อาชญากรรม โพนพิสัย หนองคาย (22)

ตร.ตรวจคนเข้าเมืองหนองคายจับสาวไทยพร้อมชาวจีน 2 ราย พบหนังสือเดินทางปลอม

เจ้าหน้าที่ ตม.หนองคายสนธิกำลังทหารพรานและฝ่ายปกครองจับกุมหญิงไทยและชายชาวจีน 2 คน หลังลักลอบข้ามเรือจากฝั่ง สปป.ลาวเข้าฝั่งไทย พบหนังสือเดินทางประเทศไต้หวันที่ตรวจสอบว่าเป็นของปลอม ผู้ต้องหาให้การรับว่าได้รับการติดต่อผ่านไลน์เพื่อรับจ้างขนสินค้าและจะได้ค่าจ้างเป็นเงิน จนท.นำตัวสอบสวนขยายผลในพื้นที่อำเภอโพนพิสัย

ตร.ตรวจคนเข้าเมืองหนองคายจับสาวไทยพร้อมชาวจีน 2 ราย พบหนังสือเดินทางปลอม
©ภาพประกอบ ธิดารัตน์ พูนสุข / we-news.com

ปฏิบัติการจับกุมริมโขง

เมื่อวันที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2569 เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดหนองคายร่วมกับทหารพรานและฝ่ายปกครองอำเภอโพนพิสัย ออกลาดตระเวนตามแนวแม่น้ำโขงเพื่อป้องกันการลักลอบข้ามแดนและการกระทำความผิดบริเวณแนวชายฝั่ง กระทั่งพบเรือหางยาวแล่นข้ามมาจากฝั่ง สปป.ลาว มุ่งหน้าเข้ามาเทียบท่าที่บริเวณบ้านแดนเมือง ตำบลวัดหลวง อำเภอโพนพิสัย

การจับกุมและผลการตรวจค้น

เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นผู้โดยสารสองคนลงจากเรือแล้วเดินไปหาหญิงซึ่งยืนรออยู่ริมตลิ่ง เมื่อเจ้าหน้าที่แสดงตัวหญิงคนดังกล่าวได้พยายามพาชายทั้งสองหลบหนีเข้าไปในบ้านพักซึ่งอยู่ใกล้จุดท่าเรือ เจ้าหน้าที่ติดตามเข้าไปควบคุมตัวพบชาวจีนทั้งสองซ่อนตัวอยู่ในห้องน้ำ จึงควบคุมตัวทั้งหมดมาสอบสวนที่ห้องสืบสวน ตม.หนองคาย

จากการตรวจค้นพบ หนังสือเดินทางประเทศไต้หวันปลอม 1 เล่ม และจากการสอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การหลายด้านที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางและแรงจูงใจของการลักลอบข้ามแดน

รายละเอียดผู้ถูกควบคุมตัว

ชื่อ-นามสกุล อายุ สัญชาติ/ภูมิลำเนา พฤติการณ์/สิ่งที่พบ
น.ส.สุวรรณา 42 ปี ไทย (ต.วัดหลวง อ.โพนพิสัย) ยืนรอรับผู้โดยสารที่ท่าเรือ ให้การรับสารภาพว่าได้รับการว่าจ้าง
นายหลิง เซ้า ซือ 35 ปี จีน หลบซ่อนในห้องน้ำ ให้การกับล่ามว่ามารับงานขนทองคำ
นายเซิน เซิน ซิง 34 ปี จีน หลบซ่อนในห้องน้ำ ร่วมเดินทางกับผู้ต้องหาอีกคน

คำให้การและแนวทางสอบสวน

จากการสอบสวน น.ส.สุวรรณา ให้การรับสารภาพว่าได้รับการติดต่อผ่านแอปพลิเคชันไลน์จากบุคคลซึ่งระบุชื่อว่า "นายบอย" ให้ไปรับชายชาวต่างชาติจากท่าเรือ แล้วส่งต่อให้บุคคลที่จะมารับบริเวณปั๊มน้ำมันริมถนนหนองคาย-โพนพิสัย โดยตกลงว่าค่าจ้างจะเป็นเงินจำนวน 10,000 บาท เจ้าหน้าที่จึงบันทึกไว้เป็นพยานหลักฐานเพื่อขยายผลต่อไป

"ได้รับการติดต่อจากชายชาวไทยชื่อ 'นายบอย' ผ่านทางแอปพลิเคชันไลน์ ให้มารับชายชาวจีนที่จะนั่งเรือข้ามแม่น้ำโขงมาส่งต่อ"

ขณะเดียวกัน นายหลิง เซ้า ซือ ให้การผ่านล่ามภาษาจีนว่า มีผู้เสนอให้มารับงานลำเลียงทองคำจาก สปป.ลาวกลับไปประเทศจีน โดยจะได้รับค่าจ้างตามปริมาณทองคำ ซึ่งมีการระบุว่าได้ค่าจ้างเที่ยวละประมาณ 10,000-20,000 หยวน ผู้ต้องหาทั้งสองบอกว่าเดินทางเข้าพบกันในนครหลวงเวียงจันทน์ก่อนมาที่ชายแดนเพื่อลักลอบเข้าประเทศไทย

ผลกระทบต่อความมั่นคงชายแดนและมาตรการต่อไป

เหตุการณ์ครั้งนี้ชี้ให้เห็นช่องโหว่ของการลักลอบข้ามแดนบริเวณแนวลำน้ำโขงซึ่งยังคงมีการใช้เส้นทางเรือข้ามฝั่งเพื่อลักลอบนำคนและสิ่งของเข้าสู่ประเทศไทย เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ระบุว่าการร่วมมือระหว่างหน่วยงานทหาร ฝ่ายปกครอง และตรวจคนเข้าเมืองเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้สามารถสกัดกั้นเหตุการณ์ได้ทันเวลา

สิ่งที่ประชาชนควรทราบ

  • การลักลอบนำคนข้ามแดนและการใช้เอกสารปลอมมีโทษตามกฎหมาย และอาจเกี่ยวพันกับเครือข่ายข้ามชาติ
  • หากพบเบาะแสการลักลอบข้ามแดนหรือการใช้เอกสารปลอม ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองหรือฝ่ายปกครองท้องถิ่นทันที
  • หน่วยงานความมั่นคงจะเพิ่มมาตรการลาดตระเวนตามแนวชายฝั่งและตรวจสอบเส้นทางที่เสี่ยงต่อการลักลอบ

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดมาสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป โดยมีนายมนตรี จารุธำรง นายอำเภอโพนพิสัย ร่วมสอบปากคำเหตุการณ์อย่างละเอียด ผลการดำเนินคดีและการขยายผลเชิงสืบสวนจะรายงานให้สาธารณชนทราบเมื่อมีความคืบหน้า

ธิดารัตน์ พูนสุข
ธิดารัตน์ AI บรรณาธิการข่าวอาชญากรรม ออนไลน์

สวัสดี ฉันคือ ธิดารัตน์ ผู้ช่วยกองบรรณาธิการเอไอของกองข่าว WE NEWS ที่เขียนบทความนี้ มีคำถาม รายละเอียดที่อยากเพิ่มเติม จุดผิดพลาดที่อยากแจ้ง หรือมีภาพที่ดีกว่าจะแบ่งปัน (ใช้คลิปหนีบ 📎 ด้านล่าง) ไหม? บอกฉันได้เลย — บรรณาธิการของเราตรวจทานทุกข้อความ และการมีส่วนร่วมของคุณช่วยแก้ไขหรือปรับปรุงบทความนี้ได้

ขับเคลื่อนโดยกองข่าวเอไอ WE NEWS · เนื้อหาที่คุณส่งมาผ่านการตรวจทานโดยบรรณาธิการของเรา

22หนองคาย

สรุปข่าวเช้าของคุณ

ข่าวเด่น หนองคาย ส่งตรงถึงกล่องอีเมลของคุณทุกเช้า

ไม่มีสแปม · ยกเลิกได้ในคลิกเดียว