เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2569 ตำรวจทางหลวงจังหวัดลำปางร่วมกับตำรวจ บก.ปคม. ดำเนินการสกัดจับรถยนต์เก๋งต้องสงสัยบนทางหลวงหมายเลข 1 กม.678 เขตอำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง หลังพบการขับขี่ที่มีพฤติกรรมต้องสงสัย จนกระทั่งสามารถตรวจค้นและควบคุมตัวผู้ขับขี่พร้อมผู้โดยสารที่นั่งมาในรถคันดังกล่าว
ผลตรวจค้นพบผู้โดยสารเป็นชาวต่างชาติไม่มีเอกสาร
จากการตรวจค้น เจ้าหน้าที่พบว่าผู้ขับขี่คือ นายธวัชชัย (ไม่มีข้อมูลเพิ่มเติมในเอกสารต้นทาง) และภายในรถมีชายชาวจีนรวมจำนวน 5 คน นั่งอัดแน่นกันมา โดยทั้งหมดไม่สามารถแสดงเอกสารแสดงตนต่อเจ้าหน้าที่ได้ เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไว้เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและสภาพเอกสาร
การสอบสวนเบื้องต้นและข้อกล่าวหา
ในการสอบสวนเบื้องต้น นายธวัชชัยรับสารภาพว่ารับการว่าจ้างเป็นเงิน 20,000 บาท จากบุคคลที่ถูกระบุชื่อในเอกสารต้นทางว่า “นายเจ” ให้ขับรถไปรับกลุ่มชาวจีนจากจังหวัดเชียงราย แล้วนำส่งต่อไปยังจังหวัดตาก โดยระบุว่าในการเดินทางมีรถอีกคันเป็นหัวขบวนทำหน้าที่คอยแจ้งเตือนจุดตรวจของทางการ
“นายเจ”
ขณะที่ชาวจีนทั้ง 5 คนให้การผ่านล่ามว่าลักลอบเข้าไทยทางช่องทางธรรมชาติ หลังถูกนายหน้าชาวจีนชักชวนให้ไปทำงานด้านคอมพิวเตอร์และพัฒนาแอปพลิเคชัน โดยอ้างค่าตอบแทนสูงถึงเดือนละ 20,000 หยวน หรือราว 100,000 บาท
การดำเนินคดีและการยึดของกลาง
เจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหากับนายธวัชชัยในฐานะผู้ช่วยเหลือหรือซ่อนเร้นคนต่างด้าวให้พ้นจากการจับกุม ส่วนชาวจีนทั้ง 5 คนถูกแจ้งข้อกล่าวหาว่าเป็นคนต่างด้าวเข้ามาและพำนักในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดรถยนต์และโทรศัพท์มือถือของผู้ต้องสงสัยไว้เป็นหลักฐาน เพื่อประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งขยายผล เพื่อกวาดล้างเครือข่ายนายหน้าที่อาจอยู่เบื้องหลังการลักลอบครั้งนี้
ประเด็นที่ต้องติดตาม
เหตุการณ์ครั้งนี้มีหลายประเด็นที่ต้องจับตามอง ได้แก่ การสืบสวนเชื่อมโยงเครือข่ายนายหน้าข้ามชาติที่ชักชวนประชาชนให้ลักลอบเข้าเมืองเพื่อไปทำงานในระบบดิจิทัล และการตรวจสอบว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องกับขบวนการสแกมเมอร์หรืออาชญากรรมไซเบอร์ในรูปแบบอื่นหรือไม่ รวมทั้งการนำตัวชาวต่างด้าวไปดำเนินคดีตามกฎหมายคนเข้าเมือง
- จำนวนชาวจีนที่ถูกจับกุม: 5 คน
- ค่าจ้างที่ผู้ขับรับ: 20,000 บาท
- ค่าตอบแทนที่อ้างถึงสำหรับงานพัฒนาแอป: 20,000 หยวน (ราว 100,000 บาท)
ผลกระทบต่อพื้นที่และการบังคับใช้กฎหมาย
การจับกุมบนถนนหลวงสายสำคัญของจังหวัดสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายในการสกัดกั้นการลักลอบเดินทางของคนต่างด้าวที่อาจนำมาซึ่งปัญหาทั้งด้านความมั่นคงและอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะเมื่อมีการกล่าวอ้างถึงงานด้านเทคโนโลยีที่มีค่าตอบแทนสูง ซึ่งอาจเป็นช่องทางแสวงหากำไรของขบวนการนายหน้า
ในทางปฏิบัติ ประชาชนควรตระหนักถึงความเสี่ยงของการถูกชักชวนโดยสัญญาจ้างงานที่ให้ค่าตอบแทนสูงผิดปกติ และควรตรวจสอบแหล่งที่มาของการชักชวน รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งเผยแพร่ข้อมูลการป้องกันมิจฉาชีพในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อปกป้องผู้ที่อาจตกเป็นเหยื่อทั้งในประเทศและข้ามพรมแดน
| รายการ | ของกลาง |
|---|---|
| ยานพาหนะ | รถยนต์เก๋ง (ยึดไว้เป็นหลักฐาน) |
| อุปกรณ์สื่อสาร | โทรศัพท์มือถือ (ยึดไว้เป็นหลักฐาน) |
เจ้าหน้าที่ระบุว่าจะประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบต่อ และขยายผลไปยังเครือข่ายนายหน้าที่อาจอยู่เบื้องหลังการลักลอบครั้งนี้
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในเขตอำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง โดยผู้ที่มีข้อมูลหรือเห็นเหตุการณ์สามารถแจ้งหน่วยงานตำรวจพื้นที่เพื่อร่วมให้ข้อมูลแก่การสืบสวนเพิ่มเติม