วันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ.2569 ที่ พระราชวังจันทน์ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก มีพิธีอัญเชิญพระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงอุ้มไก่ซึ่งมีลักษณะเป็นไก่สีเหลืองหางขาว ไปประดิษฐานที่ สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม (ส่วนวังจันทน์) เพื่อให้ประชาชนได้สักการะและเป็นสัญลักษณ์เชิงประวัติศาสตร์ของเมืองพิษณุโลก
ริ้วขบวนและความหมายเชิงประวัติศาสตร์
การเคลื่อนขบวนพระบรมรูปครั้งนี้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ มีการนำริ้วขบวนผ่านเส้นทางหลักในเขตเมืองวังจันทน์ ประกอบด้วยการรำและวงดนตรีพื้นบ้านที่ร่วมขับขานบรรยากาศของพิธี โดยมีการจัดประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนร่วมชมและสักการะระหว่างเส้นทางและเมื่อประดิษฐานแล้ว
พระบรมรูปดังกล่าวสร้างขึ้นตามความร่วมมือระหว่าง สภาอุตสาหกรรมจังหวัดพิษณุโลก กับ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม เพื่อเป็นอนุสรณ์และจุดให้ศรัทธาของชาวพิษณุโลกต่อพระนเรศวรมหาราช ซึ่งมีความผูกพันกับเมืองนี้ตั้งแต่พระองค์ประสูติ
ผู้เข้าร่วมและพิธีการ
ในพิธีมีผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลกเป็นประธาน โดยมีภาคราชการและประชาชนร่วมเป็นเกียรติ ขบวนอัญเชิญเริ่มจากพระราชวังจันทน์และเคลื่อนผ่านรอบเมืองก่อนจะนำพระบรมรูปไปประดิษฐานยังสำนักศิลปะและวัฒนธรรมของมหาวิทยาลัยในเวลาประมาณ 10.00 น.
“การที่จะมีพระนเรศวรอยู่ที่ไหนมีอยู่ทั่วไป แต่ลักษณะพระบรมรูปที่ทรงอุ้มไก่ซึ่งมีประวัติผูกพันกับเมืองพิษณุโลกนั้นมีความหมายพิเศษ เพราะพระองค์ทรงมีความผูกพันกับสถานที่แห่งนี้ตั้งแต่ทรงพระเยาว์”
คำกล่าวจากผู้บริหารของมหาวิทยาลัยสะท้อนความตั้งใจในการนำพระบรมรูปนี้มาจัดแสดงเชิงวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ เพื่อให้ชาวพิษณุโลกและผู้มาเยือนสามารถเข้ามาสักการะได้อย่างสะดวก
รายละเอียดพระบรมรูปและการจัดสร้าง
พระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราชที่อัญเชิญในครั้งนี้เป็นพระบรมรูปทรงยืนในท่าทรงอุ้มไก่ ซึ่งผู้จัดสร้างระบุความสูงรวมฐานเพื่อให้เป็นองค์เคารพสักการะของชาวเมือง
| รายการ | รายละเอียด |
|---|---|
| ผู้จัดสร้าง | สภาอุตสาหกรรมจังหวัดพิษณุโลก ร่วมกับ ม.ราชภัฏพิบูลสงคราม |
| สถานที่จัดพิธีต้นทาง | พระราชวังจันทน์ อ.เมือง จ.พิษณุโลก |
| สถานที่ประดิษฐาน | สำนักศิลปะและวัฒนธรรม ม.ราชภัฏพิบูลสงคราม (ส่วนวังจันทน์) |
| เวลาประดิษฐานโดยประมาณ | 10.00 น. วันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ.2569 |
ความสำคัญต่อท้องถิ่นและการสืบทอดเรื่องเล่า
สำหรับชาวพิษณุโลก พระนเรศวรมหาราชถือเป็นบุคคลสำคัญที่มีเรื่องเล่าผูกพันกับสถานที่หลายแห่ง โดยเฉพาะเรื่องราวพระองค์ทรงรักการตีไก่ตั้งแต่เยาว์วัยซึ่งปรากฏในตำนานท้องถิ่น การนำพระบรมรูปที่ทรงอุ้มไก่มาจัดตั้งในพื้นที่ที่ใกล้ชิดกับสถานที่ประสูติ จึงเป็นการเชื่อมโยงประวัติศาสตร์กับชุมชนและเป็นช่องทางให้เกิดการเรียนรู้ด้านศิลปะ วัฒนธรรม และตำนานท้องถิ่นแก่คนรุ่นใหม่
การประดิษฐานครั้งนี้ยังคาดหวังว่าจะช่วยเสริมภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ของจังหวัด โดยเฉพาะในพื้นที่วังจันทน์ที่มีความสำคัญเชิงมรดกทางวัฒนธรรม
สิ่งที่ประชาชนจะได้รับ
- มีจุดสักการะสำหรับประชาชนและผู้มาเยือน
- ส่งเสริมการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นผ่านงานศิลปะ
- เป็นแหล่งจัดกิจกรรมทางวัฒนธรรมและการศึกษาในอนาคต
การเคลื่อนย้ายและประดิษฐานพระบรมรูปในครั้งนี้ถือเป็นการผสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาคเอกชนและสถาบันการศึกษา เพื่อรักษาและสืบทอดคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของเมืองพิษณุโลกให้คงอยู่ต่อไป