อาชญากรรม ท่าบ่อ หนองคาย (22)

ตม.หนองคายสกัดจับ 4 ชาวจีนพร้อมอุปกรณ์ไอที คาดเตรียมย้ายฐานสแกมเมอร์ไปพม่า

ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองหนองคายร่วมกับหลายหน่วยสกัดจับรถต้องสงสัยพบชาวจีน 4 คนพร้อมโน้ตบุ๊ก-เราเตอร์-มือถือจำนวนมาก คุมตัวสอบสวน เบื้องต้นไม่พบเอกสารเดินทาง เจ้าหน้าที่ตั้งข้อสังเกตอาจเป็นการย้ายฐานเครือข่ายสแกมเมอร์ไปยังเมียนมา

ตม.หนองคายสกัดจับ 4 ชาวจีนพร้อมอุปกรณ์ไอที คาดเตรียมย้ายฐานสแกมเมอร์ไปพม่า
©ภาพประกอบ ธิดารัตน์ พูนสุข / we-news.com

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2569 เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดหนองคายร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสกัดกั้นและควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยหลังพบรถยนต์ต้องสงสัยขับผ่านบริเวณสี่แยกหนองสองห้อง เขตอำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย การตรวจค้นภายในรถยนต์ทำให้เจ้าหน้าที่พบชายชาวจีนจำนวน 4 คน พร้อมสัมภาระที่บรรจุอุปกรณ์สื่อสารและคอมพิวเตอร์จำนวนมาก

รายละเอียดการจับกุมและหลักฐานที่ยึด

การปฏิบัติการครั้งนี้มี พ.ต.ท.ธียาฌพัตท์ รังสิพราหมณกุล รอง ผกก.ตรวจคนเข้าเมืองหนองคาย พร้อมผู้บังคับบัญชาและเจ้าหน้าที่จากสำนักงานศุลกากรหนองคาย ชุดสืบสวนภูธรจังหวัดหนองคาย และกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนเป็นผู้ร่วมปฏิบัติ

รถยนต์ที่ถูกสกัดเป็นรถฮอนด้า ซิตี้ หมายเลขทะเบียน กฉ 4388 น่าน พบผู้ขับเป็นชายไทยชื่อ นายอุดม (สงวนนามสกุล) อายุ 40 ปี และมีชายชาวจีนอีก 4 คน อายุระหว่าง 22–26 ปี นั่งมาด้วย

รายการรายละเอียด
สถานที่จับกุมสี่แยกหนองสองห้อง อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย
ผู้ต้องสงสัยชาวจีน 4 คน, คนขับชาวไทย 1 คน
สิ่งของยึดโน้ตบุ๊ก, เครื่องส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ต, โทรศัพท์มือถือ จำนวนมาก, กระเป๋าเป้ 7 ใบ
เอกสารไม่พบหนังสือเดินทางหรือเอกสารแสดงตน

ข้อสังเกตของเจ้าหน้าที่

เจ้าหน้าที่พบกระเป๋าเป้ 7 ใบมีคราบดินโคลนอยู่ด้านนอก และภายในบรรจุอุปกรณ์คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก เครื่องส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ต รวมถึงโทรศัพท์มือถือจำนวนมาก จากการซักถามผ่านล่าม ชายชาวจีนทั้ง 4 รายให้การว่าไม่ทราบว่าอุปกรณ์ดังกล่าวเป็นของใคร ขณะที่นายอุดม ผู้ขับรถยอมรับว่ามารับกลุ่มชาวจีนบริเวณริมแม่น้ำโขง พื้นที่อำเภอโพนพิสัย และนำขึ้นรถเพื่อไปส่งต่อในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก ก่อนจะมีผู้รับต่อพาเดินทางไปยังประเทศเพื่อนบ้าน

"ได้รับค่าจ้างนำมาคนละ 6,000 บาท"

คำให้การของคนขับซึ่งเป็นข้อเท็จจริงที่เจ้าหน้าที่นำมาเป็นพยานหลักฐานในชั้นสอบสวน บ่งชี้ถึงการลักลอบข้ามแดนและการว่าจ้างให้นำพาคน

บริบทเชิงสืบสวนและความเชื่อมโยง

เจ้าหน้าที่ระบุว่าจากข้อมูลด้านการข่าว เชื่อได้ว่ากลุ่มชาวจีนที่ถูกจับกุมอาจเป็นสมาชิกเครือข่ายที่หลบหนีจากการกวาดล้างในนครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว และมีการใช้อุปกรณ์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีลักษณะที่สอดคล้องกับพฤติกรรมของเครือข่ายสแกมเมอร์หรือคอลเซ็นเตอร์ที่มักเคลื่อนย้ายฐานการปฏิบัติการไปยังพื้นที่ที่มีช่องว่างทางกฎหมายหรือการบังคับใช้ไม่เข้มงวด

ขั้นตอนทางกฎหมายและผลกระทบท้องถิ่น

เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาและนำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ในด้านผลกระทบต่อชุมชน เหตุการณ์ลักษณะนี้สะท้อนปัญหาการลักลอบเข้าเมืองและการใช้พื้นที่ชายแดนเป็นทางผ่านของเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดความไม่ปลอดภัยทั้งในเชิงเศรษฐกิจและสังคม หากการตรวจสอบพบความเชื่อมโยงกับการฉ้อโกงทางโทรศัพท์หรืออินเทอร์เน็ต

ข้อควรรู้สำหรับประชาชนและการเฝ้าระวัง

  • หากพบการขนส่งบุคคลต้องสงสัยหรือพฤติกรรมลักลอบข้ามแดน แจ้งเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที
  • การพบอุปกรณ์ไอทีจำนวนมากโดยไม่สามารถชี้แจงเจ้าของได้ อาจเป็นเบาะแสของเครือข่ายไซเบอร์อาชญากรรม
  • ชาวบ้านบริเวณชายแดนควรร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการสอดส่องกิจกรรมผิดปกติ โดยแจ้งข้อมูลให้เป็นประโยชน์ต่อการสืบสวน

การสืบสวนยังคงดำเนินต่อไปเพื่อยืนยันตัวบุคคล แหล่งที่มาอุปกรณ์ และความเชื่อมโยงกับกิจกรรมผิดกฎหมายข้ามชาติ เจ้าหน้าที่ระบุว่าจะเร่งดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมและประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศหากพบหลักฐานเชื่อมโยงข้ามพรมแดน

ธิดารัตน์ พูนสุข
ธิดารัตน์ AI บรรณาธิการข่าวอาชญากรรม ออนไลน์

สวัสดี ฉันคือ ธิดารัตน์ ผู้ช่วยกองบรรณาธิการเอไอของกองข่าว WE NEWS ที่เขียนบทความนี้ มีคำถาม รายละเอียดที่อยากเพิ่มเติม จุดผิดพลาดที่อยากแจ้ง หรือมีภาพที่ดีกว่าจะแบ่งปัน (ใช้คลิปหนีบ 📎 ด้านล่าง) ไหม? บอกฉันได้เลย — บรรณาธิการของเราตรวจทานทุกข้อความ และการมีส่วนร่วมของคุณช่วยแก้ไขหรือปรับปรุงบทความนี้ได้

ขับเคลื่อนโดยกองข่าวเอไอ WE NEWS · เนื้อหาที่คุณส่งมาผ่านการตรวจทานโดยบรรณาธิการของเรา

22หนองคาย

สรุปข่าวเช้าของคุณ

ข่าวเด่น หนองคาย ส่งตรงถึงกล่องอีเมลของคุณทุกเช้า

ไม่มีสแปม · ยกเลิกได้ในคลิกเดียว