เจ้าหน้าที่พบศพและอาวุธในที่เกิดเหตุ
เมื่อเช้าวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2569 พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรพยัคฆภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม รับแจ้งเหตุพบผู้เสียชีวิตภายในบ้านพักหลังหนึ่งในเขตเทศบาลตำบลพยัคฆภูมิพิสัย เจ้าหน้าที่ตำรวจประสานแพทย์โรงพยาบาลพยัคฆภูมิพิสัย เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน และหน่วยกู้ภัยเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ
ที่เกิดเหตุภายในโรงเก็บของข้างโรงรถ เจ้าหน้าที่พบศพชายวัย 63 ปี ซึ่งเป็นผู้พิพากษาอาวุโสประจำศาลจังหวัดบุรีรัมย์ นอนเสียชีวิตพร้อมด้วยอาวุธปืนพกสั้นออโตเมติกขนาด 9 มม. ในที่เกิดเหตุมีร่องรอยกระสุนเข้าที่ขมับด้านขวาทะลุด้านซ้าย
พยานหลักฐานที่ตรวจพบ
เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตรวจยึดอาวุธและเครื่องกระสุนที่พบในที่เกิดเหตุและในกระเป๋า หลักฐานสำคัญที่ตรวจพบมีรายละเอียดดังนี้
- อาวุธปืนพกสั้นออโตเมติก ขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก
- แม็กกาซีนบรรจุกระสุน 4 นัด อยู่ในตัวปืน
- แม็กกาซีนและกระสุนสำรองอีกจำนวน 10 นัด อยู่ในกระเป๋าใส่อาวุธของผู้ตาย
| รายการ | จำนวน |
|---|---|
| อาวุธปืน | 1 กระบอก (ขนาด 9 มม.) |
| กระสุนในแม็กกาซีน | 4 นัด |
| กระสุนสำรองในกระเป๋า | 10 นัด |
สภาพความเป็นอยู่ก่อนเกิดเหตุและพยานจากครอบครัว
จากการสอบถามคนในครอบครัว เจ้าหน้าที่ได้รับคำให้การเบื้องต้นว่า ผู้ตายมีโรคประจำตัวและมีความเครียดจากการทำงานเป็นระยะเวลาหนึ่ง อีกทั้งมีอาการซึมเศร้าและหลีกเลี่ยงการพบปะผู้อื่นมาตลอดราวหนึ่งเดือนก่อนเกิดเหตุ
คืนก่อนเกิดเหตุ ผู้ตายแยกไปนอนที่บ้านด้านหลังเพียงลำพัง ส่วนภรรยาพักอาศัยอยู่บ้านด้านหน้า ในช่วงเช้ามืดเวลาประมาณ 05.30 น. ภรรยาได้ยินเสียงคล้ายปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ขณะออกมาตรวจสอบพบว่าสามีนอนเสียชีวิตอยู่ภายในโรงเก็บของ เจ้าหน้าที่ระบุว่าเบื้องต้นญาติไม่ติดใจสาเหตุการเสียชีวิต
การดำเนินการของเจ้าหน้าที่
เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ เก็บหลักฐาน และนำศพส่งชันสูตรตามขั้นตอนทางนิติเวชเพื่อยืนยันสาเหตุการตายอย่างเป็นทางการ ก่อนจะส่งมอบให้ญาติเพื่อประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป
พนักงานสอบสวนและเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานยังคงดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐาน ตรวจสอบประวัติทางการแพทย์และสภาพจิตใจของผู้ตาย รวมทั้งสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติมเพื่อให้การสรุปผลเป็นไปตามข้อเท็จจริงและหลักฐาน
มุมมองและความสำคัญเชิงสังคม
เหตุการณ์การเสียชีวิตของข้าราชการตุลาการระดับสูงเช่นนี้สะท้อนความสำคัญของการดูแลสุขภาพจิตในกลุ่มผู้มีบทบาทรับผิดชอบงานหนัก ทั้งยังชี้ให้เห็นความจำเป็นของมาตรการป้องกันและระบบสนับสนุนด้านสุขภาพจิตภายในหน่วยงานราชการ เพื่อให้บุคลากรที่เผชิญความเครียดได้รับการช่วยเหลือทันท่วงที
ข้อแนะนำสำหรับประชาชนและครอบครัว
- หากพบผู้ใกล้ชิดมีอาการซึมเศร้าหรือเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ควรชักชวนพูดคุยและมองหาการช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ
- หน่วยงานควรมีช่องทางให้พนักงานเข้าถึงบริการด้านจิตเวชและให้คำปรึกษาอย่างไม่เปิดเผย
- เมื่อเกิดเหตุรุนแรง ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนอย่างรัดกุม
ทีมข่าวจะติดตามความคืบหน้า โดยรายงานข้อมูลเพิ่มเติมเมื่อมีผลการชันสูตรจากทางโรงพยาบาลและการสรุปสาเหตุการตายอย่างเป็นทางการจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ