ตรัง — เจ้าของกิจการโรงแรมและห้องพักกลางตัวเมืองจังหวัดตรัง แจ้งความและนำภาพความเสียหายของทรัพย์สินภายในโรงแรมที่ปิดกิจการแล้ว หลังถูกรายงานว่ามีผู้ลักขโมยอุปกรณ์ชุดแอร์ ชุดมอเตอร์พัดลมหลอดไฟ และสายไฟไปเป็นจำนวนมาก เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นกับอาคารโรงแรมเก่าที่ตั้งริมถนนเลียบทางรถไฟ อำเภอเมือง จังหวัดตรัง
ความเสียหายและลักษณะการก่อเหตุ
นายรัตน์ ภู่กลาง เจ้าของโรงแรมโรสอิน เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า อาคารโรงแรมสองชั้นที่อยู่ทางด้านขวามือของเส้นทางเข้าก่อนถึงโรงแรมอีกแห่ง ถูกคนร้ายนำเครื่องมางัดทำลายตู้คอมพัดลมแอร์หรือชุดอุปกรณ์ภายนอกของแอร์ที่ติดตั้งบริเวณชั้นหนึ่งจำนวนมาก โดยจากสภาพทรัพย์สินที่ตรวจสอบพบว่าจำนวนชุดอุปกรณ์เดิมทั้งหมดมี 13 ชุด เหลืออยู่เพียง 3 ชุด และคาดว่าอีกไม่กี่วันอาจถูกขโมยจนหมด
- ของที่ถูกขโมย ได้แก่ ชุดมอเตอร์แอร์ หลอดไฟ สายไฟ และสายไฟที่เชื่อมต่อกับกล้องวงจรปิด
- วิธีการ งัดตู้คอมพัดลมแอร์ภายนอกอาคารบริเวณชั้นหนึ่งเป็นหลัก สันนิษฐานเพื่อนำลวดทองแดงไปปอกขาย
- สภาพคาดการณ์มูลค่า เจ้าของประเมินความเสียหายรวมเป็นเงินนับแสนบาท
มุมมองของผู้เสียหายและข้อเรียกร้อง
นายรัตน์กล่าวถึงสาเหตุที่คาดว่าเป็นปัญหาซ้ำซ้อนจากการระบาดของยาเสพติดและภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ส่งผลให้เกิดการลักขโมยซ้ำในพื้นที่ เขาระบุว่าเห็นการลักทรัพย์ทั้งภายนอกและภายในอาคาร และมีการนำของที่ขโมยไปส่งให้ร้านรับซื้อของเก่าเพื่อจำหน่ายต่อ แม้จะเคยแจ้งความแล้ว แต่เจ้าของเห็นว่าการติดตามจับกุมและการป้องกันยังไม่เพียงพอ
"ยาเสพติดได้ระบาดไปทั่วทุกหมู่บ้าน ทุกตำบลแล้ว โจรไม่อาย พ่อแม่โจรไม่อาย ตำรวจไม่อาย มีแต่ความชอกช้ำของประชาชน"
ผู้เสียหายยังให้ความเห็นเปรียบเทียบสภาพเศรษฐกิจว่าแย่กว่าเพื่อนบ้านบางประเทศ และเห็นว่าเป็นปัจจัยที่ทำให้คุณภาพคนเสื่อมลง รวมถึงเปรียบเทียบราคาชิ้นส่วนแอร์ในอดีตกับปัจจุบันเพื่ออธิบายแรงจูงใจของผู้ก่อเหตุ โดยระบุว่าแอร์แต่ละตัวเคยมีราคาแพงมาก แต่เมื่อนำไปปอกลวดขายมีมูลค่าที่ผู้ลงมือได้ไม่มากนัก
การดำเนินการของตำรวจ
ในรายงานระบุว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมผู้ต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องกับการขโมยชุดคอมพัดลมแอร์และสายไฟของโรงแรมได้ 1 คน แต่ยังมีผู้เกี่ยวข้องอื่น ๆ ที่ยังสามารถเข้ามาก่อเหตุได้ต่อเนื่อง ผู้เสียหายกล่าวว่าตนเคยให้บุคคลซุ่มดูเหตุการณ์แต่ไม่กล้าแสดงตัวเนื่องจากหวั่นเกรงอันตราย
จากลักษณะการก่อเหตุที่เป็นการงัดและตัดสายไฟเพื่อเอาลวดทองแดงไปขาย เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายจะต้องพิจารณาหาความเชื่อมโยงไปยังผู้รับซื้อของเก่าและเครือข่ายการจำหน่าย ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญในการยุติการลักทรัพย์เชิงระบบ
| รายการ | ตัวเลขที่แจ้ง |
|---|---|
| ชุดอุปกรณ์แอร์เดิม | 13 ชุด |
| เหลืออยู่ | 3 ชุด |
| ผู้ต้องสงสัยที่ถูกจับ | 1 คน |
เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรพื้นที่เกี่ยวข้องยังต้องสืบสวนหาผู้ร่วมกระทำความผิดและตรวจสอบเครือข่ายรับซื้อของเก่า รวมทั้งประเมินความจำเป็นของมาตรการป้องกันเพิ่มเติมในพื้นที่ชุมชน ซึ่งเกี่ยวพันกับความปลอดภัยสาธารณะและการรักษาทรัพย์สินของประชาชน
เรื่องนี้สะท้อนปัญหาที่ซับซ้อนระหว่างการบังคับใช้กฎหมาย การป้องกันอาชญากรรมชุมชน และผลกระทบทางสังคมจากยาเสพติดและภาวะเศรษฐกิจ โดยผู้เสียหายเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบและดำเนินมาตรการที่ชัดเจนเพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ซ้ำรอย