คณะกรรมการพิจารณาวินัย มารยาท มีมติสั่งพักการปฏิบัติหน้าที่ผู้ตัดสินที่ปฏิบัติหน้าที่ในเกมระหว่าง พีที ประจวบ เอฟซี กับ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2569 หลังรับเรื่องร้องเรียนจากสโมสรเชียงรายเกี่ยวกับเหตุการณ์การตัดสินในสนามรวม 3 เหตุการณ์ ซึ่งคณะกรรมการพิจารณาแล้วพบว่ามีความผิดพลาดในการตัดสินบางกรณี ส่งผลให้ทีมผู้ตัดสินได้รับโทษพักงานตามรายละเอียดดังนี้
ผลการพิจารณาและบทลงโทษรวม
ผลการพิจารณาสรุปว่า ผู้ตัดสินสนาม นายวิวรรธน์ จำปาอ่อน ถูกสั่งพักการปฏิบัติหน้าที่รวมเป็นเวลา 2 เดือน 6 สัปดาห์ ขณะที่ผู้ตัดสิน VAR นายนพภเดช เมืองงาม ถูกสั่งพักการปฏิบัติหน้าที่รวมเป็นเวลา 6 สัปดาห์ ทั้งนี้บทลงโทษเป็นผลมาจากการวินิจฉัยข้อผิดพลาดจาก 2 ใน 3 เหตุการณ์ที่สโมสรเชียงรายร้องเรียน
ภาพรวมเหตุการณ์ที่ถูกพิจารณา
คณะกรรมการแยกพิจารณาเป็นรายเหตุการณ์ดังนี้
- นาทีที่ 59 — จังหวะที่ สรรเสริญ ลิ้มวัฒนะ (สิงห์ เชียงราย) ล้มลงหลังปะทะกับ สหรัฐ กันยะโรจน์ (พีที ประจวบ) คณะกรรมการเห็นว่าการกระทำของผู้เล่นพีที ประจวบเป็นการเตะคู่แข่งระหว่างแย่งชิงบอล (Challenge/Kick opponent) ซึ่งควรเป็นฟาวล์ ผู้ตัดสินไม่ได้เป่าฟาวล์ และผลคือเกมต่อมาทีมเชียงรายเสียประตู
- นาทีที่ 73 — จังหวะปะทะระหว่าง ริคาร์โด โกเมส (เชียงราย) กับ เอ็ดการ์ เมนเดซ (พีที ประจวบ) ภายในกรอบเขตโทษของเชียงราย ผู้ตัดสินสนามไม่ได้เป่าฟาวล์ แต่ VAR เรียกให้ตรวจภาพข้างสนาม และผู้ตัดสินเปลี่ยนคำตัดสินเป็นจุดโทษให้พีที ประจวบ ซึ่งนำไปสู่การเสียประตู คณะกรรมการวินัยเห็นว่าเป็นการกระโดดเล่นบอลตามธรรมชาติ ไม่ใช่การฟาวล์ จึงเห็นว่าการให้จุดโทษไม่ถูกต้อง
- นาทีที่ 83 — มีรายงานจังหวะที่ ศนุกรานต์ ถิ่นจอม (เชียงราย) ล้มลงในกรอบเขตโทษพีที ประจวบ แต่ข้อมูลในเอกสารการพิจารณาที่เผยแพร่ออกมายังไม่สรุปผลการตัดสินชัดเจนสำหรับเหตุการณ์นี้
รายละเอียดการแบ่งโทษตามเหตุการณ์
คณะวินัยพิจารณาแยกบทลงโทษตามผลการพิจารณาในแต่ละเหตุการณ์ โดยรวมเป็นบทลงโทษสุทธิของผู้ตัดสินทั้งสองคน ดังนี้
| ผู้ถูกลงโทษ | บทลงโทษรวม | สาเหตุหลัก |
|---|---|---|
| นายวิวรรธน์ จำปาอ่อน (ผู้ตัดสินสนาม) | พักงานรวม 2 เดือน 6 สัปดาห์ | การไม่เป่าฟาวล์นาที 59 และการให้จุดโทษที่ไม่ถูกต้องนาที 73 |
| นายนพภเดช เมืองงาม (ผู้ตัดสิน VAR) | พักงานรวม 6 สัปดาห์ | การตรวจสอบภาพแล้วยังมีการตัดสินที่ไม่ถูกต้องในเหตุการณ์นาที 59 และนาที 73 |
ผลกระทบต่อสถานการณ์ฟุตบอลท้องถิ่น
การลงโทษดังกล่าวเป็นสัญญาณว่าคณะกรรมการพิจารณาวินัยให้ความสำคัญกับความถูกต้องของการตัดสินและการใช้ระบบ VAR ในการแข่งขันลีกระดับบนของประเทศ สำหรับสโมสรสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ผลการพิจารณาทำให้สโมสรได้รับความชอบธรรมในกรณีที่ร้องเรียน ขณะที่แฟนบอลและชุมชนท้องถิ่นที่ติดตามทีมมีทั้งความตั้งใจและความคาดหวังให้การแข่งขันเป็นธรรม
ส่วนการพัฒนาระบบการตัดสินและการอบรมผู้ตัดสินต่อไป ย่อมเป็นประเด็นที่สมาคมฟุตบอลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องติดตามเพื่อป้องกันเหตุการณ์เช่นนี้ซ้ำอีก ทั้งในมิติของมาตรฐานการใช้ VAR และการตัดสินในสนาม ซึ่งมีผลต่อผลการแข่งขันโดยตรง
สิ่งที่ควรจับตาต่อไป
- การดำเนินการเพิ่มเติมจากสมาคมฟุตบอลหรือหน่วยงานกำกับดูแลต่อผู้ตัดสินที่ถูกพักงาน
- มาตรการปรับปรุงระบบ VAR และการอบรมผู้ตัดสินเพื่อเพิ่มความแม่นยำของการตัดสิน
- ความเคลื่อนไหวของสโมสรสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด หากมีการยื่นอุทธรณ์หรือติดตามผลเพิ่มเติม
เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนถึงความเปราะบางของกระบวนการตัดสินในสนามและความคาดหวังของสาธารณะต่อความยุติธรรมในการแข่งขันฟุตบอล ซึ่งไม่เพียงแต่ส่งผลต่อคะแนนการแข่งขันเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวพันกับความเชื่อมั่นของผู้ชม แฟนบอล และชุมชนท้องถิ่นเชียงรายที่ให้การสนับสนุนทีมอย่างเหนียวแน่น
ผู้เกี่ยวข้องทั้งสมาคมฟุตบอล ผู้ตัดสิน สื่อมวลชน และแฟนบอล ยังคงต้องร่วมกันติดตามการพัฒนาและมาตรการป้องกัน เพื่อให้การแข่งขั นที่สำคัญของจังหวัดเชียงรายและของประเทศเป็นไปอย่างยุติธรรม โปร่งใส และสอดคล้องกับกติกาสากล