พิษณุโลก — บริเวณหน้าวิหารหลวงพ่อพระพุทธชินราช วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ วรมหาวิหาร จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญของนักท่องเที่ยวและผู้มาเคารพสักการะ มีบุคคลหนึ่งที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของภาพความทรงจำสถานที่แห่งนี้มายาวนาน นั่นคือ นายประหยัด เพ็ชรไม้ หรือที่ชาวบ้านเรียกกันติดปากว่า “ช่างหยัด” ผู้ประกอบอาชีพช่างภาพอิสระที่ให้บริการถ่ายภาพหน้าวิหารมานานกว่า 45 ปี และขณะนี้กำลังเตรียมประกาศยุติการทำงานเพื่อเกษียณอายุ
จากโรงงานสู่กล้องถ่ายรูปหน้าวิหาร
นายประหยัด อายุ 75 ปี เล่าว่า ก่อนได้มาถ่ายภาพที่วัดใหญ่ เคยทำงานเป็นช่างในโรงงานหล่อดอกยางรถยนต์เป็นเวลา 17 ปี ก่อนจะหันมาสนใจงานถ่ายภาพเมื่อเห็นพี่ชายรับจ้างถ่ายรูป จากการยืมกล้องพี่ชายมาฝึกถ่ายภาพให้ครอบครัว ทำให้เกิดความชอบและพัฒนาฝีมือจนรับงานต่าง ๆ ทั้งงานบวช งานแต่งงาน และงานถ่ายภาพนอกสถานที่ ก่อนจะย้ายมาประจำที่วัดใหญ่ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2525
ประสบการณ์ในยุคฟิล์มสู่ดิจิทัล
ในยุคที่ยังใช้ฟิล์ม นายประหยัดเล่าว่าการถ่ายแต่ละครั้งต้องระมัดระวัง เพราะไม่สามารถลบหรือเห็นภาพทันทีเหมือนยุคดิจิทัล จึงฝึกความละเอียดรอบคอบ โดยในอดีตค่าบริการเป็นรูปละต้น ๆ อย่างที่เริ่มต้นเคยคิดทีละ 10 บาท ต่อภาพ ส่วนปัจจุบัน นายประหยัดคิดค่าบริการถ่ายและอัดภาพที่ 99 บาท ต่อใบ
การยอมรับของนักท่องเที่ยวในยุคสมาร์ทโฟน
แม้ปัจจุบันนักท่องเที่ยวหลายคนใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพเอง แต่บริการของช่างภาพอิสระอย่างช่างหยัดยังคงมีผู้รับบริการจำนวนหนึ่ง เนื่องจากความเชี่ยวชาญในการจัดมุม แสง และการอัดภาพที่ได้คุณภาพ รวมถึงความทรงจำที่หลายคนอยากได้ภาพพิมพ์เก็บไว้เป็นที่ระลึก
- จุดเด่นบริการ — มีความชำนาญในการถ่ายภาพหน้าวิหารและจัดองค์ประกอบภาพให้เหมาะสมกับสถานที่ศักดิ์สิทธิ์
- ราคา — คิดค่าถ่ายและอัดภาพใบละ 99 บาท
- อุปกรณ์ — ใช้กล้องคุณภาพสูงเพื่อความคมชัด ล่าสุดใช้กล้อง Nikon Z6 และแฟลชที่รวมราคาประมาณ 100,000 บาท
อุปกรณ์และการปรับตัว
นายประหยัดกล่าวว่าในช่วงเวลาที่ผ่านมาเปลี่ยนผ่านทั้งกล้องฟิล์มและกล้องดิจิทัล เคยใช้กล้องดิจิทัลต่าง ๆ มาก่อนและเปลี่ยนมาแล้วประมาณ 5 ตัว ส่วนกล้องที่ใช้ล่าสุดเป็นรุ่น Nikon Z6 พร้อมอุปกรณ์แฟลชที่ลงทุนเพื่อให้ได้ภาพคุณภาพดี เพราะต้องการให้ผู้รับบริการได้รับภาพที่คมชัดและพิมพ์ได้สวย
ความหมายของงานต่อชุมชน
การยืนหยัดให้บริการถ่ายภาพหน้าวิหารของช่างหยัดตลอด 45 ปีไม่เพียงเป็นรายได้ แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชุมชนที่เชื่อมโยงผู้มาเยือนกับสถานที่สำคัญ การมีช่างภาพประจำวัดทำให้ผู้สูงอายุและผู้ที่ไม่สะดวกถ่ายภาพด้วยตนเองได้รับความช่วยเหลือและได้ภาพความทรงจำกลับไป
ตำนานที่กำลังจะเปลี่ยนไป
ขณะที่นายประหยัดกำลังเตรียมแขวนกล้องเพื่อขอเกษียณ อนาคตของจุดบริการถ่ายภาพหน้าวิหารจะเป็นอย่างไร ยังคงเป็นคำถามสำหรับคนในชุมชนและนักท่องเที่ยว บางส่วนอาจแทนที่ด้วยบริการจากช่างภาพรุ่นใหม่หรือการพึ่งพาเทคโนโลยี แต่ภาพความทรงจำที่ช่างหยัดสร้างไว้ตลอดหลายทศวรรษจะยังคงอยู่ในกรอบภาพของหลายครอบครัว
| ช่วงเวลา | รายละเอียด |
|---|---|
| ก่อน พ.ศ. 2525 | ทำงานเป็นช่างในโรงงานหล่อดอกยางรถยนต์ 17 ปี |
| พ.ศ. 2525 | เริ่มทำงานถ่ายภาพประจำที่วัดใหญ่ |
| ปัจจุบัน | ให้บริการถ่ายภาพกว่า 45 ปี คิดค่าอัดภาพใบละ 99 บาท ใช้กล้อง Nikon Z6 |
การอำลาหน้าวิหารของช่างหยัดเป็นสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนผ่านทางสังคมจากยุคหนึ่งสู่ยุคหนึ่ง ทั้งในด้านเทคโนโลยีและรูปแบบการท่องเที่ยว แต่สิ่งที่ไม่เปลี่ยนคือความต้องการเก็บภาพความทรงจำของผู้คนที่มาเยือนวัดใหญ่ ซึ่งภาพเหล่านั้นล้วนผ่านมือช่างหยัดมานานนับทศวรรษ
สำหรับผู้ที่ต้องการเก็บภาพความทรงจำก่อนที่ช่างหยัดจะเกษียณ อาจพิจารณาแวะมาใช้บริการที่จุดหน้าวิหาร ซึ่งปัจจุบันมีช่างภาพให้บริการรวม 7 คนในบริเวณเดียวกัน โดยแต่ละคนมีประสบการณ์และรูปแบบการบริการที่แตกต่างกันไป