วันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2569 บริเวณโดมที่จอดรถฝั่งสำนักงานสัสดีจังหวัดพิษณุโลก ศาลากลางจังหวัด ได้มีการจัดเวทีเสวนาเชิงวิชาการในชื่องานว่า “ภาคีเครือข่ายเกษตรร่วมใจ” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงาน "เกษตรรุ่งเรืองเมืองสองแคว ประจำปี 2569" งานนี้มีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคการศึกษา และตัวแทนกลุ่มเกษตรกรเข้าร่วมเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และหาแนวทางแก้ไขปัญหาด้านการผลิตและการตลาด
จุดประสงค์และแนวทางการขับเคลื่อน
ร้อยเอกอุบล พุทธรักษ์ ในฐานะประธานสภาเกษตรกรจังหวัดพิษณุโลก กล่าวรายงานว่า เวทีเสวนามุ่งนำเสนอผลงานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านการเกษตรจากสถาบันการศึกษาภายในจังหวัด รวมทั้งส่งเสริมการพัฒนาเกษตรอัตลักษณ์ของท้องถิ่น เช่น กระบวนการเลี้ยงและการแปรรูปพืช-สัตว์พื้นถิ่น เพื่อให้เกิดสินค้าเกษตรที่มีมูลค่าและตอบโจทย์ตลาดทั้งในและต่างประเทศ
“นวัตกรรมล้ำเลิศ เชิดชูเกษตรอัตลักษณ์ สร้างสินค้าหลักชุมชน สู่สากลส่งออก”
ประธานสภาเกษตรกรระบุเพิ่มเติมว่า เวทีครั้งนี้ตั้งใจเป็นพื้นที่พบปะของนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ และผู้ประกอบอาชีพการเกษตร เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ การรับฟังคำแนะนำด้านเทคนิค และการวางแผนเชิงกลยุทธ์ที่ช่วยให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นและมีความยั่งยืนมากขึ้น
ความร่วมมือหลายฝั่งทั้งมหาวิทยาลัยและหน่วยงานท้องถิ่น
ในการเปิดงาน นายบุญเหลือ บารมี รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เป็นผู้แทนในการประกาศการจัดกิจกรรม โดยระบุว่า ปีนี้เป็นการปรับรูปแบบการจัดงานให้มีการบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างสภาเกษตรกรจังหวัด มหาวิทยาลัยต่าง ๆ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดทั้งเวทีเสวนาและนิทรรศการด้านนวัตกรรมการเกษตร ตลอดจนการจัดแสดงสินค้าอัตลักษณ์ของจังหวัดและพื้นที่จำหน่ายผลิตผลของกลุ่มเกษตรกร
เครือข่ายที่เข้าร่วมประกอบด้วยสถาบันอุดมศึกษาหลักของจังหวัด ได้แก่ มหาวิทยาลัยนเรศวร มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา พิษณุโลก รวมทั้งหน่วยงานภาครัฐหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการเกษตรและการพัฒนาชุมชน
ประเด็นเสวนาและกิจกรรมในงาน
เวทีเสวนามีการนำเสนอหัวข้อที่ครอบคลุมประเด็นสำคัญสำหรับเกษตรกรในพื้นที่ ได้แก่
- การนำวิจัยและเทคโนโลยีมาใช้ในแปลงเกษตรเพื่อเพิ่มผลผลิตและลดต้นทุน
- แนวทางพัฒนาเกษตรอัตลักษณ์ของจังหวัด เช่น การส่งเสริมสายพันธุ์ท้องถิ่นและการแปรรูปสินค้า
- มาตรการและแนวทางการผลิตเกษตรปลอดภัยและเกษตรมูลค่าสูง
- การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและบริบททางเศรษฐกิจ
นอกจากการเสวนาแล้ว ภายในพื้นที่ยังมีนิทรรศการนวัตกรรมเกษตร การจัดแสดงสินค้าอัตลักษณ์จังหวัด และบูธบริการรับเรื่องร้องทุกข์ของศูนย์ประสานงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือเกษตรกร เพื่อให้เกษตรกรสามารถร้องเรียนหรือขอคำปรึกษาเรื่องปัญหาในภาคการเกษตรได้โดยตรง
ระยะเวลาและโอกาสสำหรับเกษตรกร
กิจกรรมนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 14–25 สิงหาคม พ.ศ. 2569 ณ บริเวณโดมที่จอดรถฝั่งสำนักงานสัสดีจังหวัดพิษณุโลก โดยเปิดโอกาสให้เกษตรกรและประชาชนทั่วไปเข้าร่วมรับฟังและแลกเปลี่ยนความรู้ การเข้าร่วมเวทีและนิทรรศการเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการนำแนวปฏิบัติใหม่ ๆ ไปใช้ในฟาร์มหรือธุรกิจการเกษตรของตน
ตัวแทนภาคีเครือข่ายมองว่าการรวมตัวของหน่วยงานต่าง ๆ ในลักษณะนี้จะช่วยเร่งกระบวนการถ่ายทอดองค์ความรู้และลดช่องว่างระหว่างงานวิจัยกับการปฏิบัติจริง ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการยกระดับคุณภาพสินค้าเกษตรและความยั่งยืนของภาคการเกษตรในจังหวัด
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| วันที่จัด | 14–25 สิงหาคม พ.ศ. 2569 |
| สถานที่ | โดมที่จอดรถฝั่งสำนักงานสัสดีจังหวัดพิษณุโลก ศาลากลางจังหวัด |
| ผู้จัด | สภาเกษตรกรจังหวัดพิษณุโลก ร่วมกับภาคีมหาวิทยาลัยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง |
ในระยะต่อไป ผู้จัดงานและผู้เข้าร่วมคาดหวังว่าจะสามารถต่อยอดเครือข่ายความร่วมมือ นำแนวคิดที่ได้จากการเสวนาไปทดลองใช้จริง และติดตามผลเพื่อพัฒนาเป็นแนวปฏิบัติที่เหมาะสมกับบริบทของเกษตรกรในจังหวัดพิษณุโลกต่อไป