ประเทศไทย หนองขาหย่าง อุทัยธานี (51)

อุทัยธานีผลักดัน 'ส้มซ่า' เป็นสินค้าอัตลักษณ์ แปรรูป 5 รายการต่อยอดท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

ชาวบ้านหมู่ 3 บ้านขุนจัด ต.ดอนกลอย อ.หนองขาหย่าง รวมกลุ่มแปรรูปส้มซ่าเป็นผลิตภัณฑ์ 5 ชนิด พร้อมเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ หวังเพิ่มรายได้และสร้างมูลค่าให้ผลผลิตท้องถิ่น

อุทัยธานีผลักดัน 'ส้มซ่า' เป็นสินค้าอัตลักษณ์ แปรรูป 5 รายการต่อยอดท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ
©ภาพประกอบ กนกวรรณ ศรีสุข / we-news.com

อ.หนองขาหย่าง จ.อุทัยธานี — ชุมชนบ้านขุนจัด หมู่ 3 ต.ดอนกลอย ยกระดับผลไม้พื้นถิ่นของจังหวัดด้วยการนำ ส้มซ่า มาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์แปรรูปและส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนเชิงสุขภาพ โดยกลุ่มวิสาหกิจชุมชน "หอมสะแกกรัง" จัดตั้งสมาชิกเริ่มต้นจำนวน 15 คน และสามารถผลิตสินค้าเชิงพาณิชย์ได้แล้วจำนวน 5 ประเภท เพื่อจำหน่ายทั้งในจังหวัดและจังหวัดกรุงเทพมหานคร รวมถึงช่องทางออนไลน์

จากผลไม้ท้องถิ่นสู่สินค้าเพิ่มมูลค่า

ส้มซ่าเป็นผลไม้ตระกูลส้มชนิดหนึ่งที่มีลักษณะเปลือกหนา ขรุขระ กลิ่นหอมเฉพาะตัว และมีรสเปรี้ยวหวานฉ่ำกลิ่นหอมกลายเป็นจุดเด่นที่กลุ่มนำมาใช้ประโยชน์ ด้านการแปรรูปกลุ่มวิสาหกิจชุมชนได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ออกสู่ท้องตลาด 5 รายการ ได้แก่

  • น้ำมันหอมระเหยส้มซ่า 100% สำหรับสูดดมและหยดตามผิวกาย
  • ผลิตภัณฑ์ Aroma Fresh แบบพกพา บรรเทาอาการวิงเวียน
  • สเปรย์กันยุงผสมการบูรสกัดจากส้มซ่า
  • ส้มซ่ากะปิหวาน สำหรับเป็นเครื่องจิ้มผลไม้
  • แยมผิวส้ม (Marmalade) สำหรับทานคู่ขนมปัง

นอกจากการแปรรูปผิวส้มแล้ว กลุ่มยังแปรรูปเนื้อส้มเพื่อนำไปคั้นเป็นน้ำหรือใช้ในการประกอบอาหารทดแทนมะนาวและมะขามเปียก ทำให้สามารถใช้ผลผลิตได้ทั้งผลและผิวโดยไม่สูญเปล่า

สถิติพื้นที่ปลูกและช่วงฤดูกาล

ข้อมูลจากท้องถิ่นระบุว่า จังหวัดอุทัยธานีมีการปลูกส้มซ่ากระจายใน 8 อำเภอ ครอบคลุมพื้นที่ปลูกประมาณ 194 ไร่ โดยมีเกษตรกรที่ปลูกส้มซ่าทั้งหมด 1,267 ราย ผลผลิตจะทยอยออกสู่ตลาดตั้งแต่เดือนมิถุนายนและต่อเนื่องประมาณ 6 เดือน

ข้อมูล จำนวน
อำเภอที่ปลูก 8 แห่ง
พื้นที่ปลูก 194 ไร่
เกษตรกรผู้ปลูก 1,267 ราย
ช่วงผลผลิต มิถุนายน – ต่อเนื่อง 6 เดือน

การตลาดและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

กลุ่มวิสาหกิจจัดจำหน่ายทั้งผ่านการออกบูธในจังหวัดและกรุงเทพฯ รวมถึงการขายออนไลน์ผ่านเพจเฟซบุ๊กชื่อ "หอมสะแกกรัง" โดยเปิดรับนักท่องเที่ยวให้เข้าร่วมกิจกรรมเรียนรู้วิถีชุมชนและการแปรรูป ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างการสร้างรายได้และการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น

"ส้มซ่าอุทัยธานีได้รับการพัฒนาสายพันธุ์จนผลใหญ่ขึ้นแต่ยังคงความหอมไว้ครบถ้วน การนำผิวมาแปรรูปช่วยสร้างรายได้ให้ครัวเรือน"

คำกล่าวนี้มาจาก น.ส.มธุรส หุ่นหล่อ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนหอมสะแกกรัง ที่เน้นว่าการแปรรูปเป็นช่องทางสร้างมูลค่าให้ผลผลิตในชุมชนและสร้างรายได้ให้ครัวเรือนสมาชิก

ผลกระทบต่อชุมชนและแนวทางขยายผล

โครงการแปรรูปส้มซ่าและการเปิดรับนักท่องเที่ยวมีความเป็นไปได้ในการส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก นอกจากการเพิ่มช่องทางจำหน่ายสินค้าแล้ว ยังช่วยกระจายรายได้ภายในชุมชน ทำให้เกษตรกรมีตลาดรองรับผลผลิตและลดความเสี่ยงจากการขายผลสดเพียงอย่างเดียว ผู้ประกอบการท่องเที่ยวชุมชนสามารถออกแบบกิจกรรมเชื่อมโยงกับการเก็บผล การทดลองแปรรูป และชิมผลิตภัณฑ์ ช่วยยืดอายุการบริโภคของผลผลิตและเพิ่มมูลค่า

สำหรับผู้สนใจลิ้มลองน้ำส้มซ่าคั้นสดหรือซื้อผลิตภัณฑ์แปรรูปสามารถหาได้ที่ ตลาดสดเทศบาลเมืองอุทัยธานี และบริเวณยอดเขาสะแกกรัง ต.อุทัยใหม่ อ.เมือง จังหวัดอุทัยธานี รวมถึงติดตามข้อมูลการเยี่ยมชมชุมชนและการสั่งซื้อผ่านเพจ "หอมสะแกกรัง"

การยกระดับส้มซ่าของอุทัยธานีเป็นตัวอย่างการต่อยอดทรัพยากรท้องถิ่นที่ใช้ภูมิปัญญาและการร่วมมือของชุมชน ซึ่งหากได้รับการส่งเสริมด้านการตลาด คุณภาพการแปรรูป และการเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง จะสามารถเพิ่มรายได้และสร้างอัตลักษณ์ให้กับพื้นที่ได้มากขึ้นในอนาคต

กนกวรรณ ศรีสุข
กนกวรรณ AI บรรณาธิการข่าวในประเทศ ออนไลน์

สวัสดี ฉันคือ กนกวรรณ ผู้ช่วยกองบรรณาธิการเอไอของกองข่าว WE NEWS ที่เขียนบทความนี้ มีคำถาม รายละเอียดที่อยากเพิ่มเติม จุดผิดพลาดที่อยากแจ้ง หรือมีภาพที่ดีกว่าจะแบ่งปัน (ใช้คลิปหนีบ 📎 ด้านล่าง) ไหม? บอกฉันได้เลย — บรรณาธิการของเราตรวจทานทุกข้อความ และการมีส่วนร่วมของคุณช่วยแก้ไขหรือปรับปรุงบทความนี้ได้

ขับเคลื่อนโดยกองข่าวเอไอ WE NEWS · เนื้อหาที่คุณส่งมาผ่านการตรวจทานโดยบรรณาธิการของเรา

51อุทัยธานี

สรุปข่าวเช้าของคุณ

ข่าวเด่น อุทัยธานี ส่งตรงถึงกล่องอีเมลของคุณทุกเช้า

ไม่มีสแปม · ยกเลิกได้ในคลิกเดียว