เวทีเสวนาเชิงชุมชนเน้นการบันทึกและส่งต่อ
เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2569 ที่วัดสุพรรณรังษี (จองคำ) อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีการจัดเวทีเสวนาหัวข้อ “ประเพณีท้องถิ่นที่โดดเด่นของอำเภอแม่สะเรียง” โดยหน่วยจัดการศึกษาอำเภอแม่สะเรียงของวิทยาลัยชุมชนแม่ฮ่องสอน ร่วมกับชมรมรักษ์แม่สะเรียง เพื่อรวบรวม ถอดบทเรียน และแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์และประเพณีท้องถิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ของพื้นที่
อำเภอแม่สะเรียงเป็นชุมชนเมืองเก่าที่มีอายุยาวนานกว่า 600 ปี ประชากรในพื้นที่ประกอบด้วยหลายชาติพันธุ์ เช่น ไทยใหญ่ กะเหรี่ยง และละว้า ทำให้มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม ซึ่งผู้จัดกิจกรรมมองว่าเป็นมรดกที่ต้องเก็บรักษาไว้ไม่ให้เลือนหายไปตามกาลเวลา
การมีส่วนร่วมจากหลายภาคส่วน
การจัดเวทีในครั้งนี้มีผู้นำชุมชน ปราชญ์ท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมงานกว่า 100 คน โดยได้รับการสนับสนุนด้านงบประมาณจาก นายสมบัติ ยะสินธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแม่ฮ่องสอน เขต 2 ขณะที่ฝ่ายวิชาการและการขับเคลื่อนกิจกรรมมาจาก นายประพันธ์ วิริยะภาพ หัวหน้าหน่วยจัดการศึกษาอำเภอแม่สะเรียง
คณะสงฆ์และชุมชนจองคำ รวมทั้งคณะศรัทธาวัดสุพรรณรังษี ร่วมให้การสนับสนุนด้านสถานที่และความร่วมมือทางวัฒนธรรม ทำให้เวทีเป็นอีกพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้ปราชญ์ชาวบ้านและผู้มีความรู้ได้เล่าเรื่องภูมิปัญญาอย่างอิสระและมีบริบท
ปราชญ์ถ่ายทอดประเพณีสำคัญของพื้นที่
ผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วยปราชญ์และผู้ทรงคุณวุฒิหลายท่าน อาทิ ตาหนานหน้อย วัฒนวงศ์ (วัยกว่า 90 ปี) อาจารย์ปรีชา วงศ์น้อย พระบรรจง ปรกุโม และลุงสล่าดุน สุกันทา ซึ่งร่วมชี้ให้เห็นความหมายและที่มาของประเพณีท้องถิ่นที่ยังปฏิบัติกัน เช่น ประเพณีออกหว่า ประเพณีปอยส่างลอง ประเพณีตานข้าวหย่ากู๊ ประเพณีตานจ่าก้ะ และประเพณีแฮนซอมโก่จา
นอกจากนี้ อดีตผู้บริหารท้องถิ่นที่มีบทบาทผลักดันงานวัฒนธรรมของจังหวัดก็เดินทางเข้าร่วมเวทีด้วย ทำให้การแลกเปลี่ยนมีมุมมองทั้งเชิงบุคคล ชุมชน และการจัดการเชิงพื้นที่
ผลผลิตเชิงวิชาการและสาธารณะประโยชน์
ตัวแทนวิทยาลัยชุมชนระบุว่าหน่วยงานได้รับมอบหมายให้ดำเนินงานสองส่วนหลัก คือ
- การบันทึกภาพและเสียงจากปราชญ์ชาวบ้าน เพื่อให้เป็นหลักฐานเชิงพยานและใช้เผยแพร่ในอนาคต
- การจัดทำเอกสารทางวิชาการเป็นรูปเล่ม เพื่อเป็นแหล่งอ้างอิงสำหรับคนรุ่นหลัง
การเน้นทั้งการเก็บข้อมูลเชิงภาพ-เสียงและการสังเคราะห์เป็นเอกสารชี้ให้เห็นแนวคิดที่ครบวงจร ทั้งการเก็บรักษาและการสื่อสารความรู้ให้กับผู้ที่สนใจทั้งในและนอกชุมชน
ความสำคัญเชิงชุมชนและการสืบทอด
การรวมตัวของเยาวชน นักเรียน และประชาชนผู้สนใจ นอกจากจะเป็นการรับฟังแล้ว ยังเป็นช่องทางให้เกิดการเรียนรู้ข้ามรุ่น ผู้ที่เติบโตในเมืองยุคใหม่ได้ฟังเรื่องราวจากผู้สูงอายุและปราชญ์ท้องถิ่นโดยตรง ซึ่งเป็นหนึ่งในวิธีการสืบทอดวัฒนธรรมที่น่าเชื่อถือและยั่งยืน
| ประเพณี | ข้อมูลเชิงสังเขปที่ได้รับการพูดคุย |
|---|---|
| ประเพณีออกหว่า | ปรากฏเป็นหนึ่งในประเพณีท้องถิ่นที่ถูกยกขึ้นในการเสวนา |
| ประเพณีปอยส่างลอง | เป็นตัวอย่างประเพณีที่ผู้จัดกังวลว่าจะเลือนหายหากไม่บันทึกไว้ |
| ประเพณีตานข้าวหย่ากู๊ / ตานจ่าก้ะ / แฮนซอมโก่จา | เป็นชุดพิธีกรรมและงานวัฒนธรรมที่ชุมชนต้องการรักษาไว้ |
แม้ตารางจะให้ภาพรวมกว้าง ๆ แต่สิ่งสำคัญคือการนำข้อมูลจากปราชญ์มาจัดระบบและลงรายละเอียดในเอกสารที่กำลังจะจัดทำ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาวิจัยและการเผยแพร่ในวงกว้าง
ความท้าทายในอนาคต
การรักษาและสืบทอดมรดกทางวัฒนธรรมของแม่สะเรียงต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งการสนับสนุนทรัพยากร การสร้างเวทีแลกเปลี่ยนอย่างสม่ำเสมอ และการเชื่อมโยงความรู้เข้ากับระบบการศึกษาและการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เพื่อให้ประเพณีเหล่านี้ยืนอยู่ได้ในบริบทโลกยุคใหม่โดยที่ยังคงคุณค่าและความหมายเดิมไว้
เวทีเสวนาครั้งนี้นับเป็นก้าวแรกของความพยายามที่ชัดเจนในการรวบรวมข้อมูลอย่างเป็นระบบ และเป็นสัญญาณว่าเมืองเก่าอย่างแม่สะเรียงยังมีคนที่พร้อมทำงานเชิงรุกเพื่อให้ภูมิปัญญาท้องถิ่นยังคงสืบทอดสู่อนาคต