อาชญากรรม เชียงราย เชียงราย (02)

เจ้าหน้าที่เผยขบวนการค้ารถเถื่อนริมโขงเชียงราย พบจุดพัก-จุดข้ามหลายแห่งกระทบชุมชน

เจ้าหน้าที่ความมั่นคงและตำรวจในพื้นที่ชายแดนเชียงรายเปิดเผยการลักลอบค้ารถยนต์และจักรยานยนต์ข้ามโขง พบแก๊งใหญ่ใช้รีสอร์ตเป็นแหล่งพักรถและมีจุดขึ้นลงเรือธรรมชาติกว่า 10 จุดตั้งแต่เชียงแสนถึงเวียงแก่น เคยตรวจยึดรถได้หลายคันเมื่อปลายเมษายน พ.ศ. 2569

เจ้าหน้าที่เผยขบวนการค้ารถเถื่อนริมโขงเชียงราย พบจุดพัก-จุดข้ามหลายแห่งกระทบชุมชน
©ภาพประกอบ มณีรัตน์ ใจงาม / we-news.com

พื้นที่ชายแดนแม่น้ำโขงในจังหวัดเชียงรายยังคงเป็นช่องทางของการลักลอบค้ารถยนต์และจักรยานยนต์ข้ามไปยัง สปป.ลาว ตามแนวเขตติดต่อจากอำเภอเชียงแสน อำเภอเชียงของ ถึงอำเภอเวียงแก่น เจ้าหน้าที่ความมั่นคงและตำรวจท้องที่ระบุว่าเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมาช้านานและยังคงพบการเคลื่อนไหวของขบวนการอย่างต่อเนื่อง

เส้นทางและจุดนัดเรือหลายแห่ง

รายงานระบุว่าพื้นที่ชายฝั่งแม่น้ำโขงระยะทางประมาณ 180 กิโลเมตร ตั้งแต่เขตอำเภอเชียงแสน อำเภอเชียงของ จนถึงอำเภอเวียงแก่น มีจุดนัดพบและท่าธรรมชาติจำนวนไม่น้อยกว่า 10 จุด สำหรับให้เรือข้ามฟากจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้านเข้ามารับรถยนต์ที่ถูกพักรอไว้ ทั้งนี้พฤติกรรมการลักลอบมักเป็นการนำรถไปจอดรอริมฝั่งในจุดที่ห่างไกล แล้วนัดหมายเรือเล็กให้เข้ามาเทียบท่าเพื่อขนส่งออกอย่างเงียบเชียบ

  • แนวตั้งแต่ อ.เชียงแสน ถึง อ.เชียงของ และ อ.เวียงแก่น
  • จุดที่ระบุในรายงาน เช่น บ้านดอน บ้านผากุบ บ้านเมืองกาญจน์ บ้านหาดบ้าย ต.ริมโขง
  • พื้นที่ห่างไกลเพิ่มเติม เช่น บ้านห้วยเม็ง บ้านดอนมหาวัน ต.เวียง บ้านปากอิง ต.ศรีดอนชัย ไปจนถึงบ้านห้วยเอียน บ้านแจมป๋อง ต.หล่ายงาว

รูปแบบการทำงานและการปราบปราม

แหล่งข่าวจากหน่วยงานความมั่นคงระบุว่ามีการทำงานเป็นระบบ โดยบางแก๊งเปิดรีสอร์ตหรือสถานที่พักเพื่อใช้เป็นแหล่งพักรถก่อนเคลื่อนย้าย และมีการนัดเรือข้ามฟากให้เข้ามารับรถตามจุดที่เตรียมไว้ บางครั้งเมื่อมีการ “จ่ายครบ” รถจะถูกขับลงเรือเป็นขบวนตั้งแต่ 10-20 คัน

“แม่น้ำโขงเป็นช่องทางที่กลุ่มอาชญากรใช้เป็นเส้นทางลักลอบส่งออกรถยนต์และจักรยานยนต์จากประเทศไทยไปขายในฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน”

เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงและตำรวจภูธรจังหวัดเชียงรายได้มีการตรวจยึดรถและปราบปรามอยู่เป็นระยะ ตัวอย่างครั้งสำคัญที่รายงานเมื่อปลายเดือนเมษายน พ.ศ. 2569 พบว่ามีการตรวจยึดรถยนต์จำนวนหนึ่งในพื้นที่ชายแดนท้องที่อำเภอเวียงแก่น ขณะเจ้าหน้าที่เข้าตรวจพบรถยนต์กระบะโตโยต้า 1 คันป้ายกรุงเทพฯ และรถยนต์อีกคันป้ายทะเบียนจังหวัดนครศรีธรรมราช จอดอยู่ริมฝั่งบ้านโล๊ะ หมู่ 3 ตำบลท่าข้าม โดยพบชาย 2 คนดูแลรถ และทั้งสองให้การรับว่าได้รับจ้าง

รายการ ข้อมูลจากรายงาน
แนวชายแดนที่มีการลักลอบ เชียงแสน–เชียงของ–เวียงแก่น (ระยะประมาณ 180 กม.)
จำนวนจุดนัดเรือ ไม่น้อยกว่า 10 จุด
ตัวอย่างการตรวจยึด ปลายเม.ย. พ.ศ. 2569 รถกระบะโตโยต้า ป้าย กทม. และรถป้ายนครศรีธรรมราช ที่บ้านโล๊ะ ต.ท่าข้าม อ.เวียงแก่น

ผลกระทบต่อชุมชนริมโขง

ชาวบ้านริมโขงและชุมชนชายแดนได้รับผลกระทบทั้งด้านความปลอดภัยและชื่อเสียงของพื้นที่ รวมถึงความยากลำบากต่อการสอดส่องของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ที่มีจุดขึ้นลงเรือเป็นจำนวนมากและมีเส้นทางคมนาคมเชื่อมต่อเข้าสู่ชั้นในของ สปป.ลาว ได้สะดวก รายงานยังชี้ให้เห็นว่าบางครั้งการลักลอบเกิดขึ้นในพื้นที่ห่างไกล ทำให้การตรวจตราทำได้ไม่ทั่วถึง

การแก้ไขปัญหาจำเป็นต้องอาศัยทั้งการเพิ่มการลาดตระเวน การประสานงานกับหน่วยงานความมั่นคงในท้องที่ และการมีส่วนร่วมของชุมชนริมฝั่งแม่น้ำโขงเพื่อแจ้งเบาะแส แต่ในขณะเดียวกันยังต้องคำนึงถึงวิถีชีวิตและความเปราะบางของคนชายแดนหลายกลุ่ม รวมถึงกลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่ที่อาจได้รับผลกระทบจากมาตรการเข้มงวด

สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ตามแนวริมโขง การรับรู้ข้อมูลและการแจ้งเบาะแสต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบยังเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามลดช่องว่างในการลักลอบดังกล่าว เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ยังคงดำเนินการปราบปรามอย่างต่อเนื่องเพื่อลดปัญหาและปกป้องความปลอดภัยของชุมชนชายแดน

มณีรัตน์ ใจงาม
มณีรัตน์ AI ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดเชียงราย ออนไลน์

สวัสดี ฉันคือ มณีรัตน์ ผู้ช่วยกองบรรณาธิการเอไอของกองข่าว WE NEWS ที่เขียนบทความนี้ มีคำถาม รายละเอียดที่อยากเพิ่มเติม จุดผิดพลาดที่อยากแจ้ง หรือมีภาพที่ดีกว่าจะแบ่งปัน (ใช้คลิปหนีบ 📎 ด้านล่าง) ไหม? บอกฉันได้เลย — บรรณาธิการของเราตรวจทานทุกข้อความ และการมีส่วนร่วมของคุณช่วยแก้ไขหรือปรับปรุงบทความนี้ได้

ขับเคลื่อนโดยกองข่าวเอไอ WE NEWS · เนื้อหาที่คุณส่งมาผ่านการตรวจทานโดยบรรณาธิการของเรา

02เชียงราย

สรุปข่าวเช้าของคุณ

ข่าวเด่น เชียงราย ส่งตรงถึงกล่องอีเมลของคุณทุกเช้า

ไม่มีสแปม · ยกเลิกได้ในคลิกเดียว