เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2569 ศูนย์อำนวยการร่วมพิทักษ์ความมั่นคงทางเกษตรและอาหาร "พระพิรุณ" (ศพร.) ร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงและด่านที่เกี่ยวข้องปฏิบัติการสกัดการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรตามแนวชายแดนแม่น้ำโขงในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร โดยตรวจยึดซากหรือหนังสุกรที่ไม่มีเอกสารแสดงแหล่งที่มาได้จำนวนมาก
การปฏิบัติการและของกลางที่ตรวจยึด
เจ้าหน้าที่ระบุว่าการปฏิบัติการเริ่มขึ้นหลังได้รับแจ้งเกี่ยวกับการขนถ่ายสินค้าผิดกฎหมายบริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขงในพื้นที่บ้านนาโปน้อย อำเภอเมืองมุกดาหาร เวลาใกล้เคียงกับช่วงกลางดึก เจ้าหน้าที่จึงซุ่มตรวจและเข้าตรวจค้นเรือเป้าหมาย แต่ผู้ต้องหาที่อยู่บนเรือได้อาศัยความมืดหลบหนีไป ทิ้งเรือและของกลางไว้กับที่ เจ้าหน้าที่จึงตรวจสอบและยึดไว้เพื่อดำเนินการทางกฎหมายต่อไป
ผลการตรวจยึดของกลางมีรายละเอียดสำคัญดังนี้
- จำนวนกล่อง: 86 กล่อง
- น้ำหนักรวมประมาณ: 1,720 กิโลกรัม (ประมาณ 1.72 ตัน)
- ประเภทสินค้า: หนัง/ซากสุกร ระบุแหล่งที่มาจากต่างประเทศ ไม่มีเอกสารประกอบ
- ยานพาหนะที่ใช้ขนส่ง: เรือยนต์ 1 ลำ ถูกทิ้งไว้ที่เกิดเหตุ
| ของกลาง | จำนวน |
|---|---|
| กล่องหนัง/ซากสุกร | 86 กล่อง (ประมาณ 1,720 กก.) |
| เรือยนต์ | 1 ลำ |
การดำเนินคดีและการอายัดของกลาง
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่พิจารณาว่าการลักลอบนำเข้าดังกล่าวเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 31 แห่งพระราชบัญญัติการป้องกันและควบคุมโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 และมาตรา 242 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 เนื่องจากสินค้าที่ตรวจยึดไม่มีเอกสารแสดงแหล่งที่มาและไม่มีผู้ใดแสดงความเป็นเจ้าของ
เจ้าหน้าที่จึงดำเนินการยึดอายัดของกลางไว้เพื่อตรวจสอบเพิ่มเติมและลงบันทึกประจำวันที่สถานีตำรวจภูธรเมืองมุกดาหาร สำหรับสถานที่เก็บรักษาของกลาง รายงานแจ้งว่าหนังสุกรถูกนำไปเก็บในห้องเย็นของบริษัทเอกชนที่มีความสามารถในการควบคุมอุณหภูมิ ขณะที่เรือยนต์ที่พบยังถูกเก็บรักษาไว้ที่ด่านศุลกากรมุกดาหารเพื่อเป็นหลักฐาน
หน่วยงานที่ร่วมปฏิบัติ
การสกัดจับครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างศพร. กับหน่วยงานในพื้นที่หลายหน่วยงาน ได้แก่ ด่านกักกันสัตว์มุกดาหาร กองร้อยรักษาความสงบเรียบร้อยชายแดน (นรข.) สน.เรือมุกดาหาร ด่านตรวจพืช ด่านตรวจประมง ด่านศุลกากรมุกดาหาร และทหารพรานจากกองร้อยที่เกี่ยวข้อง ซึ่งแต่ละหน่วยงานมีบทบาทในการตรวจสอบเอกสาร ควบคุมโรคระบาดสัตว์ และการรักษาความปลอดภัยแนวชายแดน
"ศพร. จะเดินหน้าบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ป้องกันและปราบปรามการลักลอบนำเข้าและเคลื่อนย้ายสินค้าเกษตรผิดกฎหมาย พร้อมขยายการทำงานสู่ระดับจังหวัด เพื่อสกัดสินค้าเกษตรเถื่อนและลดผลกระทบต่อเสถียรภาพราคาผลผลิตทางการเกษตร"
ผลกระทบและความเสี่ยงต่อชุมชน
การลักลอบนำเข้าซากหรือหนังสุกรที่ไม่มีเอกสารนั้นสร้างความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคสัตว์ ซึ่งอาจส่งผลต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรและตลาดการค้าภายในประเทศ หากสินค้ามีเชื้อโรคหรือไม่ได้ผ่านการตรวจสอบตามมาตรฐานความปลอดภัยของอาหาร นอกจากนี้ การลักลอบยังบั่นทอนความเชื่อมั่นด้านราคาและการค้าของผลิตผลทางการเกษตรท้องถิ่น
แนวทางต่อไป
เจ้าหน้าที่ระบุว่าจะเร่งติดตามตัวผู้กระทำความผิดเพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย และขยายการลาดตระเวนตามแนวชายแดนเพื่อป้องกันการลักลอบรูปแบบเดียวกันในอนาคต ทั้งนี้เจ้าหน้าที่หน่วยเกี่ยวข้องยังเรียกร้องให้ประชาชนแจ้งเบาะแสเมื่อพบความผิดปกติบริเวณริมแม่น้ำโขงหรือเส้นทางชายแดน เพื่อร่วมป้องกันผลกระทบต่อความมั่นคงทางอาหารของจังหวัด