เมื่อบ่ายของวันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ.2569 เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดหนองคายจับกุมตัวชายสัญชาติลาวชื่อ นายมูเซ็ง (Mr. Nouxeng) อายุ 24 ปี ขณะหลบอยู่ในสวนป่าใกล้จุดผ่านแดนถาวร โดยตรวจยึดของกลางหลายรายการที่เชื่อว่าจะถูกนำออกนอกประเทศผ่านเส้นทางไม่เป็นทางการ
เส้นทางการจับกุมและพฤติการณ์
การจับกุมเริ่มขึ้นหลังจากพนักงานบริษัทขนส่งพัสดุในพื้นที่แจ้งเบาะแสต่อ ตม. ว่ามีชายชาวลาวมารับพัสดุจำนวนมากเป็นประจำ และมักเดินเข้าไปจุดสวนป่าข้างด่านพรมแดน เมื่อติดตามพฤติกรรม เจ้าหน้าที่พบว่าชายดังกล่าวเดินทางเข้ามาจากฝั่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ผ่านด่านพรมแดนหนองคาย รับพัสดุหลายกล่อง แล้วเดินหลบเข้าไปภายในป่าพงหญ้าก่อนเดินทางกลับไปฝั่งลาว เจ้าหน้าที่จึงตั้งจุดสังเกตและติดตามอย่างใกล้ชิดจนเกิดการจับกุม
เมื่อเข้าไปตรวจค้นเจ้าหน้าที่พบชายคนดังกล่าวกำลังกางกล่องพัสดุเพื่อนำสิ่งของออกมา ตรวจยึดของกลางที่พบภายในกระเป๋าเป้ของผู้ต้องหา ได้แก่ ซิมการ์ด โทรศัพท์มือถือ สมุดบัญชีธนาคาร และบัตรเอทีเอ็มหลายรายการ
ของกลางที่ตรวจยึด
| รายการ | จำนวน |
|---|---|
| ซิมการ์ดโทรศัพท์ | 14 ซิม |
| โทรศัพท์มือถือ (เครื่องของผู้ต้องหา) | 1 เครื่อง (สีดำ) |
| สมุดบัญชีธนาคาร | 6 เล่ม |
| บัตรเอทีเอ็ม | 13 ใบ |
คำให้การของผู้ต้องหาและเงื่อนงำเชื่อมโยงข้ามพรมแดน
จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การว่าได้รับการว่าจ้างจากเพื่อนชาวลาวให้เดินทางเข้ามารับพัสดุตามจุดรับของบริษัทขนส่งในจังหวัดหนองคาย และมีหน้าที่นำสิ่งของทั้งหมดข้ามกลับไปส่งที่ฝั่ง สปป.ลาว โดยได้รับค่าจ้างในอัตรา 200 บาทต่อกล่อง เจ้าตัวยอมรับว่าผู้ว่าจ้างขอใช้ชื่อและหมายเลขโทรศัพท์ของเขาเป็นชื่อผู้รับพัสดุก่อนแจ้งให้มารับของตามจุดเวลาที่กำหนด
"ผมได้รับค่าจ้างกล่องละ 200 บาท ให้ไปรับพัสดุแล้วนำกลับไปให้ผู้ว่าจ้างที่ฝั่งลาว"
คำให้การนี้ชี้ให้เห็นรูปแบบการนำข้อมูลบัญชีและบัตรพลาสติกข้ามพรมแดนผ่านเครือข่ายคนกลาง โดยอาศัยการใช้บริการบริษัทขนส่งพัสดุซึ่งเป็นช่องทางที่ผู้ว่าจ้างสามารถจัดส่งสิ่งของประเภทนี้ได้โดยไม่ต้องเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่พรมแดนโดยตรง
การอำนวยการและขั้นตอนต่อไป
การจับกุมกระทำภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษณ์ ผู้บัญชาการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง พร้อมเจ้าหน้าที่ระดับผู้บังคับบัญชาของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและตำรวจตรวจคนเข้าเมืองที่ 4 ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้บันทึกหลักฐานและนำตัวผู้ต้องหาไปดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย พร้อมทั้งเตรียมขยายผลเพื่อตรวจสอบเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทั้งบนฝั่งไทยและการประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องฝั่ง สปป.ลาว
- เจ้าหน้าที่จะสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อสืบหาผู้ว่าจ้างและเครือข่ายที่สั่งของผ่านพัสดุ
- จะประสานกับบริษัทขนส่งเพื่อเรียกข้อมูลการจัดส่ง รายชื่อผู้ส่ง-ผู้รับ และพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง
- หากพบการกระทำเข้าข่ายความผิดทางอาญาเพิ่มเติม เช่น การฟอกเงินหรือการฉ้อโกง จะดำเนินคดีตามกฎหมาย
ความเสี่ยงต่อประชาชนและข้อควรระวัง
กรณีพบการส่งสมุดบัญชี บัตรเอทีเอ็ม และซิมการ์ดผ่านบริการพัสดุ มีความเสี่ยงต่อการนำข้อมูลทางการเงินไปใช้ในทางทุจริต หรือเป็นเครื่องมือสำหรับการกระทำความผิดทางการเงิน เจ้าหน้าที่จึงเตือนให้ประชาชนและสถานประกอบการขนส่งพัสดุตรวจสอบที่มาของผู้ส่งและผู้รับอย่างเคร่งครัด หากพบพัสดุต้องสงสัยให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทันที
ขณะนี้คดีอยู่ระหว่างการสอบสวนขยายผลของเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดหนองคายและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาความเชื่อมโยงกับการกระทำความผิดในวงกว้างต่อไป