เมื่อเวลา 10.50 น. วันที่ 5 กันยายน พ.ศ.2569 ที่จังหวัดราชบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกระแสข่าวการทุจริตการสอบของหน่วยงานปกครองท้องถิ่นว่า หากมีหลักฐานใด ๆ ที่ชี้ให้เห็นถึงการข้องเกี่ยวของบุคคลใดให้ดำเนินการยื่นต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อให้เป็นผู้ตรวจสอบข้อเท็จจริง
เน้นให้ ป.ป.ช. เป็นผู้รับเรื่องเพื่อความเป็นธรรม
นายกฯ กล่าวย้ำว่ากระแสข่าวว่าอาจมีคนในรัฐบาลเกี่ยวข้องนั้น ต้องอาศัยหลักฐานอันประจักษ์ชัดเพื่อยืนยันข้อกล่าวหา หากเป็นเพียงข้อมูลลือหรือคำบอกเล่า ย่อมตอบไม่ได้ จึงขอให้ผู้ที่มีหลักฐานไปยื่นแก่หน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงเพื่อให้กระบวนการตรวจสอบเป็นไปอย่างเป็นธรรมและปราศจากอิทธิพลทางการเมือง
“ถ้าเกี่ยวก็โดนหมด ยื่นมาเยอะๆ ก็ดี ตนขอประชาสัมพันธ์ตรงนี้เลยว่าคนที่ทำเรื่องนี้ คือ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ฉะนั้น ไปยื่นที่ ป.ป.ช. เลย จะได้สบายใจว่าไม่มีอิทธิพลหรือคำสั่งใดๆ จากฝั่งการเมืองอย่างแน่นอน”
นอกจากนี้ นายกฯ ระบุว่า ป.ป.ช. กำลังรับเรื่องและดำเนินการสอบสวน หากผู้ใดเห็นว่ามีความไม่เป็นธรรมและมีหลักฐานที่ชัดเจนให้ส่งมอบแก่ ป.ป.ช. เพื่อให้หน่วยงานดังกล่าวนำไปตรวจสอบและดำเนินการทางกฎหมายต่อไป
มาตรการภายในรัฐบาล
พร้อมกันนี้ รัฐบาลได้ดำเนินการภายในเพื่อป้องกันการแทรกแซงกระบวนการ โดยมีการตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงและสั่งให้ผู้ที่ถูกสงสัยว่ามีส่วนได้ส่วนเสียออกจากตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเพื่อไม่ให้สามารถใช้อำนาจแทรกแซงการสอบได้
นายกฯ ยังกล่าวเพิ่มเติมถึงช่องทางการร้องเรียนและการส่งหลักฐานว่า หากมีหลักฐานที่น่าเชื่อถือสามารถนำส่งได้ทั้งที่ศูนย์ดำรงธรรมของกระทรวงมหาดไทย ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของทำเนียบรัฐบาล หรือโดยตรงกับ ป.ป.ช. เพื่อให้หน่วยงานเหล่านี้พิจารณาดำเนินการต่อไป
ข้อเรียกร้องให้ประชาชนร่วมแจ้งเบาะแส
คำแถลงของนายกฯ สะท้อนแนวทางให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการแสดงหลักฐาน ไม่มีการปิดกั้นการตรวจสอบ และยืนยันว่าจะไม่ปล่อยให้มีอิทธิพลจากการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องระหว่างกระบวนการสอบสวน ทั้งนี้ นายกฯ ระบุว่าแม้เป็นหลักฐานที่ยังไม่แน่ชัด ป.ป.ช. ก็มีวิธีการพิสูจน์ข้อเท็จจริง ทั้งหลักฐานที่เป็นจริงและหลักฐานที่อาจไม่เป็นจริง
- ขอให้ผู้ที่มีข้อมูลหรือหลักฐานยื่นต่อ ป.ป.ช. เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและความโปร่งใส
- รัฐบาลได้สั่งให้ตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงและถอดผู้ที่มีส่วนได้เสียออกจากตำแหน่งที่เกี่ยวข้อง
- ช่องทางรับเรื่องร้องเรียน ได้แก่ ป.ป.ช., ศูนย์ดำรงธรรมกระทรวงมหาดไทย และศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ทำเนียบรัฐบาล
บริบทและผลกระทบต่อการบริหารท้องถิ่น
กรณีทุจริตการสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบริหารท้องถิ่นมีผลกระทบเชิงนโยบายและความเชื่อมั่นต่อการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น หากข้อกล่าวหาเป็นจริงจะเกี่ยวพันถึงการคัดเลือกบุคลากรและการให้บริการสาธารณะในระดับท้องถิ่น ซึ่งอาจส่งผลต่อภาพลักษณ์ของการบริหารราชการและความไว้วางใจของประชาชนต่อหน่วยงานท้องถิ่น
การส่งเรื่องให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบจึงเป็นช่องทางหลักที่นายกฯ แนะนำเพื่อให้การตรวจสอบเป็นไปอย่างอิสระและตามกระบวนการยุติธรรม ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างโปร่งใสและเปิดเผยผลการสอบสวนแก่สาธารณชนเมื่อตรวจสอบแล้วเสร็จ
รายงานข่าวฉบับนี้อ้างเฉพาะถ้อยคำและข้อมูลที่นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ในที่ประชุม เมื่อวันที่ 5 กันยายน พ.ศ.2569 โดยขณะนี้ ป.ป.ช. อยู่ระหว่างการรับเรื่องและดำเนินการตามอำนาจหน้าที่