิต
- การยกระดับผลงานวิจัย: ต้องแปลงผลงานเป็นผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ตลาดยอมรับ
“PCRU NEXT: สร้างคน สร้างงาน สร้างรายได้ สร้างอนาคต”
ความหมายต่อสาธารณะและผู้ปกครอง
การสรรหาอธิการบดีครั้งนี้มีความหมายต่อผู้ปกครองและนักเรียนในจังหวัดเพชรบูรณ์อย่างชัดเจน เพราะจะกำหนดทิศทางการเรียนการสอน การจัดหาทุนการศึกษา และมาตรการปกป้องแรงงานการศึกษาภายในมหาวิทยาลัย ซึ่งโดยตรงต่อโอกาสการหางานของบัณฑิตและการใช้ทรัพยากรของท้องถิ่น
ขณะนี้กระบวนการสรรหารายละเอียดและขั้นตอนยังคงเป็นไปตามระเบียบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งภายในและภายนอกสถาบันคาดหวังว่าแนวทางที่เสนอจะถูกปฏิบัติได้จริงและสอดคล้องกับบริบทของจังหวัด
ผู้สื่อข่าวจะติดตามความคืบหน้าของการสรรหาและแผนงานที่ผู้สมัครแต่ละคนจะนำมาปฏิบัติหากได้รับการแต่งตั้ง เพื่อรายงานต่อสาธารณชนต่อไป