เป้าหมาย: จากการท่องเที่ยวแบบเดิมสู่การรักษาวิถีชุมชนที่มีชีวิต
ลำปางได้รับการคัดเลือกเป็นหนึ่งใน พื้นที่นำร่อง สำหรับการขับเคลื่อนโมเดลเศรษฐกิจวัฒนธรรมสร้างสรรค์ ภายใต้การนำของคณะกรรมการส่งเสริมแผนงานเป้าหมายสำคัญ (PC) โดย ดร.ธนภณ วัฒนกุล ซึ่งชี้ว่าแนวทางครั้งนี้ไม่ใช่การจัดอีเวนต์ชั่วคราว แต่เป็นการทำงานในลักษณะ ระยะยาว 5-6 ปี เพื่อให้ทุนวัฒนธรรมของชุมชนแตกหน่อและสร้างรายได้อย่างเป็นรูปธรรม
“ถ้าพูดถึงการท่องเที่ยวทั่วไปตามความคุ้นเคย... งานวิจัยเรื่องทุนวัฒนธรรมที่เราทำ เรามองเป็นเรื่องของ 'วิถีชุมชน' ทำอย่างไรจะรักษาวิถีไว้ได้ คำว่ารักษาไม่ใช่การแช่แข็งให้อยู่แบบโบราณ แต่ต้องเป็นวิถีที่เขาดำรงชีวิตอยู่ได้ มีงานทำ และมีรายได้”
มาตรการและตัวชี้วัดการประเมินผล
โครงการนี้กำหนด 3 ตัวชี้วัดสำคัญ เพื่อใช้ประเมินผลสัมฤทธิ์ของการยกระดับ ได้แก่
- สินค้าที่เพิ่มขึ้นต้องเป็น สินค้าวัฒนธรรม ไม่ใช่สินค้าจากโรงงานอุตสาหกรรม
- ต้องใช้องค์ความรู้และวัตถุดิบที่มีอยู่ในจังหวัดลำปาง
- ผู้ค้าหรือผู้ประกอบการต้องเป็นคนพื้นถิ่น 100 เปอร์เซ็นต์ เพื่อป้องกันการแทรกแซงจากทุนต่างถิ่น
เพื่อให้การวัดผลมีความน่าเชื่อถือ ทีมงานโครงการได้ร่วมกับนักเศรษฐศาสตร์จากกระทรวงการคลังเก็บข้อมูลเชิงสถิติ เปรียบเทียบตัวเลขรายได้ก่อนและหลังการดำเนินงานในพื้นที่นำร่อง โดยใช้ตัวอย่างกรณีของ กาดนั่งก้อม ที่เปิดสม่ำเสมอทุกสัปดาห์จนเห็นการเติบโตของรายได้หลังการร่วมวิจัยและจัดการอย่างต่อเนื่อง
บทเรียนจากงานวิจัยและการขยายผล
จากงานวิจัยที่ดำเนินการในวงกว้างพบว่าเมื่อผนึกกำลังจัดการร่วมกันในพื้นที่ที่มีทุนวัฒนธรรม ผลตอบแทนที่หมุนเวียนกลับสู่ชุมชนมีค่าสูง โดยโครงการสรุปว่าเม็ดเงินวิจัย 1 บาทสามารถสร้างผลตอบแทนหมุนเวียนกลับสู่ชุมชนได้ราว 9-10 เท่า ในภาพรวมของพื้นที่วิจัย 60 แห่งใน 50 จังหวัด
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| ระยะเวลาทดลอง | กว่า 5-6 ปี |
| พื้นที่นำร่องปีแรก | ลำปาง, พนัสนิคม (จ.ชลบุรี), นครศรีธรรมราช, กาฬสินธุ์ |
| โครงการย่อยในลำปาง | 11 โครงการย่อยที่มีต้นทุนวัฒนธรรมหนาแน่น |
กิจกรรมเชื่อมโยงและการส่งเสริมการพักค้างคืน
ทีมงานจากมหาวิทยาลัยศิลปากรได้นำนวัตกรรม เทคโนโลยี และกลไกการสื่อสารมาช่วยเสริม เพื่อให้ข้อมูลการท่องเที่ยวเข้าถึงได้ง่ายและเชื่อมโยงกับย่านต่างๆ ในลำปาง อีกทั้งยังมีแผนเปลี่ยนพฤติกรรมนักท่องเที่ยวจากรูปแบบ "เช้าไป-เย็นกลับ" มาเป็นการ พักค้างคืน เพื่อให้เยี่ยมชมและมีส่วนร่วมในเทศกาลสำคัญของท้องถิ่น เช่น เทศกาลกลองปูจา และ เทศกาลผ้าย้อมครั่ง รวมทั้งดึงเยาวชนเข้ามาเป็นนักจัดการวัฒนธรรมรุ่นใหม่
ความท้าทายและข้อสังเกต
โครงการย้ำว่าเป้าหมายหลักคือการให้ชุมชนเป็นเจ้าของการขับเคลื่อน ไม่ใช่การเอาผลประโยชน์ไปสู่กลุ่มทุนภายนอก ซึ่งเป็นปัญหาที่มักเกิดขึ้นเมื่อพื้นที่มีการพัฒนาเชิงการท่องเที่ยว หากการกำหนดตัวชี้วัดและการสนับสนุนเชิงเทคนิคสามารถทำได้อย่างต่อเนื่อง โครงการมีแนวโน้มจะช่วยลดความเหลื่อมล้ำและสร้างรายได้ให้กับคนพื้นถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม
สำหรับลำปาง การที่มี 11 โครงการย่อย พร้อมการประเมินผลทางเศรษฐศาสตร์ร่วมกับหน่วยงานรัฐ ถือเป็นโอกาสสำคัญที่อาจเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการท่องเที่ยวและการใช้ทุนวัฒนธรรมของจังหวัดไปสู่ความยั่งยืน หากการดำเนินงานประสานกับชุมชนและหน่วยงานท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง ผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจและสังคมอาจเกิดขึ้นในระยะยาวโดยแท้จริง